Saturday, 23rd of September 2017

กัณฑ์ชูชก โดย พระครูพิมลธรรมภาณ (ดร.มานพ ปาละพันธ์)


เทศน์มหาชาติ กัณฑ์ชูชกครบทั้ง  ๑๗ แหล่
เป็นครั้งแรก  ที่ใช้เวลาแหล่รวดเดียวนานถึงสองชั่วโมง
เสียงที่แหล่อาจมีปัญหาอยู่บ้าง  เนื่องจากฝ่ายเทคนิคอาจ
ไม่เข้าใจ  คือรู้แต่การบันทึกเสียงแต่ไม่เข้าใจเรื่องทำนอง

แต่ใช้ฟังเป็นแนวทางในการหัดเทศน์ได้ เคยบันทึกออกรายการวิทยุ

เสียงดีกว่านี้กำลังตามหาต้นฉบับอยู่ โดย กัณฑ์ชูชก โดย พระครูพิมลธรรมภาณ (ดร.มานพ ปาละพันธ์)

----------------------------

                    ตทา  กาลิงฺครฏฺเฐ  ทุนฺนิวิฏฺฐพฺราหฺมณคามวาสี  ชูชโก  นาม  พฺราหฺมโณ  ภิกฺขาจริยาย  กหาปณสตํ  ลภิตฺวา  เอกสฺมึ  พฺราหฺมณกุเล  ฐเปตฺวา  ปุน  ธนํ  ปริเยสนตฺถาย  คโต ฯ  ตสฺมึ  จิรายนฺเต  พฺราหฺมณกุลํ  กหาปเณ  วลญฺเชตฺวา  ปจฺฉา  อิตเรน  อาคนฺตฺวา  โจทิยมานํ  กหาปเณ  ทาตํ   อสกฺ-โกนฺตํ  อมิตฺตตาปนํ  นาม  ธีตรํ  ตสฺส  อทาสิ ฯ

                    (๑)  ขึ้น   ตทา  กาเล  ในกาลเมื่อสมเด็จพระบวรหน่อนราธิราชทั้งสองกษัตริย์  ผู้เป็นมิ่งมงกุฎเกศเขตขัตติยะยิ่งยอดสมมุติวงศ์   คือสมเด็จพระจอมจักรพรรดิพงศ์เพศยันดรดวงดิลกเทเวศร์  อันเป็นยอดญาณสยัมภูเพทพุทธางกูรกฤษดาภินิหาร  หนึ่งคือพระมิ่งวิมลมาลย์มหิศรมหิษี  สุนทรสารสวัสดีเทพนารีมัทรีศรีศุภกษัตริย์ขัตติยวรวงศ์  เธอพาพระวิสุทธิสวัสดิ์ขัตติยะทั้งสององค์อรอุ้มแอบอุรานิราศ   คือพระชาลีศรีดรุณวงศ์วิสุทธิชาติเลิศลักษณภิเศกทรง  พงศ์พิภพพระเจ้าสีพี   อีกทั้งพระกฤษณแก้วกัณหากุมารีศรีวรพนิต  กนิษฐอนุชงค์อนงค์นาฏชินานาง  กษัตริย์สี่พระองค์เธอทรงสร้างพรตพรหมจริยา  อย่างปรเมษฐสิกขาอิสิวาวรเวศ  อันเป็นอุกฤษฏ์เพศมหาภิเนกขัมมบรรพชาบารมี  สถิต ณ แห่งห้องนคินทรคิรีรัตน์ราชวงกต  โดยสัตตมาสกำหนดนับได้เจ็ดเดือนดังนิยมมา

