Saturday, 23rd of September 2017

ผูกที่ ๖.กัณฑ์จุลพน ๓๕ พระคาถา

a06

 ผูกที่ 6 กัณฑ์จุลพล

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้อเรื่อง

 

 

                เอวญฺเจตปุตฺโต     พราหฺมณ   โภเชตฺวา   ปาเถยฺยสฺสตฺถาย   ตสฺส   มธุโน   ตุมฺพญฺเจว ปกฺกมิคสตฺถิญฺจ ทตฺวา โภ สาธโว   ดูราสัปปุริสาทั้งหลาย เจตปุตฺโต อันว่านายพรานเจตตะบุตร มิคลุทฺทโก อันเป็นนายพรานเนื้อ สืบเชื้อแห่งชาวเจตราช อันท้าวพระยาทั้งหลายหากคาดไว้ให้รักษาวะนะทวาร   มันกระทำปฏิสันถารต้านจาระจา   ปารพปราศัย     ด้วยน้ำใจอันสนิทเสน่หากับดอมชุยชะกะพราหมณ์ตามเหตุ โภเชตฺวา ยังพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ ด้วยชิ้นเนื้อแลอาหาร มีประมาณพออิ่มท้องบ่ให้คัด ทตฺวา มันก็ให้ มธุโน ตุมฺพญฺเจว ปกฺกมิคฺสตฺถิญฺจ ยังกระทิงน้ำเผิ้งใหม่อันหวาน   กับทั้งขากระทวยแห้ง   อันกระแด้งไปด้วยแดดแลแปลวไฟ   ปาเถยฺยสตฺถาย   เพื่อให้เป็นเข้าไถ่แลเข้าถงแก่พราหมณ์     บ่ให้ขาดเขิน   อันเดินทางไกลพ้นวิสัยหิมมะเวส เข้าสู่เขตภูพะนัง เอวํ ด้วยประการดั่งนี้ ถัดนั้น บั้นนายพรานเจตบุตร จักสำแดงยังเขตประเทศที่สำราญ สถานอันวิเศษแห่งพระเวสสัตรธรรมมิกะรัสสี อุกฺขิปิตฺวา ยกขึ้นชี้ไปยังแขนเบื้องขวา อันจักบอกยังหนทาง อาห ก็กล่าวว่า เอโส เสโล มหาพฺรหฺเม ดังนี้เป็นเค้า ดูราท่านพราหมณ์ผู้ใหญ่ เอโส เสโล อันว่าด้อยอันนั้นเทียนหยิอมด้วยแล้วหินทั้งแท่ง อันโลกหากแต่งตั้งไว้แต่ปฐมกัปป์ อันประดับประดาไปด้วยคันธะชาติของหอมทิพย์ 10 สิ่ง จึงได้ชื่อว่าเขาคันธะมาทะนะบรรพต อันผากฏเห็นมา เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพระยาเวสสันดรกษัตริย์ขัตติยะวรวงค์องค์พุทธังกูล   มหาสมณ์เจ้าตนนั้น สมฺมติ ก็อยู่ สห ปุตฺเตหิ กับดอมลูกฮัก อัคควระบุตรอุตตะมะเทวีศรีกษัตริย์ ยตฺถ อสฺสเม ในอาศรมบทศาลาที่ใด สกกทตฺติเยน   อันบรมอินทาหากกูณาให้ วิสุกรรม     ลงมานีรมิตประดิษฐ์สถานไว้ทั้งมวล บรบวนด้วยสมณบริขาร เป็นสถานที่ควรชมชื่นยินดีบ่ขาด เป็นที่อาวาสสร้างสมณะธรรม ตวํ อันว่าท่าน อุตฺตราภิมุโข