Tuesday, 19th of September 2017

เทศน์มหาชาติหน้าพระที่นั่ง ๒๕๕๖

เทศน์มหาชาติหน้าพระที่นั่ง ๒๕๕๖
ณ มนฑลพิธี พุทธมณฑล จังหวัด นครปฐม

 

    สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ทรงสดับพระธรรมเทศนามหาชาติ เวสสันดรชาดก ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖

คำถวายพระพรก่อนเทศน์

         ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พระชนมสุขทุกประการ จงมีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ บัดนี้ จะรับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนาเรื่องมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์ชูชก ฉลองพระเดชพระคุณ ประดับพระปัญญาบารมี ถ้ารับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนาไป มิได้ต้องตามโวหารอรรถาธิบาย ในพระธรรมเทศนา ณ บทใดบทหนึ่งก็ดี หรือไม่ถูกต้องตามฉันทลักษณ์และอักขรวิธีก็ดี ขอเดชะพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ และพระขันติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานอภัยแก่อาตมะ ผู้มีสติปัญญาน้อย ขอถวายพระพร

       เนื้อเทศน์กัณฑ์ชูชก ๑๗ แหล่  เทศน์จริงแบบจัดเต็มต้องใช้เวลาประมาณ ๒ ช.ม. ตัดต่อเนื้อแหล่เทศน์หน้าพระที่นั่ง
ตัดต่อให้ได้ใจความ ใช้เวลา ๒๕ นาที

                                      นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

                ตทา กาลิงฺครฏฺเฐ ทุนฺนิวิฏฺฐพฺราหฺมณคามวาสี ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ ภิกฺขาจริยาย กหาปณสตํ ลภิตฺวา เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล ฐเปตฺวา ปุน ธนํ ปริเยสนตฺถาย คโต ฯ ตสฺมึ จิรายนฺเต พฺราหฺมณกุลํ กหาปเณ วลญฺเชตฺวา ปจฺฉา อิตเรน อาคนฺตฺวา โจทิยมานํ กหาปเณ ทาตํ   อสกฺโกนฺตํ อมิตฺตตาปนํ นาม ธีตรํ ตสฺส อทาสิ ฯ

ขึ้น เอโก พฺราหฺมโณ ยังมีพฤฒาจารย์พราหมณผู้เฒ่า บังเกิดแต่ตระกูลล้วนเหล่ายัญญหุตภุชงค์ สืบสันดานสัมพันธ์พงศ์โภวาทิกชาติ เฒ่ามีสันนิวาสเคหฐาน อยู่ในคามเขตละแวกบ้านทุนวิฐ ติดเนื่องกับเมืองกลิงคราฐบุรี ธชีตาแกเป็นคนจนอัปรีย์ไร้ญาติยิ่งสถุล ทุคคตะแค้นเคืองขุ่นข้องเข็ญใจ ภิกฺขาจริยาย ตาแกก็เที่ยวภิกขาจารไปปานด้วยเพศสกปรก เปรียบด้วยวณิพกยาจกจนจัณฑาล เฒ่าค่อยประสมประสานทรัพย์ไว้ทีละน้อย ๆ กหาปณสตํ ลภิตฺวา ได้ทองถึงร้อยกระษาปณ์ เป็นลาภตามเข็ญใจ ครั้นจะเอาไว้กับตัวก็กลัวภัย คิดไปเห็นรวนเร เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล ตาแกจึงรีบเร็วระรี่เร่อไปหาสกุลเกลอแห่งหนึ่ง อันเป็นที่ชอบพึงพอจะไว้ใจกันมาแต่ก่อน ธชีก็ปรับทุกข์ร้อนทางอวดจะมี ว่าออเจ้าเอ๋ย ออเจ้า เราค่อยมั่งคั่งขึ้นถึงเพียงนี้   มีเสียกว่าออเจ้าแต่ว่าตัวเรานี้แก่เฒ่าเที่ยวไปค้างคืน   เกลือกว่าค่ำมืดดึกดื่นพอหลับใหล ปะอ้ายคนจนโจรจัญไรเข้าแก้พก มันก็จะย่องหยิบยกยักเอาไปได้ ก็จะแคบขัดเข็ญใจจนไม่พอที่จะยาก ฐเปตฺวา เฒ่าก็เฝ้าฝากพร่ำแล้วพร่ำเล่า ว่าเรามิให้ท่านเฝ้าเปล่าป่วยการ แล้วเถิดเราจะทดแทนคุณท่านให้ถึงใจเมื่อภายหลัง ปุน ธนํ ปริเยสนตฺถาย คโต เฒ่าโลโภตาแกโลภลาภไม่หยุดหย่อน ก็เที่ยวภิกขาจารกระเจิงจรไปจนจบ ครบคามเขตน้อยใหญ่ ด้วยว่ามักจักใคร่ได้ให้จงหนักหนา ด้วยโลภเจตนานั้นแล