                    เดิน   ทีนี้จะกล่าวถึงพราหมณพฤฒาทลิททกยากยิ่งยาจก  อันจะได้ไปยอยกซึ่งพระทานธุระ  อันพระองค์เริดร้างละฝังไว้นี่ช้านาน  ขึ้น   เอโก  พฺราหฺมโณ  ยังมีพฤฒาจารย์พราหมณผู้เฒ่า  บังเกิดแต่ตระกูลล้วนเหล่ายัญญหุตภุชงค์  สืบสันดานสัมพันธ์พงศ์โภวาทิกชาติ  เฒ่ามีสันนิวาสเคหฐาน  อยู่ในคามเขตละแวกบ้านทุนวิฐ  ติดเนื่องกับเมืองกลิงคราฐบุรี  ธชีตาแกเป็นคนจนอัปรีย์ไร้ญาติยิ่งสถุล  ทุคคตะแค้นเคืองขุ่นข้องเข็ญใจ  ภิกฺขาจริยาย  ตาแกก็เที่ยวภิกขาจารไปปานด้วยเพศสกปรก  เปรียบด้วยวณิพกยาจกจนจัณฑาล เฒ่าค่อยประสมประสานทรัพย์ไว้ทีละน้อย ๆ  กหาปณสตํ  ลภิตฺวา  ได้ทองถึงร้อยกระษาปณ์  เป็นลาภตามเข็ญใจ  ครั้นจะเอาไว้กับตัวก็กลัวภัย  คิดไปเห็นรวนเร  เอกสฺมึ  พฺราหฺมณกุเล  ตาแกจึงรีบเร็วระรี่เร่อไปหาสกุลเกลอแห่งหนึ่ง  อันเป็นที่ชอบพึงพอจะไว้ใจกันมาแต่ก่อน  ธชีก็ปรับทุกข์ร้อนทางอวดจะมี  ว่าออเจ้าเอ๋ย  ออเจ้า  เราค่อยมั่งคั่งขึ้นถึงเพียงนี้   มีเสียกว่าออเจ้าแต่ว่าตัวเรานี้แก่เฒ่าเที่ยวไปค้างคืน   เกลือกว่าค่ำมืดดึกดื่นพอหลับใหล  ปะอ้ายคนจนโจรจัญไรเข้าแก้พก  มันก็จะย่องหยิบยกยักเอาไปได้  ก็จะแคบขัดเข็ญใจจนไม่พอที่จะยาก  ฐเปตฺวา  เฒ่าก็เฝ้าฝากพร่ำแล้วพร่ำเล่า  ว่าเรามิให้ท่านเฝ้าเปล่าป่วยการ  แล้วเถิดเราจะทดแทนคุณท่านให้ถึงใจเมื่อภายหลัง  ปุน  ธนํ  ปริเยสนตฺถาย  คโต  เฒ่าโลโภตาแกโลภลาภไม่หยุดหย่อน  ก็เที่ยวภิกขาจารกระเจิงจรไปจนจบ  ครบคามเขตน้อยใหญ่  ด้วยว่ามักจักใคร่ได้ให้จงหนักหนา  ด้วยโลภเจตนานั้นแล