จงอ่วยหน้าสะภู่สู่ทิสสาหนเหนือ แล้วจงเลียบไปตามตีนดอยอันนั้น ปสฺสสิ หากจักได้เห็นอาศรมบทศาลาแห่งพระยาเวสสันตรเจ้า อันทรงผนวชเป็นรัสสีถือครองดีทรงเพศ ขอดเกล้าเกษเป็นชาฎานุ่งหนัง เพียคคะยาทั้งเล็บ เก็บกลีบเป็นสังฆาฏิ ไหว้บูชาบ่ขาดยังชาติแปลวไฟ เพื่อให้เป็นปัจจัยนำฮอดเถิงยอดฟ้ามหาพรหม ตามนิยมรัสสีมาแต่ก่อน ก้มีแล พฺรหเม   ดูราท่านพราหมณ์ เอเต ทุมฺมา อันว่าไม้ทั้งหลายฝูงนั้น นีลา อันเขียวนานา ผลธรา อันทรงลูกแลหมากมีหลายพรากหลายพันธุ์ มีลอันสูงยาวยิ่ง กิ่งน้อยสร้อยสาขา อพฺภกูฏา ว เหมือนดั่งจอมเมฆ ดูวิเวกเขียวทรงงามยิ่ง สิ่งดั่งดอกเอ็งชัน ทิสฺสนฺติ ก็ผากฏเห็นมาแต่ตา   ธวา อันหนึ่ง   คือว่าไม้ตะแบกไต้ต่างเทียน   ขทิรา     ไม้ตะเคียนแข็งขนาด อสฺสกณฺณา เดียระดาษไม้หูกวาง มาลุวา ไม้ยางพลาย ปลายมันสูงพ้นเพื่อน นกน้อยเลือ่นลงมา มาลา ไม้ฮัง ผนฺทนํ ไม้ค้อ เต ทุมฺเม ไม้ทั้งหลายฝูงนั้น มีลำอันสูงยาวยิ่ง กิ่งน้อยสร้อยสาขา วาเตน อันลม สมวาเทนฺติ หากกำจัดให้อ่อนน้อมค้อมปมา สกึ ปีตา ว มาณ วา เหมือนดั่งชายหนุ่มเมาสุรา ล้มไปมาทั้งหมู่ ในที่อยู่อันเดียวกันนั้นแท้ดีหลี พฺรหฺเม ดุราท่านพราหณ์ สกุณา อันว่านกทั้งหลาย อุปริทุมฺมํ ปริยาเยสุ อันจับอยู่เหนือกิ่งไม้ แล้วแล ฮ้องถ่องขานขันเชิ่งกันไปมาด้วยเสียงอันเกลี้ยงกลม ควรภิรมย์ชมชื่นยินดี สุยฺยเร ก็ผากฏได้ยินมาทั่วทิสสาบ่ขาด ดุจดั่งชาติแห่งเสียงทิพย์อันขับเสพเทพไท้ใต้ตาวตึงสา นั้นแท้ดีหลีแล นกทั้งหลายฝูงนั้น นชุหา คือว่านกโก้โดกส่งเสียงไกล โกกิลา กาเหว่าใสเสียงก้อง สง์ฆา นกไส่ฮ้องกระทำลางให้คนเทียวทางฮู้เหตุ ไปสู่ประเทศอันบ่สมควร สมฺปตนฺติ ฮ้องแล้วโตนเต้าไต่ไปมา ทุมา จากไม้ต้นหลัง ทุมํ สู่ไม้ต้นหน้า เต ทุมา ไม้ทั้งหลายฝูงนั้น สาขาปตฺตสามิธิตา มีกิ่งก้านสาขาใบดกหนาเดียระดาษ อันลมหากมาฟาด คทฺธนาเล่งเบ่งออกยังเสียงอันม่วนควรชมชื่นยินดี ปิติบ่ขาดบ่อาจจักคืนมา อาหุยนฺเตว ดุจดั่งฮู้กูกฮู้เฮียกหายังคนฝูงใหม่ให้ยินดี ช้ำเหล่าให้เกิดปีติ แก่ฝูงคนอยู่เก่าให้หยความโศกเศร้าบริโภคพร้อมอารมย์ยิ่งกว่าอยู่ในเมืองแห่งตน แท้ดีหลี

