Wednesday, 22nd of November 2017

ผูกที่ ๔.กัณฑ์วนปเวสน์ ๕๗ พระคาถา

a04 

ผูกที่ ๔ วันนะประเวสน์กัณฑ์

กัณฑ์ย่อยที่

เนื้องเรื่อง

                เต ปฏิปเถ มนุสฺเส ทิสฺวา   กุหึ   วงฺกตปพฺพโตติ สาธโว   ดูราโสตุชนาทั้งหลาย แสวงสรางเสพนีรพาน จงมีใจชื่นบานฮอมฮ่อ ตั้งหูต่อฟังธรรม จำนิทานถ้วนถี่ พระกษัตริย์ทั้ง 4 เดินประเทศ ชื่อว่า วันนะประเวสน์ ต่อไป เต ขตฺติยา พระกษัตตาทั้ง 4 บ่ฮู้ที่ทางจะไป เห็นคนเดินไปมาถามซักไซ้ ว่าป่าไม้เขวงกตทางเลี้ยวลดเดินทางได ยังอยู่ไกลหลืออยู่ใกล้ เขาตอบไท้ว่ายังไกล   เหลือวิสัยจักไปฮอดบอกแล้วทอดตนหงาย เหตุกฏหมายฮู้เหตุ ฮู้ว่าแหม่น พระยาเวสสันดรตนผ่านแผ่ว ตนให้ทานช้างแก้วไพร่ขับหนี จากบุรีทุกข์ยาก ได้ความลำบากทั้งลูกแลเมียนาง คนเยวทางฮ่ำฮ้องไห้ เหตุอิดูกูณาพระยอดไท้ทั้ง 4 พระองค์ บ่าจทรงตนจักอยู่ได้ ฮ้องฮำไห้ลูบอกอาง คนเทียวทางฮ่ำฮ้อง ว่า โอนอ พระอยู่เหนือหัวเอยตนบุญมาก เสวยวิบากแห่งกรรมอันได ให้ไพร่ฟ้าขับเสียจาก พลัดพรากบ้านเมืองตน เจ้าจอมพลเอยกำพร้า บ่มีข้อยข้าแล่นตามหลัง อนิจฺจํ ยังแต่เมียกับลูก ทุกข์ไฮ้ถูกเถิงตน แลนอ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห พระทสพลตนอยู่เกล้า สั่งสอนเจ้าสารีบุตร ในจริยะปิฎก อาจารย์เจ้ายกมาไข มีปริยายดั่งกล่าวแล้ว พระยอดแก้วเทศนา เป็นคาถาว่า ยทิ ปสฺสนฺติ วเน ดั่งนี้เป็นเค้า ในเมื่อเจ้ากุมารทั้งสอง ยังบ่ฮู้ครองทุกข์ยาก อันพ่อแม่หากพาไป ในกลางพงไพรป่ากว้าง เห็นหมากไม้แลดอกไม้เกิดฮิมทาง ฮ้องไห้คางอยากได้ วอนพ่อแม่ไท้เหนี่ยวขอเอา สมเสลาบุญมาก ต้นไม้หากอ่อนลงมา เถิงหัตถาสองไท้ เก็บเอาได้ดั่งประสงค์ แลนา อถ ถัดนั้น บั้นนางแก้วราชมัทรี ผู้มีลักษณะดีล้ำเลิศ เห็นแล้วเกิดอัศจรรย์ ขนหัวพองยีเยือก ขำเขือกทั่วคีงตน นางมงคลอดบ่ได้ ก้มขาบไหว้ทูลผัวว่า ข้าแด่พระอยู่เหนือเอยเจ้าข่อย ข้าน้อยเกิดอัศจรรย์ พระจอมทันนั่งเกล้า พระลูกเต้าทั้งสองมีใจปองอยากได้ต้นไม่อ่อนโมทนา เหมือนดั่งวิญญาณ ฮู้อี่ดูกูณาเด็กน้อย