(2) ขึ้น ตสฺมึ พฺราหฺมเณ ในเมื่อพราหมณ์พรหมวงศ์วิศณุเวศ ผู้เป็นยาจกทลิทเชษฐชาติเชื้อนิคคาหกพราหมณ์ เฒ่าไปเที่ยวพยายามภิกขาขอ เข้าที่ไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ได้เท่าใดใดก็ไม่พอผ่อนผันที่ว่าจะกลับ จิรายนฺเต ไปๆ ก็จนลี้ลับล่วงกำหนดเกิน ยิ่งเที่ยวมันก็ยิ่งได้ ยิ่งไปมันก็ยิ่งเพลิน เกินกำหนดนานแล้วไม่กลับมา ตํ พฺราหฺมณกุลํ ส่วนตระกูลพราหมณ์ทั้งสองที่รับฝากทองของออเฒ่า มันให้เผอิญอาจจิตคิดใจเบาเบื้องแต่ว่าจะได้ ไม่รู้ว่าความเข็ญใจยากไร้จะมาถึงตัว จึงยกเอาทองของออเฒ่าออกมาแล้วก็ยิ้มหัวพูดแก่กันซู้ซี้ ว่าออเฒ่ามันหายไปหลายปีป่านฉะนี้ยังไม่กลับมา ส่วนตัวอ้ายเฒ่าก็แก่ชราลงร่างร้าย นี่มันจะมิไปซุกซมล้มตายเสียแล้วหรือหือหานะออเจ้า ของนี้ก็ตกอยู่ในมือเราทั้งสองคน เอออะไรนี่จะมานั่งนิ่งจนๆ นี่จนย่อยยับ จะมาเป็นภูตเฝ้าทรัพย์นี่มันไม่ต้องการ เมื่อออเฒ่ามันกลับมาเมื่อไร เราจึงค่อยแก้ไขคิดอ่านผ่อนผันต่อเมื่อปลายมือ วลญฺเชตฺวา ก็เอาทรัพย์ออกแจกจ่ายขายซื้อซุกซนทำโว้เว้ อิตเรน อาตนฺตวาฝ่ายว่าเฒ่าชราเจ้าของทรัพย์ คิดขึ้นมาได้ก็หวนกลับกลัวเกลือกเกลอจะทำวุ่น หมุนมาประเดี๋ยวก็ถึงอึงคะนึงไปทั้งบ้าน ร้องว่าฮ้าเฮ้ยอยู่หรือหาไม่ท่านทั้งสองคน สองผัวเมียก็จวบจนจวนเจียนจะเจอะตัว ตกใจอยู่ระรัวตัวสั่นอยู่ริบๆ ทำแต่ตานั้นปริบๆ ปรับทุกข์กันหน้าขาว ส่วนออเฒ่าก็ก้าวขยิกขยั้นเหยียบยืนขึ้นบันได ผัวเมียก็จนใจไม่รู้ที่ว่าจะผันผ่อน ครั้นจะซุกจะซ่อนก็ไม่ทันที ครั้นจะหลบหลีกหนีนั้นก็ใช่ ครั้นจะผลุนผลันผลุดไปนั้นก็จวนตัว จึงร้องว่าอยู่คะเจ้าขรัวเชิญตัวท่านขึ้นมานั่ง โจทิยมานํ ส่วนออเฒ่ายังไม่ทันที่จะนั่งก้นกระทั่งฟาก ก็ทวงว่าทองของเราที่เอามาฝากแก่ท่านไว้ เอามาให้ๆ ทันที เอามาประเดี๋ยวๆ นี้ขมีขมัน ทาตุ อสกฺโกนฺตํ ผัวเมียก็อัดอั้นนั่งงันอยู่เป็นครู่ เฒ่าก็ยิ่งครืดครอกตะคอกขู่ หาเป็นไรจึงมาแลดูนิ่งอยู่เล่า คุณเจ้าขาคุณตาเจ้า จะเดือดร้อนไปไยเล่าเร่งเคืองแค้น ท่านว่ามีเงินนั่นหรือจะไร้ของ มีทองนั่นหรือจะไร้แหวน ข้าพเจ้าจะทดแทนประชดประเชิน เห็นว่าของๆ ข้าพเจ้าจะเกือบเกินกว่าเสียอีกสักหน่อย ก็ทำเนาเถิดหนาไม่คิด จะได้เป็นมิตรกันบ่อยๆ ไปเบื้องหน้า ตามแต่คุณตาเจ้าจะกรุณานับเนื้อกันมาแต่ก่อน จะเลี้ยงไว้กับเอวอู่หรือจะให้เป็นคู่เคียงหมอน หรือจะให้นอนที่ปลายตีน ข้าพเจ้าก็ยินยอมพร้อมสิ้นเสร็จแล้วไม่ว่า หวุยออตานี่ว่ากระไรไม่เข็ดขาม จริงหนอเขาว่ามีเงินมีทองแล้วพูดได้มีไม้มีไล่ปลูกเรือนงาม กระนั้นก็ตามแต่ออเจ้าเถิดซี ถ้าหันเข้าหากันบ้างอย่างนี้ที่ไหนเราจะว่า ตสฺส อทาสิ สองเฒ่าก็ยกเจ้าอมิตตดาดวงสวาท มอบให้เป็นสิทธิ์ขาดแก่พราหมณ์แก่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าพ่อแม่มันไม่ดี จึงเป็นหนี้ออเฒ่านั้นแล

