Wednesday, 22nd of November 2017

ผูกที่ ๑.กัณฑ์ทศพร ๑๙ พระคาถา

a01:

 

ผูกที่ ๑ ทศพรกัณฑ์

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

 

เนื้อเรื่อง

 

นโม ตสฺส ภควโต                            อรหโต สมฺมาสมพุทฺธสฺสะ

 

ผุสฺสติ วรวณฺณาเภติ อิทํ  สตฺถา กปิลวตฺถุ ํ อุปนิสฺสาย

 

นิโคธราเม วิหรนฺโต                         โปกฺขรวสฺสํ อารพฺภ กเถสิ

 

                สาธโว ดูราสัปปุริสาทั้งหลาย สตฺถา อันว่าสัพพัญญูเจ้า อาศัยเชิ่งเมืองกบิลวัตถุนคร เป็นที่อยู่โคจรแล้วแลอยู่สำฮาญ อารพฺภ ผารภเชิ่งห่าฝนโบกขรพรรษ อันกระจัดตกลงมาในที่ประสุม ชุมนุมแห่งพระญาติกาให้เป็นเหตุแก่ญาณ กเถสิ กัปวุตติเทศนายังมหาเวสสันดรชาดกอันนี้ อันประดับประดาไปด้วยคาถาพันหนึ่ง อันพระหากกดด้วยคาถาบทต้นว่า ผุสฺสติ วรวณฺณาเภติ ดังนี้แล ด้วยแท้ สตฺถา อันว่าสัพพัญญูเจ้า ปวตฺตติปวรธมฺมจกฺโก มีธรรมจักรดวงประเสริฐหากปวุตติเทศนา คนฺตฺวา ไปสู่เมืองราชคฤห์ อนุกฺกมฺเมน โดยลำดับ สัพพัญญูเจ้ายั้งอยู่เมืองราชคฤหเสี้ยงระดูหนาว   วีสติสหสฺสขีณาสวปริวุโต อันมีอรหันตาเจ้าทั้งหลาสองหมื่น หากสะพัดแวดล้อมอ้อมเป็นบริวาร อันมีอุทายีเถระเจ้าสำแดงหนทางไปก่อน อคฺคมาสิ ก็เข้าไปตาบต่อเท้าเถิงเมืองกบิลพัสดุ์ ปฐมคมเนน ด้วยอันไปเป็นหัวที ยทา ในกาลยามใด ตทา ในกาลยามนั้น สากยราชาโน อันว่าท้าวพระยาชาวศากยราชทั้งหลาย สนฺนิปติตฺวา มาประสุมชุมนุมกันว่า มยํ อันว่าเฮาทั้งหลาย ปสฺสิสฺสาม ก็จักได้เห็นยังเจ้าสิทธารถราชกุมาร อันเป็นหลานผู้ประเสริฐ เกิดในตระกูลวงศา อมฺหากํ แห่งเฮาทั้งหลายบัดนี้แล ท้าวพระยาทั้งหลายต้านเจรจากันดั่งนั้นแล้ว จึงพิจารณาดูยังสถานอันเป็นที่สำราญแห่งสัพพัญญูเจ้า สลฺลกฺเขตฺวา ก็กำหนดกดหมายฮู้ว่าดังนี้ อาราโม อันว่านิโครธะอารามรมมณีโย ควรภิรมย์ชมชื่นยินดีหลี พิจารณาดังนี้แล้ว กตฺวา กระทำชำระกวดแผ้วทั้งมวลบรบวนในนิโครธรามที่นั้น คนฺธผุปฺผาทิหตฺถา มีถือเครื่องบูชาทั้งหลายหมายมีประธูปไต้ดอกไม้กระแจจันทร์มันคัทธรัสสะเป็นเค้า เข้าไปกระทำต้อนฮับสัพพัญญูเจ้าแล้ว ปหิณึสุ ก็ใช้ไปยังกุมารกุมารีทั้งหลายอันเป็นลูกชาวเมืองฝูงหนุ่มน้อยอันมีตนประดับประดาไปด้วยอาภรณ์ไปก่อนถัดนั้น ปหิณึสุ ก็ใช้ไปยังกุมารกุมารีทั้งหลายอันเป็นลูกท้าวพระยาชาวศากยราชทั้งหลายอันมีตนประดับประดาไปด้วยอาภรณ์เครื่องย้อง จึงย้ายกันไปในระหว่างแห่งกุมารทั้งหลาย ปูชายมานา บูชายังสัพพัญญูเจ้าตนมีรัสมีงามใสสดดุจจะดั่งวรรณคำ ด้วยเครื่องบูชาทั้งหลายหมายมีประธูปไต้   ดอกไม้กระแจจันทร์มันคันธะรัสสะของหอมเป็นเค้า   เข้าไปขอโอกาสราธนาสัพพัญญูเจ้าในนิโครธะรามที่นั้น  

 