นางยอดสร้อยกราบทูลสาส์น สาธุการต่อสมภารผัวแก้ว มีใจผ่องแผ้วชื่นชมบาน คิดถึงทานให้แล้ว สองหน่อแก้วบ่เสียใจ เดินทางไกลโดยชมชื่นก็มีแล เตน วุตฺตํ เหตุดั่งนั้น บั้นคาถาพันธะอันนี้ พระเจ้าชี้เทศนา แก่ธรรมเสนาสารีบุตร ตนบริสุทธิ์ด้วยปัญญา ว่า ขิปึสุ ปถํ ยกฺขา อนุกมฺปาย ทารเก ดังนี้เป็นเค้า ดูราเจ้าสารีบุตร ในเมื่อพระกษัตตาทั้ง 4 บ่ฮู้ที่ทางไป เดินทางไกลได้ 30 โยชน์ อันเทวดาโผดกูณา หย่อมัคคาบ่ให้ยาก บ่ให้ลำบากแก่สองกุมาร เดินกันดารยาวยิ่ง นับด้วยสิ่งเหลือวิสัยเดินออกไปแต่เวลาเช้า จากเมืองเกล้าประเชชัย เถิงเมืองไกลสุดเขต แห่งชาวเจตราช ชื่อว่า มาตุลนคร เป็นเมืองอันบวรชมชื่น ท้าวทั้งพระยา 6 หมื่น เป็นพระกษัตตา พอเวลาเย็นต่ำค้อย พระยอดสร้อยเถิงเมือง บ่ฮ้อนเคลืองลำบาก บ่ทุกข์ยากด้วยการหย่างและการเดิน ทางไกลเกิน 30 โยชน์ เทวดาโผดกูณา หย่อมัคคาถวายไท้ จึงมาเถิงได้โดยสวัสดี พระภูมีเวสสันตราช พระบาทเจ้าพักศาลา นอกพาลไกลเขต อันชาวเจตราชเที่ยวไปมา สา มทฺที ส่วนดั่งนางแก้วราชมัทรี ผู้มีครองวัตรดีกราบไหว้ แก้พระแก้วแก่นไท้ผัวตน นางมงคลเช็ดพระบาท บ่ให้ขาดครองดี นางเทวีนวดฟั้นคั้นบาทา เห็นเวลาจักใกล้ค่ำ นางคิดฮ่ำหาอุบาย เพื่อจักให้คนทั้งหลายฮู้เหตุ ว่าพระเวสสันตรเจ้าเสด็จ เข้ามาเมือง นางบุญเฮืองออกไปอยู่ภายนอก พอให้พ้นเขตขอกของตาคนไปมาเห็นนางนาถ บ่าจจักกลายหนี ยิงผู้ดีบ่ไช้น้อย นับด้วยฮ้อยมาเป็นบริวาร บอกข่าวสาส์นทูลเหตุแก่เจตราชกษัตตา ท้าวพระยา 6 หมื่น ตกใจตื่นพร้อมกันมา เต็มศาลาพระบาทพร้อมด้วยเครื่องราชบรรณาการ ถามข่าวสาส์นทูลไท้ เหตุไดได้เดินมา ฝูงเสนาแลอามาตย์แห่งพระบาทเจ้าอยู่ทางได หลือเกิดโภยภัยข้าศึกมาบังเบียด หลือเคืองเคียดด้วยประการดจึงได้ไลเมืองมาเถิงพี่ มาเถิงนี้ค่อยสะบาย ก็ข้าเทอญ อโถ ประการ 1 พระราชปิตตามารดาแห่งมหาราช กับทั้งอามาตย์หมู่มนตรี ก็ยังอยู่ดีบ่เดือดฮ้อน ก็ข้าลือ สวาคตนฺเต อันว่าการมาแห่งมหาราช ฝูงข้าพระบาทชื่นชมบานเป็นการมาดีเป็นประโยชน์ มาผายโผดให้ฝูงข้าอยู่เย็นใจ ก็ข้าเทอญ

 