                    (๒)  ขึ้น   ตสฺมึ  พฺราหฺมเณ  ในเมื่อพราหมณ์พรหมวงศ์วิศณุเวศ  ผู้เป็นยาจกทลิทเชษฐชาติเชื้อนิคคาหกพราหมณ์  เฒ่าไปเที่ยวพยายามภิกขาขอ  เข้าที่ไหนก็ได้  ที่ไหนก็ได้  ได้เท่าใดใดก็ไม่พอผ่อนผันที่ว่าจะกลับ  จิรายนฺเต  ไปๆ ก็จนลี้ลับล่วงกำหนดเกิน  ยิ่งเที่ยวมันก็ยิ่งได้  ยิ่งไปมันก็ยิ่งเพลิน  เกินกำหนดนานแล้วไม่กลับมา  ตํ  พฺราหฺมณกุลํ  ส่วนตระกูลพราหมณ์ทั้งสองที่รับฝากทองของออเฒ่า  มันให้เผอิญอาจจิตคิดใจเบาเบื้องแต่ว่าจะได้  ไม่รู้ว่าความเข็ญใจยากไร้จะมาถึงตัว  จึงยกเอาทองของออเฒ่าออกมาแล้วก็ยิ้มหัวพูดแก่กันซู้ซี้  ว่าออเฒ่ามันหายไปหลายปีป่านฉะนี้ยังไม่กลับมา  ส่วนตัวอ้ายเฒ่าก็แก่ชราลงร่างร้าย  นี่มันจะมิไปซุกซมล้มตายเสียแล้วหรือหือหานะออเจ้า  ของนี้ก็ตกอยู่ในมือเราทั้งสองคน  เอออะไรนี่จะมานั่งนิ่งจนๆ นี่จนย่อยยับ  จะมาเป็นภูตเฝ้าทรัพย์นี่มันไม่ต้องการ  เมื่อออเฒ่ามันกลับมาเมื่อไร  เราจึงค่อยแก้ไขคิดอ่านผ่อนผันต่อเมื่อปลายมือ  วลญฺเชตฺวา  ก็เอาทรัพย์ออกแจกจ่ายขายซื้อซุกซนทำโว้เว้  อิตเรน  อาตนฺตวา  ฝ่ายว่าเฒ่าชราเจ้าของทรัพย์  คิดขึ้นมาได้ก็หวนกลับกลัวเกลือกเกลอจะทำวุ่น  หมุนมาประเดี๋ยวก็ถึงอึงคะนึงไปทั้งบ้าน  ร้องว่าฮ้าเฮ้ยอยู่หรือหาไม่ท่านทั้งสองคน  สองผัวเมียก็จวบจนจวนเจียนจะเจอะตัว  ตกใจอยู่ระรัวตัวสั่นอยู่ริบๆ  ทำแต่ตานั้นปริบๆ  ปรับทุกข์กันหน้าขาว  ส่วนออเฒ่าก็ก้าวขยิกขยั้นเหยียบยืนขึ้นบันได  ผัวเมียก็จนใจไม่รู้ที่ว่าจะผันผ่อน  ครั้นจะซุกจะซ่อนก็ไม่ทันที  ครั้นจะหลบหลีกหนีนั้นก็ใช่  ครั้นจะผลุนผลันผลุดไปนั้นก็จวนตัว  จึงร้องว่าอยู่คะเจ้าขรัวเชิญตัวท่านขึ้นมานั่ง  โจทิยมานํ  ส่วนออเฒ่ายังไม่ทันที่จะนั่งก้นกระทั่งฟาก  ก็ทวงว่าทองของเราที่เอามาฝากแก่ท่านไว้  เอามาให้ๆ ทันที  เอามาประเดี๋ยวๆ นี้ขมีขมัน  ทาตุ  อสกฺโกนฺตํ  ผัวเมียก็อัดอั้นนั่งงันอยู่เป็นครู่  เฒ่าก็ยิ่งครืดครอกตะคอกขู่  หาเป็นไรจึงมาแลดูนิ่งอยู่เล่า  คุณเจ้าขาคุณตาเจ้า  ดีฉันจะขอทุเลาเลื่อนไปอีกสักหน่อย  เห็นข้าพเจ้าประหนึ่งว่าชั่วถ่อยหาความคิดไม่  แต่หยิบๆ ยืมๆ เอาทองของคุณตาเจ้าไปใช้จนหมดสิ้น  จนพ่อออฉิมเขาโกรธ  เขาคาดโทษอยู่ว่าจะตี  ดิฉันจะขอนัดผัดผ่อนสักทีแต่พอให้ห่างๆ  จะได้ขวนขวายบ้างหามาตระเตรียม  แต่พอให้ยืดยาวย่างเยี่ยมเข้าปีหน้า  ข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหามาให้  มิให้เคืองแค้นรำคาญใจ  เออออเจ้านี่ว่ากระไรหาว่ากระไร  เห็นทำได้ก็ทำเอาอาจใจถึงเพียงนี้  คิดดูให้จงดีนะเอ็งกับกูนี้จะผิดกันเสียเปล่าๆ  คุณเจ้าขาคุณตาเจ้า  เมื่อจะขอทุเลาแล้วก็ไม่โปรด  จะให้ท่านโกรธไปไย  เสมือนเกวียนหักลงกับที่ของนั้นมันจะหนีไปไหน  เสียหนึ่งนิ่งไว้นานไปคงได้สอง  เสมือนหนึ่งของท่านหายมีที่ไว้  ข้าพเจ้าคงจะหามาให้ไม่ให้เดือดร้อน  ยอมเสียกำไปก่อนนั่นแลจึงจะได้กอบ  ข้าพเจ้าจะตอบจะโต้ไป  ว่าแล้วก็ร้องไห้หันเข้าไปในห้อง  อมิตฺตตาปนํ  นาม  อตฺตโน  ธีตรํ  จึงจูงเจ้าทองอมิตตดาออกมาสะเออะอวดหน้าเสนอนวล  ให้ทำจริตกระบิดกระบวนสะบิ้งสะบัด  ให้นั่งเท้าแขนแอ่นหยัดแล้วเยี่ยมหน้า  แล้วจึงว่าคุณเจ้าขาคุณตาเจ้า  จะเดือดร้อนไปไยเล่าเร่งเคืองแค้น  ท่านว่ามีเงินนั่นหรือจะไร้ของ  มีทองนั่นหรือจะไร้แหวน  ข้าพเจ้าจะทดแทนประชดประเชิน  เห็นว่าของๆ ข้าพเจ้าจะเกือบเกินกว่าเสียอีกสักหน่อย  ก็ทำเนาเถิดหนาไม่คิด  จะได้เป็นมิตรกันบ่อยๆ ไปเบื้องหน้า  ตามแต่คุณตาเจ้าจะกรุณานับเนื้อกันมาแต่ก่อน  จะเลี้ยงไว้กับเอวอู่หรือจะให้เป็นคู่เคียงหมอน  หรือจะให้นอนที่ปลายตีน  ข้าพเจ้าก็ยินยอมพร้อมสิ้นเสร็จแล้วไม่ว่า  หวุยออตานี่ว่ากระไรไม่เข็ดขาม  จริงหนอเขาว่ามีเงินมีทองแล้วพูดได้มีไม้มีไล่ปลูกเรือนงาม  กระนั้นก็ตามแต่ออเจ้าเถิดซี  ถ้าหันเข้าหากันบ้างอย่างนี้ที่ไหนเราจะว่า  ตสฺส  อทาสิ  สองเฒ่าก็ยกเจ้าอมิตตดาดวงสวาท  มอบให้เป็นสิทธิ์ขาดแก่พราหมณ์แก่  ทั้งนี้ก็เพราะว่าพ่อแม่มันไม่ดี  มันมักเพิ่มพูนหนี้ให้ติดตัว  จึงตระเวนความชั่วให้เห็นประจักษ์แก่ตาโลก  ลูกเต้าก็พลอยวิโยคระยำยับอัปภาคย์ยากเสียเปล่าๆ  เพราะว่าใจจิตมันคิดเบา  จึงเป็นหนี้ออเฒ่านั้นแล