ภควา อันว่าสัพพัญญูเจ้า อันมีอรหันตาขีณาสาวกเจ้าสองหมื่น หากสะพัดแวดล้อมอ้อมเป็นบริวาร นิสีทิ ก็สถิตอยู่เหนืออาสนาอันท้าวพระยาหากปูแปลงไว้ในนิโครธะรามที่นั้นแล ตทา สกฺกยราชาโน ในกาละยามนั้น ท้าวพระยาชาวสากยราชทั้งหลาย เทียรหย่อมมีปกติ มีมานะกระด้างแข็งด้วยขัตติยราชตระกูล แลด้วยแท้ เต ราชา โน ท้าวพระยาฝูงขัตติยะวิเสษ จนฺเตตฺวา ฮ่มเพิงว่าดั่งนี้ อยํ ราชกุมาโร อันว่าเจ้าสิทธารถาชกุมารตนนั้น ทหโร ยังหนุ่มยังน้อยกว่าเฮาทั้งหลาย กนิฏฺโฐ ภาคิเนยฺโย ควรเป็นน้องควรเป็นลูกยิง ปุตฺโต นตฺตา ควรเป็นลูกเป็นหลานแห่งเฮาทั้งหลายแล ฮ่มเพิงดั่งนี้แล้ว จึงกล่าวเชิงกุมารทั้งหลายฝูงยังหนุ่มน้อยว่าดังนี้ ตุมฺเห อันว่าเจ้าทั้งหลาย วนฺทถ ก็จงไหว้ยังสัพพัญญูเจ้าตนเป็นครูตูทั้งหลายจักตั้งอยู่แต่ก้ำหลัง ตุมฺหากํ แห่งท่านทั้งหลายแล

 

เตสุ ในเมื่อท้าวพระยาทั้งหลายบ่ไหว้ยังสัพพัญญูเจ้าตนแลตั้งอยู่ดังนั้น สตฺถา อันว่า สัพพัญญูเจ้าตนเป็นครูแห่งนรเทพา โอโลเกตฺวา หลิงดูยังอัชฌาสัยใจแห่งท้าวพระยา จนฺเตตฺวา มีคำฮ่มเพิงว่าดังนี้ ญาติกาโย อันว่าญาติพี่น้องทั้งหลายกังบ่ไหว้ยังกู กูจักกระทำให้ญาติทั้งหลายไหว้ยังกูจิงสมควรแท้หลี สมาปชฺชิตฺวา เจ้าก็เข้ายัง จตุตฺถฌาน อันเป็นเหตุให้ถึงอภิญฺญาน ออกจากจตุตถฌานแล้วก็เสด็จขึ้นสู่พื้นอากาส ดุจดั่งราชหงษ์คำเจ้าก็โฮยฮวยผายลงยังผงธุลีอันติดบาท ให้ตกฮ่ำศีรษะเกษเกล้าแห่งท้าวพระยาฝูงเป็นญาติกา เจ้าก็ทำปฎิหาริย์มีสถานงามบริสุทธิ์ดุจดั่งหงส์คำกระทำปฎิหาริย์ เป็นคูลำน้ำลำไฟเฮืองฮวยไปทั่วอากาสมณฑลภายบนข่วงต้นไม้ม่วงชื่อว่า   คัณฑามพะ

 

ตทา ในกาละเมื่อนั้น บั้นศรีสุทโธทนะมหาราช อันเป็นพุทธปิตา ทิสฺวา เห็นอัศจรรย์อันนั้น อาห จึ่งกล่าวว่า ภนฺเต ข้าไหว้สัพพัญูเจ้าในวันอันเจ้ากูออกมานั้น   แม่นมทั้งหลายนำ มาเพื่อจักให้ไหว้ยังกาฬเทวิลรัสสีดังนั้น ตีนแห่งเจ้ากูก็กลับมาแล้วแลตั้งอยู่เหนือหัวแห่งเจ้ารัสสี ผู้ข้าเห็นดั่งนั้นข้าก็ไหว้ยังตีนแห่งเจ้ากู อยํ เม ปฐม วนฺทนา   อันนี้เป็นอันไหว้ปฐมหัวทีแห่งผู้ข้าแล      วปฺปมงฺคลทิวเส ชมฺพุฉายายสีริสายเน ประการหนึ่ง ข้าไหว้สัพพัญญูเจ้า ในเมื่อเจ้ากู อันแม่นมทั้งหลายหากให้นอนอยู่เหนือเสื่อสาดอาสนา ในฮ่มไม้ชมพู ในวันอันผู้ข้าปลูกเข้ามงคลนั้น ฮ่มไม้ทั้งหลายก็กลับก่ายยายไปแล้ว ฮ่มไม้ชมพูแห่งเจ้ากูอยู่นั้นก็บ่กลับก่ายยายไป ผู้ข้าเห็นดังนั้นข้าก็ไหว้ตีนแห่งเจ้ากูทีหนึ่ง อยํ เม ทุติย วนฺทนา อันนี้เป็นอันไหว้ถ้วนสองทีแห่งผู้ข้าแล อิทานิ อทิฏฺฐปุพฺพํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา บัดนี้ผู้ข้าก็มาเห็น ปาฎิหารย์แห่งเจ้ากู อันนี้ผู้ข้าบ่ห่อนเห็นในกาละเมื่อก่อนสักเทื่อ ผู้ข้าก็ไหว้ยังตีนแห่งเจ้ากู อยํ เม ตติย วนฺทนา อันนี้เป็นอันไหว้ถ้วนสามทีแห่งผู้ข้าแล รญฺโญ ปน วนฺทิโต ในเมื่อศรีสุทโธทนะมหาราชไหว้ยังสัพพัญญูเจ้าดังนั้น เอโก สากิโยปิ แม้นว่าท้าวพระยาชาวสากยราตนเดียว บไหว้ยังสัพพัญญูเจ้าแลอาจจักตั้งอยู่ก็บ่มีสักคนแล สพฺเพปิ เต วนฺทึสุเยว พระยาชาวสากยราชทั้งมวลก็ไหว้ยังสัพพัญญูเจ้าแลตั้งอยู่ทุกตนนั้นแล