                    (3) เดิน โส ชูชโก วันนั้นชูชกเฒ่าชรา ตํ ทิสฺวา เมื่อเห็นรูปเจ้าอมิตตดายุพเยาว์แรกรุ่นสุนทรเด็กดรุณี แน่งน้อยหน้านวลฉวีวรรณเพริศพริ้งพราย ชะชวยฉาดเฉิดฉายโฉมเฉลา ดังว่าพฤฒิโคเค้าเฒ่าชราจร ครั้นว่าแลเห็นเหยื่อหญ้าอ่อนออกโอชะโอษฐ์อ้า ละลนละลานแลบชิวหาหูหางระเหิดหัน เฒ่าก็มีจิตเกษมสันต์โสมนัสยวนยิ่ง จึงนึกว่าวาสนากูนี้หนอ ต่อจะดีจริงจึงประจวบใจประสงค์เฟื่องฟูขึ้นหนักหนา ชะรอยว่าชะตาตามมาส่งเสริมเมื่อภายแก่ ยิ่งเหลียวๆ แลๆ ดูนี่ก็ยิ่งเห็นงาม เฒ่าก็รับรองความตามคดี ว่าถ้าท่านทั้งสองจะปรานีฉันจริงไซร้ ฉันจะขอลาพาหล่อนไปในวันนี้ นั้นแล

                    (4) ขึ้น สา อมิตฺตตาปนา ส่วนว่านางอมิตตดานั้นเป็นลูกเหล่าตระกูลไม่เสียชาติ คิดว่าตัวเป็นทาสมิได้นึกว่าเป็นสาวได้ผัวแก่ คิดแต่ว่าทุกข์ของพ่อแม่กรรมแล้วก็ตามกรรม สมฺมา ปฏิชคฺคิ เจ้าก็หาหุงต้มตักตำทุกค่ำเช้า ไม่ขวยเขินละอายเพื่อน เวลาเช้าเจ้าก็ทำ เวลาค่ำเจ้าก็มิให้เตือน ทั้งการเรือนเจ้าก็มิให้ว่า ทั้งฟืนเจ้าก็หักทั้งผักเจ้าก็หา เฝ้าปฏิบัติเฒ่าชรา ทุกวันแลเวลานั้นแล