                    (๓)  เดิน   โส  ชูชโก  วันนั้นชูชกเฒ่าชรา  ตํ  ทิสฺวา  เมื่อเห็นรูปเจ้าอมิตตดายุพเยาว์แรกรุ่นสุนทรเด็กดรุณี  แน่งน้อยหน้านวลฉวีวรรณเพริศพริ้งพราย  ชะชวยฉาดเฉิดฉายโฉมเฉลา  ดังว่าพฤฒิโคเค้าเฒ่าชราจร  ครั้นว่าแลเห็นเหยื่อหญ้าอ่อนออกโอชะโอษฐ์อ้า  ละลนละลานแลบชิวหาหูหางระเหิดหัน  เฒ่าก็มีจิตเกษมสันต์โสมนัสยวนยิ่ง  จึงนึกว่าวาสนากูนี้หนอ  ต่อจะดีจริงจึงประจวบใจประสงค์เฟื่องฟูขึ้นหนักหนา  ชะรอยว่าชะตาตามมาส่งเสริมเมื่อภายแก่  ยิ่งเหลียวๆ แลๆ ดูนี่ก็ยิ่งเห็นงาม  เฒ่าก็รับรองความตามคดี  ว่าถ้าท่านทั้งสองจะปรานีฉันจริงไซร้  ฉันจะขอลาพาหล่อนไปในวันนี้  ส่วนพราหมณ์ทั้งสองศรีก็ยินยอมไม่ห้ามปราม  เฒ่าก็ลาสกุลพราหมณ์ลงจากเรือนมิทันนาน  พานางอมิตตดาไปสู่บ้านทุนวิฐ  อยู่ร่วมภิรมย์สมสนิทเสนหา  ตามโลกธรรมดานั้นแล

                    (๔)  ขึ้น   สา  อมิตฺตตาปนา  ส่วนว่านางอมิตตดานั้นเป็นลูกเหล่าตระกูลไม่เสียชาติ  คิดว่าตัวเป็นทาสมิได้นึกว่าเป็นสาวได้ผัวแก่  คิดแต่ว่าทุกข์ของพ่อแม่กรรมแล้วก็ตามกรรม  สมฺมา  ปฏิชคฺคิ  เจ้าก็หาหุงต้มตักตำทุกค่ำเช้า  ไม่ขวยเขินละอายเพื่อน  เวลาเช้าเจ้าก็ทำ  เวลาค่ำเจ้าก็มิให้เตือน  ทั้งการเรือนเจ้าก็มิให้ว่า  ทั้งฟืนเจ้าก็หักทั้งผักเจ้าก็หา  เฝ้าปฏิบัติเฒ่าชรา  ทุกวันแลเวลานั้นแล

                    (๕)  ขึ้น   อญฺเญ  ตรุณพฺราหฺมณา  อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายหนุ่มๆ  ในบ้านนั้นสิชุมชายจะมาก  ทั้งผู้ดีแลผู้ยากนี่ก็หนักหนา  อาจารสมฺปตฺตึ  ทิสฺวา  ครั้นได้เห็นเจ้าอมิตตดาเด็กดรุณี  มีวัตรจริยาดีรู้ปฏิบัติ  ทุกสิ่งสารพัดจะบำเรอเฒ่าชรา  ครั้นคิดถึงเมียของตนขึ้นมาก็ให้หมกมุ่น  บ้างก็ฮึดฮัดหันหุนหวนเหมา  บ้างก็เดินแดกด่าเดือดพิโรธ  ต่างคนต่างก็โกรธกรากมาสู่เรือน  เสียงสะทกสะท้านสะเทือนนั้นหนักหนา  ตีเมียกันนั้นฉาวฉ่าอึกทึกไปทั้งบ้าน  บ้างก็โกรธงุ่นง่านเงื้องอศอก  ภริยาโย  ตชฺเชนฺติ  บ้างก็ขู่ตะคอกขบเคี้ยวฟัน  บ้างก็ฮึกฮักหุนหันหวนเข้าจับไม้  บ้างก็วิ่งเวียนไล่แล่นอึงคะนึง  บ้างก็มัดมือขึงเข็นไว้กับขื่อ อ้ายบ้างก็ฮึดฮือหักซี่ฟาก บ้างก็ร้องสำรากพิไรร่ำว่า บ้างงก็ดุเดือดด่าขู่เคี่ยวเข็ญ  ว่าอีชาติชั่วอีเสียเช่นชาติมันไม่ดี   อยํ   อมิตฺตตาปนา  ส่วนนางทอง อมิตตดานี้ใครเขาสอนสั่ง  มหลฺลกพฺราหฺมณํ  ได้ผัวแก่ยังแต่ว่าจะตาย  สมฺมา  ปฏิชคฺคิ  แต่ว่าความดีของแม่แกนี่มากมายหมั่นปฏิบัติผัว  ถึงรูปร่างของแม่แกก็ไม่ชั่วเฉิดกว่าเอ็งสักสิบเท่า  กึ  ปมชฺชถ  เอ็งเอ๋ยกระไรเลยประมาทเราช่างไม่เกรงกลัว  ทุกวันนี้มึงสำคัญว่ากูนี่เป็นผัวหรือว่าเป็นข้า  หากูนี่เป็นผัวหรือเป็นข้า  หรือว่ามึงช่วยกูมานี่สักกี่ชั่ง  เอ็งเอ๋ยกระไรเลยจะคิดดูมั่งก็เป็นไร  กว่ากูจะได้มึงมาเป็นเมีย  ทั้งทุนก็สิ้นสินสอดก็สู้เสียเสร็จสิ้นนี่ทุกอย่าง  ทั้งเครื่องขันหมากหอห้างกูก็หามานี่เสร็จสรรพ  ควรหรือมึงมาลามลวนกลับสำรากไม่อยากกลัว  จะรู้จักปฏิบัติผัวแต่สักนิดหนึ่งนี่ก็ไม่มี  อีหญิงเยี่ยงอย่างนี้นี่มันไม่รู้อาย  ชอบแต่ว่าจะจับจูงมือมันไปขายให้มันอายเขาสิ้นทั้งบ้าน  ให้เขาใช้กรากกรำกระทำการนี่จงหนักหนา  แล้วจึงค่อยไปไถ่ถอนเอามันออกมาต่อเมื่อภายหลัง  นั่นและมึงจึงจะรู้บ้างซึ่งสำนึกยาก  กูคิดๆ แล้วจะใคร่กำจัดจากออกไปเสียให้พ้น  หาเมียเอาใหม่อีกสักคนให้มันงามพ้นไปกว่าเพื่อน  ให้มันเหมือนหนึ่งนวลนางน้องเจ้าทองอมิตตดา  อันเป็นเมียเฒ่าชรานั้นแล