 

อิติ ภควา ญาตโย วนฺทาเปตฺวา สัพพัญญูเจ้าให้ยังญาติกาวงสา ไหว้ยังตนด้วยประการดั่งนั้นแล้วจึงลาจากอากาส มานั่งอยูเหนือพุทธะอาสนา อันท้าวพระยาหากปูแแปลงไว้แลประเสริฐยิ่งหนักหนา นิสินฺเน จ ปน ภควาติ เมื่อสัพพัญญูเจ้านั่งอยู่สำราญด้วยประการดั่งนั้น บั้นกิยาอันประสบพบกับด้วยญาติกาวงสา ก็เถิงเชิ่งอันบรบวนในกาละยามนั้น สพฺเพ เอกคฺคจิตฺตฺวา ท้าวพระยาชาวสากยราชทั้งมวลมีจิตใจตั้งอยู่ด้วยดีบ่มีคำกังวล ก็นั่งอยู่ทุกคนนั้นแล ตโต มหาเมโฆ ถัดนั้นบั้นเมฆอันใหญ่ก็ขึ้นสู่เวหาเป็นโปกขรพรรษกระจัดตกลงมาเป็นตามพะวัน   กระทำยังเสียงแล้วแลยังไล่หนีไปสู่ใต้ปฐพี เย เต เมตุกามา ว เต เมนติ   คนทั้งหลายฝูงใดมักใคร่อยากชุ่มอย่างอื่น ก็จึงชุ่มอย่างอื่น คนฝูงใดบ่มักเพื่อชุ่มเพื่ออื่น แม้นว่าต้อมน้ำเดียวก็บ่ค้างอยู่ในเนื้อตนแห่งคนทั้งหลายฝูงนั้นแล สพฺเพ ราชาโน ท้าวพระยาสากยราชทั้งมวล เห็นห่าฝนอันนั้น ก็บังเกิดคำอัศจรรย์ใจงึดง้อว่าบ่ห่อนมีในก่อน แท้ดีหลี

 

ภิกฺขุ ธมฺมสภายํ ถัดนั้นเจ้าภิกษุทั้งหลายก็บังเกิดคำจากันในธรรมสภาว่า ดูราเจ้าทั้งหลาย อิทํ การณํ เหตุว่าห่าฝนโปกขรพรรษตกลงมานี้ตั้งควร อัศจรรย์บ่หอนเกิดมีเมื่อก่อนสักเทื่อแท้ดีหลี เอวรูปํ โปกฺขรวสฺสํ ฝนโปกขรพรรษมีสภาวะปานดั่งนี้ ตกลงมาในที่ชุมนุมญาติกาวงศาพี่น้องแห่งพระพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพสัพพัญญูเจ้าตั้งควรอัศจรรย์แท้นอ ตํ สุตฺวา อันว่าสัพพัญญูเจ้าอยู่ในคันธะกุฎิได้ยินคำจาอันนั้นด้วย ทิพพโสตวิญญาณ อาคนฺตฺวา มาสถิตอยู่เหนือธรรมาสน์ดูองอาจด้วยพุทธลีลา ปุจฺฉิตฺวา ถามว่า ภิกฺขเว ดูราภิกขุทั้งหลายมานั่งอยู่ประสุมชุมนุมกันในกาละบัดนี้ด้วยคำจาอันใดนี้จา อิมายนามติ วุตฺเต ถัดนั้น บั้นภิกขุตนฉลาดด้วยพุทธโวหารขานคำสัพพัญญูเจ้าว่า ภนฺเต ข้าไหว้สัพพัญญูเจ้า ฝูงข้าทั้งหลายมานั่งชุมนุมจากันผารพเชิ่งห่าฝนโปกขรพรรษอันตกลงมาด้วยอนุภาพแห่งสัพพัญญูเจ้าก็ข้าแล วตฺวา พระพุทธเจ้าก็กล่าวว่า ดูราภิกขุทั้งหลายเมฆอันใหญ่อันตกลงมาเป็นห่าฝนโปกขรพรรษในที่ชุมนุมญาติกาวงศา ตถาคต ก็จักมีในกาละบัดนี้สิ่งเดียวก็บ่มี ปุพฺเพปิ แม้นเมื่อก่อนพุ้นก็ยังมีดีหลีแล     กล่าวท่อนั้นแล้วก็กดระสะธรรมเทศนาไว้บ่เทศนาในเมื่อหน้า เตหิ ยาจิโต อันเจ้าภิกขุทั้งหลายหากขอโอกาสราธนา จึงนำเอามายังมหาเวสสันดรชาดกอันล่วงแล้วมาเทศนาว่า

 

กัณฑ์ย่อยที่ ๒ 

 

เนื้อเรื่อง

 