(5) ขึ้น อญฺเญ ตรุณพฺราหฺมณา อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายหนุ่มๆ ในบ้านนั้นสิชุมชายจะมาก ทั้งผู้ดีแลผู้ยากนี่ก็หนักหนา อาจารสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ครั้นได้เห็นเจ้าอมิตตดาเด็กดรุณี มีวัตรจริยาดีรู้ปฏิบัติ ทุกสิ่งสารพัดจะบำเรอเฒ่าชรา ครั้นคิดถึงเมียของตนขึ้นมาก็ให้หมกมุ่น บ้างก็ฮึดฮัดหันหุนหวนเหมา บ้างก็เดินแดกด่าเดือดพิโรธ ต่างคนต่างก็โกรธกรากมาสู่เรือน เสียงสะทกสะท้านสะเทือนนั้นหนักหนา ตีเมียกันนั้นฉาวฉ่าอึกทึกไปทั้งบ้าน นั้นแล

                    (6) ขึ้น ตา อิตฺถิโย อันว่าหญิงทั้งหลาย ที่เป็นอย่างกันกระนั้นนะมากมายหมดทุกเรือน ครั้นว่าผัวเขาติเตือนเขาตั้งใจจะให้ดี กลับเดือดโดดโลดหนีลงจากเรือน ไปหาเหล่าพวกเพื่อนทุกถ้วนหน้า โรทมานา ร้องไห้เช็ดน้ำตาเข้าหากัน   มันให้แค้นขบฟันถกเขมรมั่นหมดทุกคน บ้างก็เที่ยวเสือกสนสื่อข่าวกัน ว่าข้างเรานี้มันเป็นกระนั้น ข้างท่านมันเป็นกระนี้ หรือว่าข้างเอ็งมันดีสงบอยู่ แต่ว่าข้างกูนี่มันเป็นกระนั้น เอ็งเอ๋ยอย่าว่าไปเลยมันก็เหมือนกัน มันให้เกิดกุลีลั่นสนั่นไปแล้วสิ้นทั้งบ้าน ทั้งนี้ก็เพราะอีสาวส่ำสามซัดเซบ้าน   มันมาอยู่สักกี่วันกี่เดือน นี่มันจะมาตั้งเตือนต่อก่อความให้ขุ่นไปทั้งบ้าน ถึงจะเสียสักเท่าไรก็ไม่คิด ผิดก็ไปเป็นเมียตระลาการไม่น้อยหน้า อิมมฺหา คามา เมื่อมันทนมือทนด่าเราไม่ได้ มันก็จะหนีเราไปเสียจากบ้าน ผัวเรากับเราก็จะค่อยสำราญ เหมือนดังเคยแต่ก่อนกาลนั้นแล

    หลังจากนางอมิตตดาถูกตบตีด่าว่าที่ท่าน้ำ นางก็ร้องไห้มาหาชูชกและใช้ให้ชูชกไปขอกัณฑ์หาชาลี ชูชกจึงสั่งให้นางจัดเสบียง

(11) เดิน สาขิปฺปํ ปาเถยฺยํ ปฏิยาเทตฺวา วันนั้นนางอมิตตดาสาวศรี เมื่อจะตกแต่งเสบียงกรังให้ธชีไปทางไกล ออเฒ่าสั่งสิ่งใดเจ้าก็ทำได้สิ่งนั้น ทุกสิ่งสรรพ์เสร็จสรรพสำหรับจะเดินทาง ทั้งลูกเดือยข้าวฟ่างต่างๆ ไม่อย่างเดียว ข้าวเหนียวข้าวเจ้า ข้าวเม่าข้าวพอง เป็นของเดินป่า ถั่วงาสาคู ข้าวตูข้าวตาก หลากๆ ไม่น้อย ที่ใส่น้ำอ้อย อร่อยดีล้ำ น้ำผึ้งหวานฉ่ำ น้ำตาลหวานเฉื่อย เหน็ดเหนื่อยแก้ร้อน ผ่อนลงถุงไถ้ ยัดใส่ย่ามละว้า หนักหนาซับซ้อน ที่ไหนกินก่อน ผ่อนไว้ข้างบน ที่ไหนเมื่อจน จะกินกลางทาง จัดไว้ข้างล่าง ต่างๆ สารพัด พฺราหฺมณสฺส อาโรเจสิ จึงบอกแก่ท่านตาพราหมณ์ ว่าเสบียงเครื่องย่ามก็พร้อมเสร็จอยู่ถ้วนถี่ จะไปก็ไปเสียเดี๋ยวนี้เร็วๆ เข้าอย่าอยู่ อ้ายคนอื่นมันรู้มันจะจู่ไปเสียก่อน จะเสียทุนเสียรอนข้าวของเครื่องเสบียงกินสิ้นเสียเปล่าๆ