                    (๖)  ขึ้น   ตา  อิตฺถิโย  อันว่าหญิงทั้งหลาย  ที่เป็นอย่างกันกระนั้นนะมากมายหมดทุกเรือน  ครั้นว่าผัวเขาติเตือนเขาตั้งใจจะให้ดี  กลับเดือดโดดโลดหนีลงจากเรือน  ไปหาเหล่าพวกเพื่อนทุกถ้วนหน้า  โรทมานา  ร้องไห้เช็ดน้ำตาเข้าหากัน   มันให้แค้นขบฟันถกเขมรมั่นหมดทุกคน บ้างก็เที่ยวเสือกสนสื่อข่าวกัน  ว่าข้างเรานี้มันเป็นกระนั้น  ข้างท่านมันเป็นกระนี้  หรือว่าข้างเอ็งมันดีสงบอยู่  แต่ว่าข้างกูนี่มันเป็นกระนั้น  เอ็งเอ๋ยอย่าว่าไปเลยมันก็เหมือนกัน  มันให้เกิดกุลีลั่นสนั่นไปแล้วสิ้นทั้งบ้าน  วันนี้นี่มันช่างร้ายรุกรานเราเข้ารอมันไม่ติด  เออกูก็รอมันไม่ติด  หรือว่ามันยัดห่ายาพิษอะไรเข้าไป  เรามิรู้มันได้มันจึงร้ายขึ้นจริงๆ  นี่เราจะนิ่งเสียหละหรือหือหาอีชาวเรา  ทั้งนี้ก็เพราะใครเล่า  เพราะอีสาวส่ำสามซัดเซบ้าน   ผัวเราจึงรุกรานร้ายขึ้นถึงเพียงนี้  จเราจะเล่นงานมันเสียสักที  แต่ว่าจะเล่นมันที่ไหนดี  นทีติตฺถาทึสุ  อย่าเลยนะเราจะไปซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่ที่นทีท่าน้ำ  อี อมิตตดามันมาเวลาเย็น  เราจะเล่นเสียให้ยังค่ำ  ร่ำเอาเสียให้สิ้น ตำรา  จะประดังแดกด่าว่ามันเสียให้เจ็บ แม่เสือจะลองเล็บเล่นแล้วในวันนี้ จะพิรี้พิไรร่ำเอาให้เสียให้สิ้นโคตร ถ้ามันโกรธเราจะกรูเข้าคร่าห์  ถ้ามันด่าเราจะดื้อเข้าเดียง  ถ้ามันเถียงเราจะถูเข้าถอง  ถ้ามันร้องเราจะร่าเข้ารอ  ถ้ามันต่อเราจะตามเข้าตบ  ถ้ามันสู้เราจะเอาเสียให้บัดซบสับให้หัวเป็นแสกเสียง  ใครเขาจะเอาเยี่ยงอย่างอีซนซุก  อีสุกก่อนห่าม  มันมาอยู่สักกี่วันกี่เดือน  นี่มันจะมาตั้งเตือนต่อก่อความให้ขุ่นไปทั้งบ้าน  ถึงจะเสียสักเท่าไรก็ไม่คิด  ผิดก็ไปเป็นเมียตระลาการไม่น้อยหน้า  อิมมฺหา  คามา  เมื่อมันทนมือทนด่าเราไม่ได้  มันก็จะหนีเราไปเสียจากบ้าน  ผัวเรากับเราก็จะค่อยสำราญ  เหมือนดังเคยแต่ก่อนกาลนั้นแล

ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต   สตฺถา   อาห

อหุ   วาสี   กลิงฺเคสุ   ฯลฯ   กึ   ชิณฺโณ   รมยิสฺสตีติ

                    (๗)  เดิน   ภิกฺขเว  ดูกรสงฆ์ศรีวิสุทธิวงศ์อัครชิโนรสวิเศษ  ผู้ทรงศีลสมณเพศพวกบรรพชา  ขึ้น   พฺราหฺมโณ  อันว่าเฒ่าชราทิชาชาติเชื้อพราหมณพรหมวงศ์ศิโรเพศพิสัยใจกลี  อหุ  วาสี  ธชีมีปกติอยู่ในบ้านทุนวิฐ  เป็นเขตแคว้นแดนติดกับเมืองกลิงคราฐ  ทหรา  ภริยา  เฒ่ามีดรุณนาฏนางหนึ่งนั้นงามจริง  ภริยา  เมาะ  ปาทปริจาริกา  เป็นทาสภริยาหญิงสาวสุดสวาท  นาเมนามิตฺตาปนา  นาม นามอนงค์นาฏชื่อว่านางอมิตตดา นทีติตฺเถ  คตา  เจ้าก็ยุรยาตรมุ่งมาจะตักน้ำ  ไม่รู้ว่าเขาจะคอยยท่าทำเย้าเย้ยเยาะให้อาย  อิตฺถิโย  อันว่าหญิงทั้งหลายล้วนเหล่าที่ใจร้ายรานรามา  นทีอุทกหาริยา  ที่คอยท่าหาเจ้าอยู่ที่ท่าน้ำ  ครั้นเห็นเข้าแล้วก็ร่ารำรุกเร็วแร่เข้ามา  บ้างก็ร้องว่าเข้าเถิดสิเหวยเข้าเถิดสิวาวิ่งวุ่นวาย  สมาคนฺตฺวา  เมาะ  สมนฺตโต  ปริกฺขิปิตฺวา  เอ็งก็เข้าข้างซ้ายกูก็เข้าข้างขวา  เอ็งล้อมข้างหน้ากูล้อมข้างหลัง  ทำละล้าละลังเล่นละลุกลน  กุตูหลา  เมาะ  โกตุหลา  ชาตา  เป็นโกลาหลละลนละลานไล่เลี้ยวล้อม  เข้าแห่โหมโห่ห้อมหุ้มอยู่วะวู่วาม  อุลูกญฺเจว  วายสา  ดุจหนึ่งว่าฝูงกาเข้าเต้นตามตอมนกเค้า  บ้างก็แย่งหยิกยะเยาะเย้าเย่อยะยุ่ง  ตา  นํ  ตตฺถ  คตาโวจํ  มุ่งมะเมียงมองแล้วก็ร้องประกาศ  นํ  ปริภาสึสุ  ส่งเสียงบริภาษพ้อด้วยวาจา  ว่า  นูน  ฮ้าเฮ้ยเหวยเจ้าอมิตตดา  เช่นออเจ้านี้หนากูไม่เคยเห็น  เอออะไรจะมาเป็นแต่อย่างนี้  จะมาเป็นคนตะกละกาลีไม่เข้าเรื่องให้เลื่องลือ  นี่เจ้าทำตัวเจ้าเองหรือหรือว่าใครเขาทำให้แก่เจ้า  หรือว่าญาติโคตรเค้าเขาขัดใจ  จึงแกล้งเสือกไสเสียแต่พอให้พ้นมือ  นูน  เต  มาตา  ธรรมเนียมแม่นี้หรือเขาย่อมรักลูกจะปลูกฝังให้เป็นภักษ์ผล  เพราะว่าได้นอนแนบแอบอกตนแต่เลี้ยงมา  อยากจะตกแต่งให้งามหน้าไม่อดสู  อมิตฺตา  นี่แม่ของเจ้ากลับเป็นศัตรูกรากกรำใจ  อมิตฺโต  นูน  เต  ปิตา  ทั้งพ่อเชื้อญาติผู้ใหญ่ก็ยิ่งชิงชังเจ้า  เอวํ  ทหริยํ  สตึ  เมาะ  ทหรึ  ตรุณึ  รูปโสภคฺคปฺปตฺตํ  เออก็ผู้ใหญ่กระไรช่างโฉดเฉาไม่คิดอ่าน  รูปร่างของเจ้าก็สะอาดสะอ้านอ้อนแอ้นตะละหนึ่งว่าเขียน  ถึงนายช่างจะประจงเลียนเขียนรูปเจ้าก็จะไม่เหมือนอย่าง  ไยจึงไม่ไปเป็นเมียที่ขุนนาง  กลัวแต่ว่าจะไม่เหินห่างหันเข้าแนบน้อง  ถึงว่าจะเป็นเมียที่พระหลวงกินเจียดเงินแลพานทองดูท่วงทีก็จะพอได้  ชิณฺณสฺส  ปาทํสุ  เออนี่พ่อแม่เขาจะชังเจ้าจริงๆ  