                อตีเต ภิกฺขเว สิวิรฏฺเฐ เชตุตฺรนคเร สิวิมหาราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ ดูราภิกขุทั้งหลายในกาละล่วงแล้วไปพุ้น ยังมีพระยาตนหนึ่งชื่อว่าสิวิมหาราช   เสวยศรีสมบัติเป็นอาจในเมือง     เชตุตตรนครราชธานีมีในเขตขงกงเมืองสิวราช ปฏิลภิ ก็ยังได้ลูกชายผู้หนึ่งชื่อว่าท้าวสัญชัยกุมาร อาเนตฺวา พระก็ให้ไปโอมเอามายังลูกสาวพระยามัทราชชื่อว่านางศรีสุพรรณกัลยา มาให้แก่ท้าวสัญชัยอันเถิงวัยขึ้นใหญ่มา นิยฺยาเทตฺวา มอบเวนเคนให้ยังพระราชสมบัติ ให้แก่ท้าวสัญชัยกุมารแลมุทธาภิเษกยังนางศรีสุพรรณกัลยาผุสดีให้เป็นราชเทวีแล ตสฺสปิ ปุพฺพโยโค ด้วยแท้ บุญสมภารแห่งนางศรีสุพรรณกัลยา ผู้มีผะหยาเพิ่งฮู้เทอญ

 

                อิโต หิ เอกนวุติกปฺปาวสาเน ในที่แล้วแห่ง 91 กัปป์แต่ภัททกัปอันนี้คือเมือหลัง ยังมีพระพุทธเจ้าองค์ 1 ชื่อว่าวิปัสสี ก็เกิดมาในโลกนี้ เอโก ราชา ยังพระยาตนหนึ่ง ชื่อว่าพันธุมราช เสวยราชสมบัติเป็นอาจ ในเมืองพันธุมดีนคร ที่นั้น สตฺถา อันว่าสสัพพัญญูเจ้าองค์ชื่อว่า วิปัสสี ก็อาศัยเชิ่งเมืองพันธุมดีนครเป็นที่โคจร แล้วแลอยู่ในป่าอิสิปตนมิคทายวัน อันประเสริฐ ในกาละยามนั้น เอกราชา ยังมีพระยาตน 1 ชื่อว่า สามันตราช เปสเสสิ ก็ใช้ยังดอกไม้คำอันหนึ่งควรค่าแสนคำ กับทั้งแก่นจันทร์ควรค่าบ่ได้ มาเป็นบรรณาการแก่พระยาพันธุมราชแล รญฺโญ ปน เทฺว ธีตโร อเหสํ ด้วยมีแท้ พระยาพันธุมราช ยังมีลูกสาว 2 คน ทาตุกาโม มักเพื่อจักให้ยังบรรณาการอันนั้นแก่สาวกษัตริย์ขัตติยะธิดา อทาสิ ก็ให้ยังแก่นจันทร์อันแพงค่ามาก แก่ราชธิดา เชฏฺฐา ตนเป็นพี่ อทาสิ พระยาก็ยังให้ดอกไม้คำ แก่ราชธิดา กณิฏฐา ผู้เป็นน้อง เทฺว อุโภ สองกษัตตามีราชจินดา จาดอมกันว่า เครื่องบรรณาการอันพ่อเป็นเจ้าให้เป็นท่านนี้ บ่ควรเฮาจักเอาประดับประดายังเนื้อตนเฮา มาเอาไปบูชาพระทศพลตนเป็นเจ้าเทอญ นางทั้งสองจึงไปถวายเหตุอันนั้น แก่พระยาตนเป็นพ่อว่า ตาต ข้าไหว้พระวรปิตตาเป็นเจ้า มยํ เผือข้าน้อยทั้งสอง จักไปบูชาพระพุทธเจ้าตนทรงพลญาณ 10 ประการด้วยแก่นจันทร์แดง แลดอกไม้คำนี้ก็ข้าแล มหาราชเจ้า จงให้อนุญาตแก่ข้าน้อยทั้ง 2 เท่าวันเทอญ คันว่านางทั้ง 2 กล่าวดั่งนั่น บั้นพระกษัตตาตนพ่อ ได้ยินคำเสน่หาลูกแก้ว ก็ฮับเอาด้วยคำว่าสาธุดี ๆ ก็พ่อแล เชฏฺฐกา อันว่า ราชธิดาตนพี่ กาเรตฺวา ยังข้าบริจาคแห่งตน ให้มาฝนยังแก่นจันทร์แดงให้เป็นกระจวนอ่อนสุขุมาลแล้วแลพร่ำเพ็งเต็มในกระอูบคำ ให้ข้ายิงจำนำถือ กนิฏฺฐภคนี ราชธิดาตนน้อง กาเรตฺวา ยังช่างคำให้มาแปลงดอกไม้คำอันนั้น ให้เป็นสังวารประดับอก แล้วแลใส่ในกระอูปคำ แล้วก็ให้ยังข้ายิงจำนำถือ สาวกษัตริย์ทั้งสองก็เข้าไปสู่มิคทายวันวิหารเป็นที่สำราญแห่งสัพพัญญูเจ้า ล้ำนางทั้งสองนั้น เชฏฺฐกา อันว่านางผู้พี่ ก็เอากระจวนจันทร์คันธะรสบดแหลกยิ่งหนักหนา ถวายบูชาองค์สัพพัญญูเจ้า อันมีวรรณะอันงามใสสุดดุจดั่งคำ เหลือกั่วนั้นก็โฮยฮวยผายใส่ในคันธกุฏิศรีสถานนางก็ตั้งปณิธาน คำปรารถนา จึงกล่าวคาถาว่า เอสา จนฺทนจุณฺเนน ตุมฺเหสุ เม กตา ข้าไหว้สัพพัญญูเจ้าด้วยผลานิสงสา อันผู้ข้าเอากระจวนจันทร์ ถวายบูชาองค์สัพพัญญูเจ้าอันมีวรรณะอันใส่สุดดุจดั่งคำ อหํ อันว่าผู้ข้า มาตา ภเวยฺยํ ขอให้เป็นแม่พระเจ้าองค์หนึ่ง อันเห็นมาปานดั่งสัพพัญญูเจ้านี้ก็ข้าเทอญ ว่าดั่งนี้แล้ว กนิฏฺฐา สวนดั่งราชธิดาตนน้อง ก็ถวายดอกไม้คำบูชาสัพพัญญูเจ้าอันมีวรรณะอันงามใสดุจดั่งคำแล้วจึงกล่าวคาถาว่า   ภนฺเต สุวณฺณมาลาย มยา ตวํ ปูชิโตสิ   ข้าไหว้องค์สัพพัญญูเจ้าตราบใดผู้ข้าไปได้เถิงอรหันตา พลญาณ เครื่องสังวาลอันนี้ อย่าได้คลาดคลาจากเนื้อผู้ข้าแด่นั้นก็ข้าเทอญ ผู้ข้าได้เอาดอกไม้คำอันงามประสงค์มาบูชาสัพพัญญูเจ้า ด้วยบุญอันนี้ ดอกไม้คำมีลำนำประเสริฐ จงเกิดมีแก่ผู้ข้าทุกชาติ ก็ข้าเทอญ สตฺถา สัพพัญญูเจ้าองค์ชื่อว่าวิปัสสี ก็อนุโมทนาเชิ่ง 2 กษัตตีพี่น้องว่า   ยถา เจตฺถ ทวีหิ ตุมฺเหหิ ปูชา มยฺหํ ปติฏฺฐิตา ดูราราชธิดาทั้ง 2 เครื่องสักการะบูชาอันใด อันสองสาวกษัตริย์ ปติฏฺฐิตา หากมาตั้งไว้บูชา องค์ตถาคะตะ ในสถานที่นี้ นางทั้ง 2 มีคำมักคำปรารถนาด้วยประการฉันใด จงจักบรบวนแก่นางทั้ง 2 ด้วยผลานิสงส์อันมาบูชาองค์ตถาคะตะ นี้เทอญ