     เพราะเป็นเหตุ ด้วยเมียสาว       อายุราว สิบสี่สิบห้า โอ้ดวงจิตร ชื่ออมิตตดา     กำลังโสภา งามวิไล

อยากจะได้ ซึ่งทาสา เอามาไว้เป็นข้า คอยช่วงใช้  จึงสำออย เฒ่าจัญไร              บอกให้ไป อรัญวา

ด้วยแจ้งเหตุ พระเวสสันดร     ไม่ย่อหย่อน ในทางศรัทธา... ให้ไปขอ กุมารา       คือแก้วกัณหา พ่อชาลี

ความรักเมีย แทบเสียหาย           ชีวิตแทบวาย กลายเป็นผี ไม่รักตัว กลัวไพรี       ชูชกชี ก็รีบจร

พอเข้าเขต กรุงสีพี   ชาวบุรี ราษฎร  เห็นทีท่า เฒ่าชราจร       ตาเฒ่าอาทร คงขอทาน...

ทุรชน คนต้นเหตุ     ทำให้พระเวส ต้องเดือดดาล ต้องพลัดพราก จากสถาน ต่างเดือดดาล เข้าโบยตี

บ้างทุบบ้างถอง บ้างร้องด่า     เฒ่าชรา ก็เผ่นหนี วิ่งหลังโค้ง เข้าพงพี     เลียบคีรี ภูเขาเรียง

ย่ามสะพาย จนไหล่ลู่    ไถๆ ถูๆ ฟัดๆ เหวี่ยงๆ ... ขึ้นเขากบ แกหลบเลี่ยง    ไปนั่งทำเขียง หั่นกัญชา

พอถึงท่า ก็ผลัดผ้าอาบน้ำ   พอพลบค่ำ ขึ้นต้นพฤกษา เอาผ้าผูกเปล โอละเห่โอละชา ภาวนา จนหลับไป

พอรุ่งแจ้ง แสงสะท้อน      แกตื่นนอน ด้วยทันใด จากต้นพฤกษา ที่อาศัย   รีบ ครรไล สู่วนา...

พอเข้าแคว้น แดนเจตบุตร       แกแทบสิ้นสุด ชีพสังขาร์ ฝูงสุนัข ของนายพรานป่า     มันกรูเข้ามา มากมาย..

ชูชกปีน ขึ้นต้นมะกอก   เล่นเอาเข่าถลอก เลือดแกไหล แทบวิบัติ เกือบถูกหมากัดตาย   แกเลยร้องไห้ ถึงพระเวสสันดร

ในขณะที่ชูชกร้องไห้อยู่นั้น เจตรบุตรตามมาทัน คิดจะฆ่าให้ตาย ชูชกก็โกหกว่าเป็นพระทูตหลวงอยู่กระทรวงใหญ่ เจตรบุตรหลงเชื่อให้พักอยู่หนึ่งคืนรุ่งขึ้นก็พาไปชี้ทาง

(17) ขึ้น พฺราหฺมณ ข้าแต่ท่านผู้เป็นพราหมณ์มหาศาล ตญฺจ เต เทสมกฺขิสฺสํ หลานก็จะพร่ำรำพันไม่อำพราง ตามระยะย่างที่ทิวทางใกล้แลไกล จึงจะบทจรเจริญเชิญท่านอาจารย์ไป ตํ ปเทสํ สู่ประเทศที่นั้นแล

ชูชกปพฺพํ นิฏฺฐิตํ

ประดับด้วยพระคาถา 79 พระคาถา

   รับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนาเรื่องมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์ชูชกมา ก็สมควรแก่เวลาขอยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้ ขอถวายพระพร

 

 

 

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1