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้อเรื่อง

 

 

                นายพรานเจตบุตร สำแดงยังประเทศเขตป่าหิมพานต์ อันเป็นสถานควรชมชื่นยินดี โดยประการดั่งนยี้แล้วแล จักพรรณาย้องยอยังประเทศเขตอาศรมบทศาลา สถานอันวิเศษแห่งพระเวสสันตรเจ้า แก่ชิณนะพราหมณ์ให้ยิ่ง จึงกล่าวเป็นไนยะคาถาว่า อมฺพา กปิตฺถา ปนสา ดั่งนี้เป็นเค้า พฺรหฺเม   ดูราท่านพราหมณ์ ทุมา   อันว่าต้นไม้ทั้งหลาย แวดล้อมอ้อมบัณณะศาลาแห่งมหาสัตว์เจ้านั้น คือว่าไม้หมากม่วงแลหมากขวิด ไม้ขนุนติดไม้หาว ไม้แหนป่าสมอดง ไม้ขามพงแลขามป้อม ไม้ป่าแป้งอ้อมหมากทันหวาน จารุติมฺพรุกฺขา ไม้หมากคับทองมีลูกอันสุกใสงามช้อยโชติ ไม้นิโครธลูกสุกเข้มกินหวาน อุทุมฺพรา ไม้เดื่อมีลูกสุกเฮืองเฮื่อแต่เค้าเท่าเถิงปลาย บ่ขวนขวายด้วยอันอื่น ยืนอยู่พื้นแผ่นดิน เหนี่ยวปิดกินลูกสุกหวาน สมสถานดั่งน้ำเผิ่งน้ำมิ่ม แท้ดีหลี พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ นานา อมฺพา หมากม่วงทั้งหลายมีหลายส่ำ บางพร่องพร่ำจ่อจีบาน บางพร่องพร่ำตระการด้วยลูกอ่อนลูกแก่ บางพร่องสุกแต่ต้นหล่นลงดิน ลูกหมากม่วงสองประการคือดิบแลสุกฝูงนั้น เภควณฺณา ลูกดิบเขียวงามพิลาส สิ่งหลังเขียดตาปาดดูดี ลูกสุกมีสีงามพิลาส ดูสะอาดดั่งวรรณคำ หมากม่วงทั้งหลายฝูงนั้น หน่วยดิบก็ดี หน่วยสุกก็ดี คนฺธรสุตฺตมา ประกอบด้วยรสสาอันหวานหอมหื่น ควรชมชื่นยินดีสุดขนาด ยังผู้ชายทั้งหลายอันเข้าไปเถิงภายใต้   เก็บเอาได้เต็มมือ ถือเอาไปบริโภคบ่ได้ยาก บ่ได้ลำบากสัง พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ อจฺฉริยา อันว่าอัศจรรย์ทั้งหลายแก่ผู้ชายอันเข้าไปเถิงแล้วหล่ำหลิ่งเห็น   เป็นที่บรบวนควรชมชื่นยินดีสู่อัน   อัศจรรย์หลายหลาก   มีมากแท้ดีหลี หึหึกาโร อันว่าเสียงดังหึหึเหมือนดั่งเสียงกระดิงอันดัง ติ่งต้อง ๆ พิลึกก้องสากล ดุจดั่งคนธรรพ์ขับเสพเทพไท้ใต้ตาวตึงสา มีปุบผามาลางามสะอาด ดุจดั่งช่างผู้ฉลาดหากประดับประดา ริจนาฮ้อยคล้องไว้เป็ฯทำนับลำดับเฮียงกัน ตั้งอยู่เแป็นถันงามวิจิต ทิสฺสเร ก็ผากฏเห็นมา ธชคฺคาเนว เหมือนดั่งปลายช่อปลายธุงแท้ดีหลี ตํ วนํ อันว่าป่าอันนั้น โสภติ ก็ดูฮุ่งเฮืองงาม นานาวณฺเณหิ ด้วยดอกไม้ทั้งหลาย มีวรรณะต่าง ๆ มีหลายอย่างหลายประการ สะอาดดั่งอากาสอันเต็มไปด้วยหมู่ดาว เฮืองฮุ่งพุ่งไปด้วยรัสมี ทั่วทิสสาทุกแห่ง เหมือนคนแต่งคนตัด สารพัดต้นไม้ คือ่าไม้มูกน้อยแลโกฏสอไม้สมอแลขัดหมอก ไม้หมากกอกแลแคฝอย ไม้นาวน้อยแลนาวกาน เคลือจานไม้ล้มแล้ง ไม้ปาแป้งแลหมากเฟือง ไม้ก้านเหลืองแลไม้ส้มโฮง ทั้งฮ้งไก่ ไม้กุ่มน้ำไม้ใหญ่ ทังดู่ลาย มีดอกหลายยายเป็นพวง ไม้มูกหลวงไม้จ้อง แลไม้ท่มน้ำ ไม้หมากเหว่อแลไม่ฮัง ผนฺทนํ ไม้ค้อ จูมจ้อดอกบานงาม เต็มสนามสะอาด เหมือนดั่งเฟืองเข้าอันนวดไว้เหนือลาน นั้นแท้ดีหลี พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ โปก์ขรณี อันว่าสะพังวังโปกขรณี อันมีดอกบัวทั้งหลายอันบานทุกเมื่อทุกระดู อันปูไปเหนือหลังน้ำไอันใส มีในที่บ่ไกลประเทศเขตอาศรมบทศาลา มหาสัตว์เจ้าตนวิเศษ เป็นประเทศควรชมชื่นบาน ดั่งนันทอุทิยานแห่งเทวดาทั้งหลาย นั้นแท้ดีหลี