 

                ตา อุโภปิ สวนดั่งนางราชธิดาทั้ง 2 ตั้งอยู่ในแดนอายุแห่งตน ในเมื่อแล้วอายุ ก็จุติคาดจากชาติอันเป็นคน ได้เเอาตนเมือเกิดในสวรรค์เทวโลกแล ตาสุ ล้ำสาวกษัตริญ์ทั้ง 2 นั้น เชฏฺฐกา อันว่าราชธีตาผู้พี่นั้น ตายจากเมืองฟ้ามาเกิดเมืองคน ตายจากเมืองคนมาเกิดในเมืองฟ้าแล้วแลทัวระไวไปมาแต่พระเจ้าวิปัสสินั้นมา ได้เก้าสิบเอ็ดกัปป์ ในภัททกัปเฮานี้ จึงมาเป็นแม่ตถาคตชื่อว่านางศิริมหามายาในกาละบัดนี้แล กนิฏฺฐา ภคินี   สวนดั่งราชธิดาตนน้องก็ทัวระไวไปด้วยสิ่งประการสิ่งฉันเดียวนั้น เมื่อพระเจ้ากัสสปทสพละญาณ ตนประเสริฐ   เกิดมาในโลกนี้ นางก็ได้มาเกิดเป็นลูกสาวพระยากิงกิสสะราชได้ชื่อว่า นางอุรัจฉาทมาลา เหตุว่านางเกิดมีอกประดับประดาด้วย อุรัจฉาทมาลา เหมือนดั่งช่างแต้มมาริจนา เขียดเขียนไว้ จึงได้ชื่อว่า อุรัจฉาทมาลา ขึ้นใหญ่มาได้ 16 ปี ได้ฟังรัสสะธรรมเทศนา ภัตตานุโมทนา แห่งสพพัญญุเจ้าก็ได้ตั้งในโสดาปัตติผลญาณก็มีแล   อปรภาเค ภตฺตานุโมทนํ สุตฺวา ภายหน้าแต่นั้น นางเล่าได้ฟังภัตตานุโมทนาธรรมเทศนา กับดอมวรปิตตากษัตริย์ตนพ่อ นางก็ได้เถิงอรหันตผลญาณ ในวันอันพระยาได้เถิงโสดา ปพฺพชิตฺวา บวชแล้วก็นีรพานไปแล กึกิสฺสราชา สตฺต ธีตโร ลภิ ถัดนั้น   อันว่าพระยากิงกิสสราช ได้ยังราชธิดา สืบเชื้อวงศา ประมาณ 7 คน เป็นประสงค์ ปลงราชนามราชธิตา ผู้มีผะญา เพิ่งฮู้ดั่งนี้เทอญ สมณีสมณโคตฺตา ผู้ 1 ชื่อว่าสมณโคตตา ผู้ 1 ชื่อภิกขุณี ผู้ 1 ชื่อว่า ภิกขุทาสิกา ผู้ 1 ชื่อว่าธรรมมา ผู้ 1 ชื่อว่า สุธรรมมา ผู้ 1 ชื่อว่า สังฆทาสิกา   สตฺตมา เป็นผู้ถ้วน 7 แล เตสุ อิมสฺมึ พุทธุปปาเท อันว่าราชธิดาทั้ง 7 คนนั้น เกิดมาฮวมพุทธบาทพระเจ้าโคดม บรมสัตถา ผากฏนามกร ผู้ 1 ชื่อว่า เขมา ผู้ 1 ชื่อว่าอุบลวรรณา ผู้ 1 ชื่อว่าปฏาจารา ผู้ 1 ชื่อว่าโคตมี ผู้หนึ่งชื่อว่าธรรมทินนา ผู้ 1 ชื่อว่ามหามายา ผู้ 1 ชื่อว่าวิสาขา สตฺตมา เป็นผู้ถ้วน 7 แล