แล้วจึงเสือกไสเสแสร้งส่งซนแต่พอให้พ้นธุระ  อหิตํ  วต  เต  ญาตี  หรือ ว่าเจ้าทำกักขฬะลามเลียมเลียนล้อให้เขาขึ้งโกรธ  ให้เขาเห็นเป็นคนเฉาโฉดชาติชั่วช้า  ปาปกํ  วต  เต  ตั้งแต่ว่าจะเตือนต่อด่าหน้าทะเล้นเล่นคะนองใจ  เขากลัวว่ายืดไปมันจะเกิดความละอายขายหน้า  เขาจึงให้อ้ายเฒ่าชราเสียตามชัง  อมนาปํ  วต  เต  เสือกไสให้มันเซซังสมที่เจ้าทำให้หนำใจ  เขาจึงแกล้งยกให้เจ้าเป็นเมีย  แก่อ้ายเฒ่าส้ำเสียเซอะซานสกปรก  นี่มึงอยู่ไหนหาไม่รู้หรือว่ามันชื่ออ้ายชูชกเฉาโฉดชั่วชาติเชิงจะขอทาน  ชิณฺเณน  ปตินา  สห  เออนี่เองช่างอยู่กระไรได้  ไม่รำคาญขัดข้องเขินขวยด้วยผัวแก่  ยา  ตฺวํ  วสสิ  เมื่อยามสบายจะชายตาแล  ดูเล่ห์ดังลิงหลอกเห็นน่าชัง  มตนฺเต  ชีวิตา  วรํ  ถ้าเจ้าอายเหนียมน้อยหน้านึกดูมั่งตายเสียเถิดดีกว่าเกิดอยู่เป็นคน  น  หิ  นูน  ตุยฺหํ  กลฺยาณี  แต่ว่าจะหาผัวที่มันดีที่ชอบกล  ที่เขาเป็นคนไม่โว้เว้  ปิตสา  มาตา  จ  โสภเณ  ไหนนี่หรือว่าพ่อแม่นี้มีมั่ง  ที่จะตบจะแต่งตั้งส่งมาให้เป็นเมีย  อญฺญํ  ภตฺตารํ  ไฮ้ เจ้าอย่าอยู่ยืดยาว  อย่าหัวมันเสียหาผัวใหม่ฟังพี่ว่า  ทุยิฏฺฐนฺเต  นวมิยา  หรือว่าเจ้าอมิตตดาได้บูชาเชิญโชคไชย  ทั้งธูปเทียนดอกไม้ธงทุนทศยา  จะเชื้อเชิญเทวดาประเดียงเคย  ครบเครื่องกระยาสังเวยวางไว้นี่พร้อมเพรียง  เป็นทีทางจะแสร้งเสียงแสวงหาผัว  แต่ว่าบูชาของเจ้านั้นมันชั่วมันไม่ต้องตำรา  ปะเป็นวันที่ฤกษ์พาพานจะไม่สู้ดี  นวมิยํ  เมาะ  กาฬปกฺเข  นวมิยา  พอเป็นวันกาฬปักษ์ดิถีแรมเก้าค่ำ  พอสบวันทักทินทรทึกมฤตยูยมขันขัดโชคชัย  ยาคปิณฺโฑ  ก้องข้าวของพลีกรรมที่วางไว้หมายจะเสียงทาย  ปฐมํ  คหิโต  อ้ายกาแก่เข้าโฉบฉายฉาบฉวยชิงเอาไปได้  ก็เสียพิธีเชิงไชยโชคสวามี  เพราะอ้ายกาแก่บัดสีนั้นมันเข้ากินก่อน  จึงเป็นนิมิตสังหรณ์หากให้ได้ผัวแก่  ถึงตัวเจ้าเล่าแหล่ก็จะกริ่งๆ ใจ  อกตํ  อคฺคิหุตฺตกํ  หรือว่าเจ้าขาดบูชากูณฑ์ไฟไปจึงให้โทษ  ทั้งสองโสดเข้าแทรกซ้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นตามตัว  ชิณฺณสฺส  ปาทํสุ จึงเผอิญให้ได้ผัวแก่เฒ่าชราแร่  มันช่างแก่นี่เหลือแก่แก่นี่กระไรไม่น้อยหนอ  แทบว่าจะเป็นพ่อของพ่อตัวก็ว่าได้  สมเณ  พฺราหฺมเณ  นูน  หรือว่าเจ้าอมิตตดานี้ไซร้ได้ประมาทบริภาษสมณพราหมณ์  พฺรหฺมจริยปรายเน  อันเพ็ญเพิ่มพยายามประพฤติพรตพรหมจรรย์  สีลวนฺเต  พหุสฺสุเต  ทั้งท่านผู้ทรงศีลขันธ์เป็นพหูสุตสิ้นกิเลสแล้วในสันดาน  กรรมอันนั้นจึงตามต้านติดตัวให้ได้ผัวแก่  น  ทุกฺขํ  อหินา  ทฑฺฒํ  เออนี่แน่นะเจ้า  