                อถ ตทา ในกาละเมื่อนั้น บั้นพระยาเวสันดรกษัตริย์ จักบอกประวัติอันตนมา อาห ก็กล่าวว่า กุสลญฺเจว เม สมฺมา ดั่งนี้เป็นเค้า ดูราเจ้าสหายความสะบายทั้งภายในแลภายนอก เฮาพระองค์ทรงศรัทธาบ่ขาด เฮาพระบาทได้ให้ช้างอแก้วเป็นทาน แก่พราหมณาจารย์ผู้หวังประโยชน์ แลช้างตัวนั้นเป็นช้างเผือกแก้วมุงคุล จำเริญผลผายแผ่ แก่ชาวเชื้อสีพี เป็นช้างดีช้างกล้า เป็นช้างท้าสงคราม งางอนงามสะอาดเฮาพระบาทให้เป็นทาน ชาวเมืองพาลเคืองเคียด เมือส่อเสือดพระวรปิตตา พร้อมกันพากริ้วโกรธ กุมใส่โทษไล่เฮ่หนี เฮาจักไปบวชเป็นรัสสีทรงเพศ อยู่ในประเทศเขาวงกต อดสาทำความเพียรจีไจ้ ท่านทั้งหลายจงบอกให้ ส่งเฮาไปตามวิสัยความฉลาด ให้เฮาพระบาทอยู่จำศีล แด่เทอญ

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้องเรื่อง

 

                อถ ถัดนั้น บั้นพระกษตตาเจตราช ยอมืออภิวาทกราบทูลถวาย มอบเวนเมืองแผ่นกว้าง ขอให้พระบาทเจ้าอยู่เสวยฝูงข้าจักเฉยกราบไหว้พระวรแก่นไท้เสด็จเข้าคืนเมือเมือง ถ้ามีความแค้นเคืองขุ่ข้องบ่ถืกต้องเหลือวิสัย ฝูงข้าขอมอบเวียงชัยเจตราช ให้เป็นสิทธิ์พระบาทเจ้าอยู่เสวย ก็ข้าเทมอญ เมื่อนั้น บั้นพระเวสสันดร พระภูธรตนองอาจ อันท้าวพระยาเจตราชมอบเวนเมือง พระบุญเฮืองบ่ช้า อ่วยหน้าตอบตามใจหมาย ว่า ดูราสหาย เข้าของทั้งหลายเป็นเครื่องต้อนรับแขก อันสูเจ้าแบกทุลถวาย เฮาพระองค์ยินดีมาก เฮาฮับปากแล้วขอถวายคืน อันที่ท่านทั้งหลายจักฝ่าฝืนเมือขอโทษ ให้พระวรปิตตาโผดกูณา ข้อนั้นพระวรปิตตา บ่ได้โกรธ บ่ได้ใส่โทษไล่เฮ่หนี ชาวสีพีทั่วด้าวขับกูท้าวจากเวียงชัย เฮาบ่ไป หากจักตายมรณาต กับทั้งพระบาทเจ้าวรปิตตา แท้ดีหลี อโถ ประการ 1 อันที่เจ้าทั้งหลาย ยกเมืองมาถวายมอบให้ แก่เฮาพระบาทไท้อยู่เสวย เฮาบ่เคยเห็นของแปลก ของบูชาแขกเหลือประมาณ เฮาทนทานต่อความยินดีบ่ได้ เฮาขอให้สาธุการ จักฝังอยู่ในสันดาน หาเวลากาละจักเสื่อมสิ้นไปบ่ได้ปน ด้วยมีแท้ อหํ อันว่าเฮาพระบาท จักเสวยราชเป็นพระยา ในนคราสูเจ้า ก็จักลือชาทั่วเท่าเขตสีพีเขาจักตีใส่โทษ จักกริ้วโกรธให้แก่ท่านทั้งหลาย ว่าเจ้า เวสสันดรเฮ็ดบ่ดี เฮาจึ่งขับหนีเจียระจาก พากบ้านเมืองไป ชาวเวียงไชเจตราช ดั่งลือจึ่งให้พระบาทเสวยเมือง จักแค้นเคืองเป็นการใหญ่ ยกพวกไพร่ฝูงโยธา ตามเฮามาเพื่อจักฆ่า พวกคนเกล้าฝ่ายทั้งเฮา จักอดเอาทนบ่ได้ สองฝ่ายให้สมุยหาร ฆ่าฟันกันมรณาต เพราะเหตุเฮาพระบาทองค์เดียว แลนา ตสฺมา เหตุดั่งนั้น เจ้าทั้งหลายผู้ฮู้เขตฮู้ประเทศเขาวงกตปัพพะตะคีรี อันมีในที่แห่งทางใดจงบอกไปให้แจ้ง ในที่นั้นแก่เฮา อหํ ปน สวนดั่งตนเฮานี้ อันชาวเมืองสีพีขับจาก พลัดพรากบ้านเมืองมา มีความปรารถนาอยากบวชสร้างผนวชจำเริญศีล ชำระมลทินให้ใจขาวสะอาด ให้โอกาสสร้างสมณะธรรม แท้ดีหลี ตุมฺเห ท่านทั้งหลาย จงอยู่สุขสะบาย อย่าได้ประมาท อย่าได้เสียทสราชสืบแทนเมือง อย่าขุ่นเคืองเดือดฮ้อน อย่าขับข้อนเบียดเบียนสัตว์ อย่าได้ลักเอาสมบัติของมีเจ้า อย่าลอบเล้ามิจฉาจาร อย่ามีโวหารตั๋วหล่าย อย่ามักจ่ายเมาสุรา เป็นพระกษัตตาฮ่มกว้าง ฝูงไพร่ฟ้าอยู่เย็นใจแลนา