 

ตาสุ ล้ำสาวกษัตริย์ขัตติยราชธีตาทั้ 7 นั้นสวนดั่งสุธรรมมาราชธิตา สร้างสมภารมีต้นว่าให้ทานบ่ขาดสืบ ๆมา ผุสฺสติ กุมาริกา ลวดได้ชื่อว่าศรีสุพรรณผุสดีราชกุมารี เหตุนางเกิดมามีเนื้อตนเสมอดั่งโฮยฮวยผายใส่ด้วยกระจวนจันทร์แดง แพงค่ามากหนักหนา ด้วนผลานิสงสาอันได้เอากระจวนจันทร์ผงผายฮวยบูชาองค์สัพพัญญูเจ้าตนชื่อว่าวิปัสสี สํสรนฺตี ทัวระไวไปมาในเมืองฟ้าแลเมืองคน ภายหน้าแต่นั้นจึงได้มาเกิดเป็นอัครวรมเหสี ราชเทวีแห่งพระยาอินสุรินทาธิราช ตนเป็นอาจในเทพสวงสวรรค์ อถสฺส ยาวตายุกํ ฐตฺวา   เมื่อราชผุสดีเสวยศรีสมบัติ ถัดแดนอายุสังขาร ในเมื่อบุพพนิมิต 5 ประการ มีเสโทโมจนา เป็นประธานแล   เกิดมีดั่งนั้นสักโกอินทราธิราชตนวิเศษฮู้เหตุอันนางศรีสุพรรณผุสดี จักคาดจากเมืองสวรรค์ อาทาย ก็พาเอายังนาง กับทั้งยศศักดิ์ปริวารอันมากไปสู่สวนนันทอุทิยาน ให้นางนอนอยู่เหนือเสื่อสาดอาสนา อันประดับประดาดี นิสีทิตฺวา พระยาอินก็นั่งอยู่เหนือฝ่ายข้างที่นอนก้ำ 1 จึงกล่าวเชิ่งนางว่า ภทฺเท ผุสฺติ ดูราศรีสุพรรณกัลยา ทมฺมิ เฮาพี่ก็จักให้ยังพร 10 ประการแก่เจ้า แล้วจึงให้ยังพรแก้ว กล่าวคาถาอันเป็นปฐมอันมีในมหาเวสสันดรธรรมเทศนา อันประดับประดาไปด้วยคาถาประมาณพันหนึ่งว่า   ผุสฺติ วรวณฺณาเภ วรสฺสุ ทสธา วเร ปฐพฺยา จารุปุพฺพงฺคิ ยํ ตุยฺหํ มนโส ปิยํ ดั่งนี้ดูราเจ้าผุสดี อันมีรัสมีวรรณเนื้อตนอันงามใสสุด   จารุปุพฺพงฺคิ มีอิตถีลักขณาอัคคกัลยาฮูปกายาผายผิวผ่อง คิ้งโก่งค้อมคอกลม นมเต้าตุ่มสิงผาง คีงบางแอวกิ่วฮาบ นิ้วน้อยสร้อยศรีงาม ยํ วรํ สิทธิพระพรแก้วจักอาจให้ดั่งคำปรารถนาอันใดแล จำเริญใจแห่งเจ้า มีในมนุสสาเมืองแมนแดนดินแลหลุ่มฟ้า   เจ้าจงถือเอายังสิทธิพระพรอันนั้น ก็พี่เทอญ เมื่ออินทาธิราช กล่าวดั่งนั้น บั้นมหาเวสสันดรธรรมเทศนา ปติฏฺธิตา ได้ชื่อว่าสัพพัญญูเจ้าตั้งไว้ในสวรรค์เทวโลกแล

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้อเรื่อง

 