 

                สกุณา อันว่านกทั้งหลาย มีนกกาเหว่าเป็นเค้า เข้าไปแล้วส่งเสียงใส ในที่บ่ไกลเหนือกิ่งไม้อันมีที่จิมใกล้อาศรม อันอุดมด้วยดอกบ่ขาด หน้าพิศวาสพิศวง นกเสพดงเสพป่า ฮ้องเป็นท่าเป็นทางวางเสียงสูงระห้อย ฟังแล้วคล้อยใจตาม แท้ดีหลี พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ เรณุ อันว่าละอองเกษรดอกบัวทั้งหลาย อันพุ้งขึ้งจากกลีบเกษร หอมขจรขึ้นไปเถิงอากาศ บางพร่องหยาดลงไปภายหลุ่มชุ่มไปด้วยน้ำค้างบ่ขาดเจือจาน มีรสหวานดั่งน้ำเผิ่งน้ำมิ่มยิ่งยวดลวดชื่อว่าโปกขรณี วาตา อันว่าลมทั้งหลาย   วายนฺติ ก็พัดสะบัดเอากลิ่นอายแห่งดอกไม้ทั้งหลาย   ให้กระจายฟ้งตลบอบไปทุกแห่งใน 4 แจ่งอาศรม   แห่งเจ้าอุดมโพธิราชนั้นถนัด อสฺสโม อันว่าอาศรมบทศาลา แห่งพระกษัตตาตนนั้น โอกิณฺโณ อันอาเกียรเดียระดาษเต็มไปด้วยเกษรดอกบัวทั้งหลาย หอมโฮยฮวยสุทธะยิ่ง สิงฺฆาตกา หมากจับหวานลูกใหญ่ ประมาณไว้ท่อเขาควาย สสฺสทิยา มีทั้งเข้าสาลีอันบ่ได้ปลูก มีลูกมากฮวงงามมีทุกยามบ่ขาด ธรรมชาติเข้าสาลี มีโอชารสอันยิ่ง สิ่งเข้าสาลีทิพย์แห่งเทพดา มจฺฉกสฺสปา มีปูปลาและเต่าน้ำ ว่ายค้อยค่ำชื่นชมฟอง เอนกนองมีมาก มีหลายภาคเห็นแต่ไกล เหตุน้ำใสสุทธะยิ่ง และน้ำในสระนั้นมีรสอันหวาน เหตุเจือจานด้วยเหง้าบัวแลฮากบัว ชึมชาบอาบเอาอาย พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ ตํ วนํ อันว่าป่าอันนั้น สุรภี มีกลิ่นอันหอมทั่วทิสสา ลมพัดมาบ่ขาดสาย ยังผู้ชายอันเข้าไปเถิงแล้ว ให้ใจผ่องแผ้วชื่นชมบานบ่อยากหนี ภูมรี แมลงภู่ฮ้องเสียงสู่ชมละออ เฮฮอนบินผันผ่อนแอ่วไปมา สามนฺตา ฮอดทุกก้ำทุกพายแท้ดีหลี