 

                เมื่อนั้น บั้นพระยาเจตราช บ่าจไหว้ขืนพระทัย มีหัวใจอันต่ำค้อย ให้ยมย้อยทั่วทั้งเมือง บ่ให้เคืองใจทูลภูวนาถ ฝูงข้าจักบอกกล่าวทางไป ขอแก่พระจอมไท้ผู้วิเศษ ยั้งอยู่เขตในพารา ให้แข้งขาหายเมื่อยหล้า ขอให้เจ้ายอดฟ้าพักสบาย ก่อนเทอญ ตโต พระโพธิสัตว์ตนองอาจ ตอบเจ้าประเทศราชโดยไว ว่าเฮาขอลาไปในวันหน้า อย่าได้ช้าส่งเฮาไป เท่าวันเทอญ ถัดนั้น บั้นพระกษัตริย์เจตราช จัดอามาตย์แต่งศาลา ให้ประดับประดาดีสะอาดด้วยเครื่องราชอลังการ พร้อมกับบริวารอยู่เฝ้า ให้พระกษัตริย์เจ้าอยู่สำราญ ให้ชื่นบานด้วยโภชนาอาหาร มีประการหลายสิ่ง เจ้าจอมมิ่งนอนศาลา เสี้ยงรารีเดียวตื่นแต่เช้า เสด็จเข้าอาบองค์สรงเกษ ทรงเพศแต่งกายา เสวยโภชนะอาหาร มีท้าวพระยาเป็นบริวารแห่ฮ้อม พร้อมด้วยช้างม้าส่งภูธร จากนครเจตราช ตามพระบาทส่งทางไปสิ้นทางไกล 15 โยชน์ เบื้องหน้าโสดเป็นพงไพร เหลือวิสัยด้าวเขตเป็นประเทศแห่งแดนดง บรมวงศ์เจตราช ส่งพระบาทสุดวิสัย จึงพรรณาทางจักไปภายหน้ายัง 15 โยชน์ เท่าเดินมา ให้พระราชาเป็นเจ้า เดินทางนี้ ทางผู้ข้าชี้นี้ชื่อว่า วิปุลละบรรพต อันปรากฏเป็นเขาสูง มีไม้ยูงยางเดียระดาษ งามสะอาดเต็มไปด้วยไม้เป็นดอกแลเป็นผลงามทุกหนงามทุกแห่ง ปานคนแต่งปะดับประดา สกุณา นกบินบนกุ๊กฮ้อง เสียงแช่ช้องเฮียกหากัน มีหลายพันหลายภาค จากที่นั้นต่อเดินไป พระขุนไท้จักได้เห็นแม่น้ำอันชื่อว่า เกตุมาลานที มีท่าดีเฮียงฮาบลงกินอาบสะบายใจ มีน้ำใส่สุดขนาด เดียระดาษเต็มไปด้วยเต่าน้ำแลปูปลา ว่ายไปมาเป็นหมู่ เป็นคู่ ๆ ควรยินดี ชิญนางมัทรีแลลูกเต้า กับทั้งพระราชเจ้าอาบให้ชื่นใจ แล้วจึ่งไปภายหน้า บ่เนินช้าพักหิวโหด จักได้เห็นยังไม้นิโครธลูกสุกหวาน มีประมาณพอหายอ่อนแล้วจึงผ่อนเดินต่อไป ก็จักได้เห็นดอยอันหนึ่ง ชื่อว่านาฬิกาบรรพต