                สา อตฺตโน จวนธมฺมตํ อชานนฺตี สวนดั่งราชผุสดีศรีสุพรรณ บ่ฮู้ว่าตนคลาดจากเมืองสวรรค์ลวดประมาท จึงกล่าวคาถาถ้วนสองมาจากับดอมเทวราชว่า เทฺวราช นโม ตยตฺถุ กึ ปาปํ กตํ มยา รมฺมา จาเวสิ ฐานา วาโต ว ธรณีรุหํ ดั่งนี้ข้าแต่เทวราชเจ้า กิยา อันน้อมนมัสการ แห่งผู้ข้าจงมีแก่สมภารมหาราชเจ้า สวนดั่งผู้ข้านี้ มีคำว่าบัวระบัดบ่ชอบพระหึระทัยสิ่งใด มหาราชเจ้าจึงมากำจัดข้าน้อยจากที่อันอุดม ควรภิรมย์มากใสสุดดุจดั่งลมกัปปวินาส มาฟาดยังต้นไม้ อันระงอกออกแต่ธรณี ให้เป็นผงธุลีล้มท่าวนั้นก็ข้าจา สักโกอินทาธิราชฮู้ว่านางประมาท จึงกล่าวคาถาว่า น เจว เต กตํ ปาปํ น จ เม ตวสิ อปฺปิยา ดูราเจ้าศรีสุพรรณกัลยาเมียฮักพี่ เจ้าจักกระทำทุจริตผิดพระหึระทัยบ่ได้มีจักสิ่ง เจ้าแลจักเป็นคนชังเฮาพี่ก็บ่มี ยังเป็นทีฮักล้ำเลิศ ไป่ได้เปิดเจ้าจักยาม ท่อว่าบุญสมภารเจ้าหากหมดท่อนี้แล้วเจ้าจักได้มรณาต คลาดจากพี่ไปไกล บัดนี้เจ้าจึ่งถือเอายังพระพรแก้ว อันจักให้แล้วดั่งคำปรารถนาทั้งมวลก็พี่เทอญ สา สกฺกสฺส วจนํ สุตฺวา ศรีสุพรรณกัลยา ได้ยินคำอินทาธิราช จึงฮู้ว่าตนจักคลาดจากเมืองสวรรค์ อันแจ้งดีหลี คณฺหาติ จักถือเอายังพรแก้ว อันจักให้แล้วดั่งคำปรารถนาจึงกล่าวคาถาว่า วรญฺ เจ เม อโท สกฺโก สพฺพภูตานมิสฺสร ข้าไหว้สมเด็จอินทาธิราชเจ้า ตนเป็นเหง้าแห่งเทพสวงสวรรค์ ผิว่า สมเด็จมหาราชเจ้า แลจักให้พระพร 10 ประการเป็นทานแก่ผู้ข้า   ผู้ข้าก็จักฮับเอาบัดนี้แล คันว่าผู้คลาดจากพะราชสมภารมหาราชเจ้าจากที่นี่แล้ว ขอให้ผู้ข้าได้เป็นอัคคมเหสีราชเทวี เสวยศรีสมบัติในกงผาสาทราชมณเทียร แห่งพระยาสีวิราช แลผาสาทอันนั้น จักมีนกยูงยางแอวแอ่นแหล่นลงองค์เขียนเค้าแขกเต้าแลสังกามาฟ้อนส่ายยายยั่ง ฮ้องถ่องเสียงขานขันเซิงกันไปมาแล ประกอบด้วยนางขับแลนางฟ้อนย้อนดาบแก่งระเม็งขับกล่อมเพ็งแลต่อยพาท เดียระดาษไปด้วยคนเปลี้ยและคนค่อมทั้งหลาย ขอให้มีชาวมคธเทียนย่อมปรากฏเป็นขุนครัว บัวระบัดแลงงาย หย่อมยอถวายแก่ผู้ข้า แลผาสาทอันนั้น ขอให้มีแชชอนกลอนป่องเยี้ยมสีหะเม็งชอน อันช่างริจนาแล้ว ด้วยแก้ว 7 ประการแลมีเสียงอันหม่วนดีงามใสสุด ดุจดั่งเสียงตุริยนนตรี ในกาละเมื่อหับแลไข ขอให้มีอามาตย์ฝูงฉลาด ปลูกเติมตกแต่งเหล้าแลยาชิ้นปลาทุกเมื่อ ผู้ข้าขอพรอันนี้ดอมมหารชเจ้า เป็นเค้าพรทั้งมวลก็ข้าแล   นีลเนตฺวา ขอให้ผู้ข้ามีคู่พระเนตรวิเศษตางามเขียวบริสุทธิ์ดุจดั่งตาลูกเนื้อ เชิ่งออกมาได้วัน 1 ก็ข้าเทอญ กิยาอันผู้ข้าปรารถนาเป็นพรอันถ้วน 2 ก็ข้าแล ประการ 1 นีลมุกฺขํ ขอให้ผู้ข้ามีคิ้วกางค้อม คอโก่งก้อมกลมงามบริสุทธิ์ดุจดั่งขาธนูแห่งพระยาอินทร์ เขียวดั่งดอกนีรบนบานแบ่ง งามแพ่งพร้อมกับกลีบไกศร พรอันนี้ ผู้ข้าขอดไว้เป็นพรอันถ้วน 3 ก็ข้าแล ผุสฺสติ นาเมน ข้าแห่งเทวราชเจ้า ตนได้ให้ทานเมื่อก่อน ผู้ข้าได้ไปเกิดในกำเนิดมนุสสะพงษ์วงศา ขอให้มีชื่อศรีสุพรรณกัลยา ตามภาษาชื่อเก่า ผู้ข้าขอพรอันนี้เป็นสิทธิพระพรคำสอนอันถ้วน 4 ก็ข้าแล ปุตฺตํ ลเภถ วรทํ ยาจโยคํ อมจฺฉรึ ปูชิตํ ปฏิราชูหิ กิตฺติมนฺตํ ยสสฺสินํ ผู้ข้าขอให้ได้มีลูกชายแก้วผู้ประเสริฐเกิดมีในท้องประไททองแห่งผู้ข้าแล ลูกผู้ข้าอย่าได้ฮู้ตระหนี่ถี่สมบัติเข้าของกองแก้ว ออกมาแล้วจงฮู้ให้ทาน แลเป็นที่เข้ามาสู่มาหาแห่งหมู่กัปปะนะกำพร้า วาณิพก ยาจกและคนขอ   แลให้ลือชาปรากฏ มียศเกรียงไกร เป็นที่เข้ามาสู่มาหาแห่งท้าวพระยามาพร่ำพร้อมน้อมต่อพระราชสมภาร ถวายบรรณาการทุกเมื่อ ก็ข้าเทอญ อันนี้เป็นพรอันถ้วน 5 แห่งผู้ข้าแล คพฺภํ เม ธารยนฺติยา มชฺฌิมํ อนุนนฺตํ ผู้ข้าได้ทรงครรภ์ลูกแก้ว ผู้ประเสริฐเกิดด้วยสมภาร อย่าได้ใหญ่ยอดสวดพ้นประมาณขอให้มีท้องน้อยแอวกิ๋วกลมงามใสสุด ดุจดั่งขาธนูอันครูผู้ฉลาด หากมาขูดเกลาเหลาเกี้ยงกลมงามนั้น ก็ข้าเทอญ อันนี้เป็นพรอันถ้วน 6 แห่งผุ้ข้าแล ถนา เม นปฺปวตฺเตยฺยํ เมื่อผู้ข้าแลประสูติลูกแล้ว ขอให้มีนมตุ่มตั้งเต็งงามเหมือนดั่งนมสาวฮามขึ้นใหญ่มาได้ 16 ขวบเข้าข้อยมหาราชเจ้า ขอพรอันนี้ ถ้วนเคารพ 7 ทีก็ข้าแล   ปลิตา นสฺสนฺตุ วาสว ข้าไหว้พระยาอินทร์เจ้าฟ้า ขอให้ผู้ข้ามีพระเกษเกล้าโมลีเกสีงามเขียวสุดขนาด   ตั้งแฮกแต่ชาเถิ่งเฒ่าชรา   ปลิตา ผมเส้นงอกก็อย่าได้ออกมาแกมเกล้า แม้นว่าเฒ่าก็ให้เป็นดั่งสาวฮาม ผู้ข้าขอพรอันนี้เป็นพรถ้วน 8 ก็ข้าแล กาเย รโช น ลิมฺเปถ ขอให้ผู้ข้ามีพระกายกงองคะเนื้อตนเกลี้ยงใสส่อง เหลื่อมหลายผิวอย่าให้ผงธุลีปลิวมาติดแปด อันนี้เป็นพรอันถ้วน 9 มหาราชเจ้าหากให้เป็นทานแก่ผู้ข้าแล วชฺ ฌญฺจาปิ ปโมจเย   ประการ 1 ข้าแห่งพระยาอินทร์เจ้าฟ้า คนทั้งหลายฝูงใด บัวระบัดทุจริต 3 ประการ มีต้นว่าอทินนาทาน มิจฉาจารใจโหด ฝูงนี้ข้าก็ขออภัยให้พ้นจากคอกขังกังคา ผู้ข้าปรารถนาเอาพรทิพย์ อันนี้ถ้วน 10 ทั้งมวลก็ข้าแล