 

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้อเรื่อง

 

 

                อโถ ประการ 1 สกฺกุณา อันว่านกทั้งหลาย ทิชา อันเกิดมา 2 ชาติ มีวรรณะอันสะอาดต่าง ๆ กันแปลงฮวงฮังที่จิ่มใกล้ ตามต้นไม้อันมีอยู่แทบขอกข้าง สระโปกขรณี อันมี 4 เหลี่ยมเสมอกัน มีหลายพันธ์หลายภาค ฮ้องเสียงหลากขานขัน เชิ่งกันไปมา มีเจตนาชมชื่นยินดี กับนกตัวเป็นเมียอยู่นีเนียนีหน่ำ ฮ้องแล้วพร่ำเพียงกัน เข้ามาน้อมนบโคมรพถวายพร แก่พระเวสสันดรวระวงศ์องค์พุทธางกูร มหาสมณ์เจ้าตนนั้น แล้วแลตั้งอยู่ในทิสทั้ง 4 เฝ้าทุกค่ำเช้าบ่ขาดสาย แลนกทั้งหลายฝูงนั้น มี 4 หมู่ หมู่ 1 ชื่อว่า นันทิกา หมู่ 1 ชื่อว่า ชีวปุตฺตา หมู่ 1 ชื่อว่า ชีวปุตฺตา ปิยาชิโน หมู่ 1 ชื่อว่า ปิยปุตฺตา ปิยานนฺทา นกทั้ง 4 หมู่นั้น หมู่เป็นเอกปฐมมา สังขยานับด้วยหมื่น ชมชื่นพร้อมกันมา วารณมีนกหัสดีลิงค์ป็นเค้า เป็นเจ้าหมู่หัวที ฝูงนกมีหลายอย่าง มีต่าง ๆ เป็นบริวาร มีทั้งกกแลนกแกง ชุมแชงแลคอก่าน ห่านฟ้าแลอินทรีย์ เอี้ยงคลีแลนกพีด นกปีดแลนกเขา กาเวาแลกระออก จอกฟ้าแลสงกา วารณา มีนกหัสดีลิงค์เป็นแก่เป็นประธาน เข้ามาแผ่ทูลสาส์นกับทั้งบริวารพร่ำพร้อมน้อมยังปีกเลิกเอ็งคะชุลี ถวายบังคมแก่พระรัสสีเจ้า ว่า ข้าไหว้บาทบุพพิตาเป็นเจ้า ตฺวํ อันว่าสมเด็จมหาราชเจ้า บัดนี้กูมาทรงผนวชบวชเป็นชีป็นรัสสี เจ้าอย่าได้คิดเถิงห้องบุรีรมราช อย่าได้คิดเถิงปราสาทแก้ววิไชยนต์ อย่าได้คิดเถิงหมู่รีพลแลอามาตย์ อย่าได้คิดเถิงวอระนาถแก้วกิ่งกัลยา ตฺวํ อันว่าสมเด็จมหาราชเจ้าจงยินดีซึ่งบารมีธรรมกรรมอันประเสริฐ สร้างโพธิสมภาร ก็ข้าเทอญ นกทั้งหลายถวายยังคำยินดีแก่พระรัสสีเจ้าตนวิเศษ เหตุดั่งนั้นนกชุ่มนี้จึ่งได้ชื่อว่า นันทิกา เทียนหย่อมมาโคมรพนบบาทเจ้า ทุกค่ำเช้าเฝ้าเบื้องปราจีน ก็มีแล   อถ ทุติยสกฺกุณสงฺฆา อันว่านกหมู่ถ้วน 2 อันเป็นลำดับมานั้น หํสาราชปมุโข มีพระยาหงษ์เป็นแก่เป็นประธาน มีทั้งนกเจ่าแลนกยาง นกไส่ลางแลชายกวัก จักพากแลตาหลุม นกกระชุมแลก้นโดก คับแคแลตาหวัด สัตว์ทั้งหลายฝูงนี้ เป็นบริวารแห่งพระยาหงษ์ ลงมาพร่ำพร้อมน้อมยังปีกเลิกเอ็งคะชุลี ถวายบังคมพระรัสสีเจ้า ว่า ข้าไหว้บุพพิตตาเจ้า ตวํ สมเด็จมหาราชเจ้า บัดนี้มาเข้าป่าเป็นชี เป็นรัสสีเจ้าอย่าได้ประมาท สมเด็จมหาราชเจ้าจงมีอายุยืนยาวหยิ่ง กับทั้งลูกแก้วยิ่งชายา ก็ข้าเทอญ นกทั้งหลายถวายอายุเป็นพรดีแก่รัสสีเจ้าตนวิเศษ เหตุดั่งนั้นนกชุมนี้จึงได้ชื่อว่า ปิยปุตตา แลนกทั้งหลายฝูงนั้น เทียรหย่อมเข้ามาน้อมนบโคมรพพระบาทเจ้าทุกค่ำเช้าเฝ้าเบื้องปัจฉิม ก็มีแล อถ ตติยสกุณสงฺโฆ อันว่านกหมู่ถ้วน 3 ตามลำดับมานั้น มยุรปมุโข มีนกยูงเป็นแก่เป็นประธาน มีบริวารทั้ไก่เถื่อนแลสีทูตกดปูดแลตาใน นกไฟแลนกจาบ กาลาบแลกาแก นกประหิตประเหียน ตีนเทียนแลเป็ดน้ำ นกทั้งมวลอันอยู่ถ้ำผา พึงคณามีมาก พ้นจากสังขยา มีทั้งกาแลแฮ้ง มาพร่ำพร้อมน้อมยังปลีกเลิกเอ็งคะชุลี ถวายบังคมพระรัสสีเจ้าว่า ข้าไหว้พระบาทสมเด็จมหาราชเจ้า บัดนี้เจ้ากูมาบัวระบัดคลองวัตรเป็นรัสสี เจ้ากูจงมีอายุยืนยาวยิ่ง อย่าโสกเศร้า ฮักลูกเต้าเพื่อนข้างกับดอมเมีย ก็ข้าเทอญ นกทั้งหลายถวายวุฒิธรรมอันสนิทติดกับทั้งด้วยเสน่หา สวัสดีแก่พระรัสสีตนทรงผนวชลวดได้ชื่อว่า ปิยปุตตา ปิยาชิโน แลนกทั้งหลายฝูงนั้นเทียรหย่อมถวายพรทุกค่ำเช้า เฝ้าเบื้องทักษิณก็มีแล