อันปรากฏเห็นสูงสะอาด แลดอยอันนั้น เต็มไปด้วยเนื้อแลนกทั้งหลาย มีประการต่าง ๆ มีหลายอย่างนานา มีทั้งกินนรากินนรี พยัคฆา พยัคฆี หมีเหมือยหลวงแฮดช้างเสพอยู่อ้างส่งเสียง ไกลมหาราชเจ้าจงเจียมไปข้างตีนดอยอันนั้น ข้ามห้วยน้อยแลลำธาร บ่นานเท่าได ก็จักไปเห็น อจุตฺตํ ยังเจ้าอจุตตะรัสสี สร้างกุฏิแก้วกู่ อยู่ที่ข้างทางจักไป พักอาศัยเสียแล้วจงไป ยังบ่ใกล้เหลือขนาด วันเดียวหนึ่งอาจไปถึง ยังสถานอันวิเศษ อันเป็นข่วงเขตสระมุจลิน มีน้ำใสสะอาดน้ำบ่ขาดมี 4 แจ่งเสมอกันมีบัวผัน บัวเผื่อน ดอกบุณฑริกแลจังกอน ดูสะลอนเดียระดาษ เหมือนดั่งลาดด้วยผ้ากัมพล ในวังชลเต็มไปด้วย ปลาแลเต่า มีหลายเหล่าหลายพันธุ์ มีหลายสันหลายภาค มีทั้งนาคน้ำหมู่มัจฉา ปูปลาแลกู้งก้างขี่แข่ย่างไปมา มีนา ๆ หลายหลาก มีมากล้นเหลือประมาณ แลสระโบกขรณีอันนั้น ตั้งอยู่ชั้นทิศเหนือตาวันออก นอกดอยนาฬิกบรรพตบ่ไกล มหาราชเจ้าเสด็จไปทั้งลูกเต้าแลเมียแพง เพียงดั่งบราชสีห์แสวงหากินเหยื่อ ในป่าเฮื้อพงไพร เหลียวแต่ไกลเห็นเขียวไปทุกแห่ง   เหมือนคนแต่งคนตัด ดูเป็นสัดเป็นพุ่ม ดูภายลุ่มมีหญ้าแพด แลหญ้าแฮ้วหมู ปูเหนือดินทับฝูงอ่อน หมกหม่อนเป็นตาหน้านั่งหน้านอนหน้าสะออนเต็มไปด้วย ดอกไม้แลหมากไม้สะภู่ ห้อยย้ายอยู่เต็มดง คนประสงค์ปิดเอากินบ่ได้ยากบ่ได้ลำบาก ด้วยการขึ้นแลการฮาน มีลูกหวานแลลูกส้ม ขม ฝาดเฝื่อนหลายสัน นกเนืองนันกินลูกไม้ จับกิ่งไต่ไปมา มีวรรณนาต่าง ๆ บางพร่องดางเหลืองแดง ฮ้องเสียงแข็งเสียงอ่อน ฮ้องวีวอนหาตัวเป็นเมีย อยู่นีเนียนีหน่ำ ฮ้องแล้วพร่ำกันนอน พระภูธรไปเถิงแล้ว จงผ่องแผ้วข้างบรรณศาลา ให้สำราญในสถานที่นั้น แล้วจึงบวช สร้างผนวชเป็นรัสสี อบรมพรหมจารีอยู่จีไจ้ หาลูกไม้แลหัวมัน แสวงหาฉันทุกค่ำเช้า กับดอมลูกเต้าแลเมียแพง ก็ข้าเทอญ


กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้องเรื่อง

 

                เอวํ ราชโน ท้าวพระยามวลมาก ส่งท้าวจากเมืองไป เสี้ยงทางไกล 15 โยชน์   น้อมสิโรตไหว้วันทา สั่งอำลาภูวนาถ น้ำตาหยาดโสกา เหตุอิดูกูณาแก่นเหง้า กับทั้งลูกเต้าหน่อชายา ปริเทวมานา ฮ้องไห้ก้มขาบไหว้แล้วจัดการหานายพรานผู้ฉลาด ให้ไปส่งพระบาทแล้วเฝ้าแยง ดั่งมีประสงค์รักษาการเข้าออกแห่งคนนอกแลคนใน อันจักเข้าไปมีคุณหลือมีโทษ นามโคตรชื่อว่าเจตบุตร ผู้ใจกล้าเฝ้าปากป่าหิมพานต์ด้วยประการดั่งนี้แล้ว ก็กลับขึ้นเวียงแก้วแห่งตน วันนั้นแล ตโต ปฏฺฐาย ตั้งแฮกแต่นั้นไปภายหน้าเจ้ายอดฟ้าพระยาเวสสันดร กับทั้งสายสมรเมียมิ่ง นางแก้วกิ่งมัทรี ชาลีกัณหาอ่อนน้อย เจ้าจอมสร้อย 4 พระองค์ นายพรานเจตบุตรเป็นที่ 5 นำเจ้าฟ้าอ่วยหน้าสู่หิมพานต์ ไปบ่นานเถิงเขาคันธมาสพระบาทยั้งแฮมคืน ตื่นวันลุ่นแต่เช้า เสวยเข้าน้ำโภชนะอาหาร นายพรานพาเดินก่อน ไปพักผ่อนเอาแฮงแฝงตีนดอยวิปุลลบรรพต ทางบ่คดแต่แคบ พอแอบไต่แต่คนเดียว เที่ยวเดินไปบ่หย่อน ไปพักผ่อนยังแม่น้ำอันชื่อว่า เกตุมาลานที น้ำใสดีบ่เลิกแต่กว้าง ท่าทางฮาบควรแยง พระจอมแพงเมียลูกจงกินอาบสำราญใจ พระขุนไทพักเสวยโภชนะเข้าน้ำโสดอาหาร   กับทั้งของหวานแลน้ำเผึ้ง พรานมอบให้พระบาทไท้ชื่นชมบาน จึ่งให้ทานปิ่นเกล้าคำบริสุทธิ์แกนายพรานเจตบุตร ในที่นั้น พักแห่งหั้นบ่นานนายพรานพาเดินดงต่อ ตั้งหน้าฮ่อเขาวงกต ทางบ่คดเย็นสบาย เดินทางกายต้นนิโครธ ลูกสุกเข้มกินหวาน นายพรานเก็บถวายไท้ เก็บมอบให้มัทรี กับทั้งสองศรีอ่อนน้อย นายพรานค่อยพาไป ตามวิสัยทางเดินยาก ทางเลี้ยวเรียบตีนดอย ดอยอันนั้นชื่อว่านาฬิกบรรพต ไปหลายลดหลายเลี้ยว ทบเกี้ยวโค้งไปมา หลีกหินผาแลต้นไม้ จึ่งเข้าใกล้อาศรม แห่งเจ้าอุดมตนทรงเพศ มีนามวิเศษ ชื่อว่าเจ้าอจุตตะรัสสี สมฺโทยิ ก็ชื่นชมยินดี ด้วยความปิติ แล้วกราบไหว้ ถามข่าวดีเชิ่งกันไปมา พักนอนในศาลาที่ใกล้แห่งพระบาทไท้รัสสี เสี้ยงราตรีฮุ่งเช้า พระบาทเจ้าลาไป เถิงวิสัยป่ากว้าง แทบฝั่งน้ำข้างมุจลิน เป็นสระสินธุกว้างใหญ่ 5 เหลี่ยมล้วนเสมอกัน พระจอมทันเวสสันตราช พระบาทเจ้าชื่นชมบาน นายพรานก้มกราบไหว้ ลาบาทไท้ต่าวคืนเมือ   วันนั้นแลนา ตทา ในกาละเมื่อนั้น บั้นหินกัมพลศิลาอาสน์ อันเป็นทิพย์อาสนา แห่งอินทาธิราช มีวรรณะอันเขียวอันอ่อน ทสฺเสสิ ก็สำแดงฮ้อนแลกระด้างแก่นแข็ง อินทาฮู้เหตุว่า พระเวสสันดรเจ้า เสด็จเข้าไพรสณฑ์ จักเอาตนออกบวช สร้างผนวชเป็นรัสสี ในคีรีป่าไม้ พระบาทไท้อินทา มีความกูณาฮ่ำฮอด สั่งเจ้ายอดวิสุกรรม ให้ลงมากระทำศาลานิมิตไว้ กับทั้งผ้าเปลือกไม้เครื่องรัสสี หนังเสือดีแลไม้เท้า น้ำเต้าแลคัณทีเครื่องรัสสี พร้อมทุกสิ่งให้ยิ่งพร้อ 2 หลัง ให้สมหวังสมเจตน์ แห่งพระเวสเจ้าทุกประการ วิสุกรรมฮับเทวบันหารบ่ช้า อ่วยหน้าสู่วงกต สร้างอาศรมบท 2 แห่ง แต่งไว้พร้อมทางจงกรม ให้อุดมไปด้วยดอกไม้ในที่ใกล้อาศรมควรนิยมชมชื่นยินดี หนังสือมีเขียนไว้ว่า ผู้ไดมักใคร่บวช สร้างผนวชเป็นชี จงยินดีรับเอาบริขารฝูงนี้บวชเป็นชี เท่าวันเทอญ