 

                สกฺโก อาวชฺเชนฺโต เมื่อนั้นบั้นอินทาธิราช จักให้นางน้อยนาถได้ยินดี ด้วยราชไมตรีขอดยังพรแก้ว อันจักให้แล้วดั่งนางปรารถนาจึงกล่าวคาถาว่า   เย เต ทส วรา ทินฺนา สพฺพงฺคโสภเน ดั่งนี้เป็นเค้า ดูราเจ้าศรีสุพรรณกัลยา อันประกอบด้วยเผ่าผางกลางตนองคะใหญ่น้อย งามยิ่งย้อยสุดประมาณ พรทิพย์ 10 ประการอันเฮาพี่หากให้เป็นทานแก่เจ้า เจ้าก็จักได้ยังพรทั้งมวลในเขตขงกงราชมณเทียรแห่งพระยาสีวิราช ดั่งเจ้าปรารถนาบ่สงกาก็พี่แล ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา   อาห   พระทสพลตนเป็นครู สั่งสอนโลก ให้พ้นจากโอฆะสงสาร ปกาเสนฺโต เมื่อจักสำแดงอัตถาธรรมดวงนั้นให้ลือชา จึงกล่าวเป็นรัสสะคาถาว่า อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ภิกฺขเว ดูราสงฆ์ทั้งหลาย พระยาอินสุรินทาธิราช ตนเป็นผัวนางน้อยนาถสุชาดา ได้ชื่อว่ามะฆะวานตามโวหารเมื่อก่อน คันว่ากล่าวพระราชคาถาอันนี้แล้ว   ให้ยังพรแก้วทิพย์ 10 ประการ เป็นทานแก่ศรีสุพรรณกัลยา มีใจชมชื่นยินดีมากหนักหนา ทสวรา คาถา อันประดับประดาไปด้วยพระคาถาทั้งหลาย มีประมาณ 19 พระคาถา นิฏฺฐิตา ก็เสร็จบรบวนควรท่อนี้แล

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1