 

                อถ จตุตฺโถ สกุณสงฺโฆ อันว่านกหมู่ถ้วน 4 อันลำดับมานั้น กรวิกปมุโข มีนกกอระวีกเป็นเค้าเป็นเจ้าหมู่พึงคณา มีทั้งนกกระทาแลนกขุ่ม นกก่างกี้แลเขาไฟ มีทั้งนกถัวแลไก่ฟ้า นกเอี้ยงแลสังกา มีทั้งนกมุงแลนกเปา นกเค้าแลอุมลัวมีหลวงหลายนับหมื่น ชมชื่นพร้อมทั้งบริวาร เข้ามาถวายสาส์นภูวนาถว่า ข้าไหว้บาทบุพพิตาเจ้า บัดนี้เจ้ากูมาทรงเพศเป็นสมณ์ พรหมวิหารวุฒิธรรมดวงหยิ่ง กับทั้งลูกแก้วกิ่งเมียตน เจ้ากูอย่าได้กังวลสังอันอื่น จงชมชื่นยินดี ฮัก 2 ศรี คลีค้อย ๆ ทั้งลูกน้อยกับดอมเมีย ก็ข้าเทอญ นกทั้งหลายฝูงนี้มาถวายวุฒิสาร สุขสำราญแถมสมภารอันวิเศษ เหตุดังนั้น นกชมนี้จึงได้ชื่อว่า ปิยปุตตา ปิยานันทา แลนกทั้งหลายฝูงนั้น เทียรหย่อมฮ้องถ่องขานขังเชิ่งกันไปมา ด้วยเสียงอันเกลี้ยงกลม ควรชื่นชมยินดีทุกค่ำเช้า เฝ้าพระบาทเจ้าเบื้องอุดร ก็มีแล พฺรหฺเม ดูราท่านพราหมณ์ โส เวสฺสนฺตาโร อันว่าพระเวสสันตรเจ้าตนนั้น สมฺมติ ก็อยู่ด้วยกับลูกเต้าเมียมิ่งชายา ในอาศรมบทศาลาที่นั้นอันทรงเพศเป็นนักบวช ขอดเกล้าเป็นชฏา ทรงหนังเพียคคะยาแลผ้าเปลือกไม้ ก้มขาบไหว้เปลวไฟตามวิสัยรัสสีมาแต่ก่อนแท้ดีหลี