 

                อถ ถัดนั้น บั้นวิสุกรรมตนฉลาดอาจให้แล้วกิจการ สัตว์ตัวหาญตัวกล้า ผีบ้าบ้งเสือหมี งูตัวฮีมีพิษมาก ขับเสียจากหนีไปไกล พ้นวิสัย 3 โยชน์เสร็จประโยชน์ขึ้นเมื่อสู่วิมานตน วันนั้นแล ตโต แต่บัดนั้น พระเวสสันดรภูมีกับมัทรีเมียมิ่งลูกแก้วกิ่งสายใจ พากันอาศัยพักเหนื่อย หายเมื่อยแล้วเดินทางที่จักสร้างศาลาเป็นที่อยู่จึงไปเห็นแก้วกู่อาศรม ยินปรารมอกไท้ คึดขึ้นมาได้ว่าคงเป็นที่สำราญ เป็นสถานของนักบวช เจ้าลวดเดินไปดู เห็นหนังสือเขียนไว้ ยังเครื่องกษัตริย์ไท้แห่งพระองค์ เลยทรงหนังเสือแลผ้าเปลือกไม้ถือเพศใหม่เป็นรัสสี โฉมงามดีบ่เศร้า ขอดเกษเกล้าเป็นชาดา มีเจตนาชมชื่น นกเต้นตื่นดีใจ ว่ากูคึดสิ่งไดสมประสงค์ ดั่งเอาโพธิทุกประการ พระภูบานบวชแล้วจึงลงมาสู่สำนักนางแก้วราชมัทรี นางยินดีกราบไหว้ พระแก่นไท้ผัวตน นางมงคลบ่ช้า อ่วยหน้าสู่ศาลา ทรงหนังพยัคฆาอันวิเศษ ถือเอาเพศเป็นรัสสีนี แล้วมาไหว้พระรัสสีตนยิ่ง นางแก้วกิ่งขอพร ด้วยคำว่า ข้าแด่พระภูธรเอยเจ้าข้อย ข้าน้อยพร่ำขอพร พระภูธรกับลูกเต้า จงอยู่เฝ้าศาลา ผู้ข้าจักไปนำเอามายังหัวมันแลลูกไม้ มาเลี้ยงพระวระแก่นไท้ทั้งปุตตา ขอพระราชาอนุญาต พระบาทเจ้าโอยอ่วยพร ก็ข้าเทอญ เมื่อนั้น บั้นพระยาเวสสันดรภูวนาถ ประสาทให้ยังพร ตามคำวอนนางแก้ว ใจเผื่อแผ้วอนุโมทนา ว่าสาธุดี ๆ ก็พี่นา ปน ด้วยมีแท้ อหํ อันว่าเฮาพระองค์มีคำประสงค์อยากขอพรดอมเจ้า ตามเหตุเค้าเฮาได้บวชเป็นสมณ์ อย่าให้พรหมจรรย์เสื่อมเศร้า ตัวของเจ้าเป็นผู้ยิง อิตฺถิโย นาม ชื่อว่าผู้ยิงทั้งหลายนี้เทียรหย่อม เป็นข้าสึกแก่นักบวชยิ่งยวดเหลือประมาณ คันเถิงเวลากาลค่ำแล้ว นางแก้วอย่าเข้ามาสู่ในที่อยู่กุฏิเฮา ก็พี่เทอญ สา มทฺที อันว่านางแก้วราชมัทรี มีความยินดีชมชื่น น้อมนิ้วยื่นสาธุการ พากุมารทั้งคู่ ขึ้นไปสู่กุฏิตน หายคำกังวลโสรกเศร้า ส่วนพระบาทเจ้าแผ่เมตตา ให้สัตว์นา ๆ หลายหมู่ ชมชื่นอยู่บ่กวนกัน เหมือนดั่งเป็นเผ่าพันธุ์บ่ผิดฮ้อง คือดั่งพี่น้องฮักแพงกันในป่าหิมวันประเทศ ในข่วงเขตได้ 3 โยชน์เป็นบริวาร สวนดั่งนางนงคราญผู้บ่เศร้า ตื่นแต่เช้าเข้าไปอุปฐาก ตั้งน้ำบ้วนปากแลไม้สีฟัน แก่พระจอมทันผู้ผ่านแผ้ว ปัดกวาดแล้วข่วงอาศรม ยอมือบังคมใส่เกล้า นำเอาลูกเต้าฝากภูธร ส่วนดั่งนางบวรถือเอาเสียมแลกระเช้าเสด็จเข้าไพรสณฑ์ ขนขวยหาหัวมันแลลูกไม้ พอให้ได้แก่แลงงาย สายัณห์ ตาวันแลงค่ำค้อย บ่ายหน้าสู่ศาลา กลับคืนมาเถิงลูกแก้วอาบองค์สรงเกษแล้ว พร้อมกันฉัน ยังหัวมันแลลูกไม้ แล้วจึ่งพาลูกแก้วแก่นไท้ไปนอนอยู่กุฏิตน บ่มีความกังวลเกี่ยวข้อง ด้วยความครองวัตรอันดี อบรมพรหมจารีบ่เศร้าได้ 7 เดือน บ่มีขาด ด้วยประการดั่งนั้นก็มีแล วนปเวสนกณฺฑํ ประดับประดาไปด้วยคาถา 57 พระคาถา นิฏฺฐิตํ ก็เสด็จบรบวนควรท่อนี้ก่อนแล

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1