 

                เมื่อนายพรานเจตบุตร พรรณาอาวาสที่สำราญ สถานอันวิเศษแห่งพระเวสสันตรเจ้า แก่เฒ่าชุยชะโก โส พฺราหฺมโณ อันว่าพราหมณ์ผู้นั้น มีใจเชื่อมั้นชื่นชมบาน ปฏิสันถารขอตอบคุณค่ามากอันเจ้ากูออกปากบอกหนทาง อิทํ สตฺตุภตฺตํ อันว่าเข้าสะดูกก้อนสะดูกหย่อย อันนี้ มีรสอันหวาน อันระคนด้วยน้ำตาลน้ำอ้อย อันนางหนุ่มน้อยอมิตตะตา ภริยาแห่งผู้ข้า ตั้งหน้าแต่งให้เดินทาง ททามิ ข้าก็วางให้แก่เจ้าให้เป็นที่ระลึกเถิงข้อยเฒ่าผู้เหิงนาน นายพรานตอบบ่ช้าทางเมือหน้ายังไกล เข้าของอันใดอันแม่เจ้าทานแต่ง ให้ท่านจงเอาไปเพื่อเดินทาง อันยืดยาวคลาวไกล ท่านจงไปตามความสุขก็ข้าเทอญ อยํ มคฺโค อันว่าหนทางอันนี้ พอฮ้อยตีนผู้เดียว เทียวไต่ไปมา เป้นอันชื่อจื่อบ่หลงท่านจักไปเถิงดอยดียิ่ง เจ้าอจุตตะรัสสีตนฉลาด สร้างอาวาสอยู่ที่ข้างมัคคา ปงฺกทนฺตา มีแข่วอันขาว มีหัวอันกั้วเกล้ไปด้วยผงเผ่าธุลี ทรงเพศเป็นรัสสี บูชาไฟอยู่บ่ขาด ท่านอย่าประมาทไปเห็นแล้วไหว้ถาม ทางเจ้าใจบางมีเมตตาธรรมอยู่ทุกเมื่อ ให้ท่านเชื่อถ้อยคำแล้วบ่มียาก ท่านหากยังจักบอกให้ยังหนทางแลนา เตน วุตฺตํ เหตุดั่งนั้น บั้นคาถาพันธะอันนี้ พระเจ้าชี้เทศนา แก่ธรรมเสนาสารีบุตรในจริยปิฎกว่า อิทํ วตฺวา พฺราหฺมณพนฺธุ ดังนี้เป็นเค้า ดูราเจ้าสารีบุตร พฺราหฺมณพนฺธุ อันว่าชุยชะกะพราหมณ์ เป็นแนวนามเชื้อชาติ อยู่อาวาสเมืองพาราณสีเฮ็ดบ่ดีไฟลวดไหม้เฮือนมันเสีย มันจึงได้พาเมียมาอยู่เมืองกลิงคราชมันเขาลูกอำนาจแห่งตัณหา เมียมันจำไปหาทาสีทาสา สุตฺวา ได้ยินถ้อยคำแห่งนายพราน มีใจชื่นบานยินดีหนักหนา กตฺวา กระทำเวียนวัดปทักษิณ ซึ่งนายพรานเจตบุตร เจ้าอจุตตะรัสสีมีใจที่ใด ปกฺกามิ มันก็ไปในที่นั้นแล จุลฺลวณฺณา ประดับประดาไปด้วยคาถา   พระคาถา นิฏฺฐิตา ก็เสด็จบรบวนควรเท่านี้ก่อนแล

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1