ถ้าแม้นงูเขียวหรืองูเห่าเลื้อยลอดเข้ามาตอดขบให้สลบอยู่กับที่  สตฺติยา  หตํ  ถ้าหาไม่ก็ชายอันพ่วงพีพิลึกล้ำล่ำสัน  ถือหอกนั้นโตใหญ่ไล่แทงถูกที่อกเจ้า  ให้ดิ้นแดดะเด่าๆ ดูอนาถจริง  ตญฺจ  ทุกฺขํ  อันความทุกข์ทั้งสองสิ่งเราไม่แสร้งว่า  เมื่อสิ้นบุญวาสนาแล้วก็ตามที  ก้มหน้าตายไปเป็นผีดีกว่าอยู่เป็นคน  ยํ  ปสฺเส  ชิณฺณกํ  ปตึ  มันไม่เหมือนอยู่กับอ้ายเฒ่าทรพลที่เขาชิงชังนี่ถ้วนหน้า  นตฺถิ  ขิฑฺฑา  นตฺถิ  รถิ  เออก็ความยินดีนี่มันจะมีมาแต่ข้างไหน  เพราะอ้ายผัวผีจัญไรรูปร่างอย่างเดนห่า  นตฺถิ  อลฺลาปสลฺลาโป  ถ้าอ้ายเฒ่าจะพูดจาเย้ายวนหยอกเจ้าเล่น  ชคฺฆิตมฺปิ  น  โสภติ  อ้าปากออกนี่มันเหม็นฟุ้งฟันฟางก็ห่างหักเห็นเวทนา  ทหโร  ทหรา  อันประเพณีมักมีมาในสงสาร  ที่จะก่อการกวนกิเลสให้ยินดี  สามิโก  ตรุโณ  ภริยา  ตรุณี  ถ้าข้างฝ่ายชายสามีนั้นหนุ่มน้อยอยู่ช้อยชื่น  ฝ่ายข้างสตรีนี่ก็สดสวยระรวยรื่นแตกเนื้อนวลขึ้นควรกัน  มนฺตยึสุ  รโหคตา  ก็จะปรีดิ์เปรมเกษมสันต์ในที่รโหฐาน  ตามวิสัยในการประเวณี  เยเกจิ  หทยนิสฺสิตา  ถึงว่าโทสะจะบังเกิดมีมุ่นมากที่ดวงใจ  สพฺเพ  โสกา  หรือว่าโศกซึมเศร้าสักเท่าไรก็จะละเลิงละลายลืมละเสียได้เพราะผัวดี  ขึ้น   ทหรา  ตฺวํ  เอเจ้าก็ยังระเร่อรุ่นดรุณี  อภิรูปา ทรงลักษณราศีโสภาคย์  แม่กลัวหรือจะหายากที่สามี  รูปชีวี  มีรูปราศีเป็นโภคทรัพย์  แม่อย่าคิดเลยนะที่ว่าจะอาภัพฟังพี่ว่า  ปุริสานํภิปตฺถิตา  พี่กลัวแต่ว่าเหล่าชายนั้นมันจะฉาวฉ่าชอบใจเจ้า  ไยจะมาขืนแค่นอยู่ด้วยอ้ายโทนเฒ่าทนทุกข์เวทนา  แม่ไปเสียเถิดดีกว่าเชื่อพี่เถอะนะเจ้า  แม่จะมาด้านดื้อดึงทึ้งโครงเปล่าให้เขาร้องแรก  แม่จะมาแบกความอายนี่ไม่ขายหน้าหรือ  แม่จะมาเป็นกระสือเสียพงศ์  แม่จะมารักดงนี่หรือกว่าเหย้า  แม่จะมารักเหานี่หรือกว่าผม  จะมารักลมนี่หรือกว่าน้ำ  จะมารักถ้ำนี่หรือกว่าเรือน  จะมารักเดือนนี่หรือกว่าตะวัน  เออนี่แม่จะมารักออเฒ่านั้นยิ่งกว่าตัวเล่า  ดูนี่ก็โฉดเฉาชั่วชวนชังน้ำหน้า  คจฺฉ  ญาติกุเล  ไปเสียเถิดนะนางอมิตตดา  เจ้าอย่าอยู่ฟังพี่ว่า  ไปหาญาติกาที่เขามีความเอ็นดู  ให้เขาหาผัวให้ใหม่  ให้มันแก่กว่าออตาแลปู่  จะได้ประชันคู่กับออเฒ่า  อีเซ่อเซอะนี่มึงจะมาเฉอะแฉะเน่าเฉาเฉื่อยอยู่ฉะนี้  กึ  ชิณฺโณ  จะมารักใคร่อ้ายคนแก่กลีกระดางลาง  ใครนี่เขาจะมีบ้างในเมืองคน  รมยิสฺสติ  กูมาน้อยใจด้วยว่าอีจำใจจำจนเจ่าอยู่ฉะนี้  มันจะเอาความยินดีมาแต่ไหนนั้นแล

น   เต   พฺราหฺมณ   คจฺฉามิ   ฯลฯ   อิมา   คาถา   อภาสถาติ

                    (๘)  เดิน   ตาสํ  สนฺติกา  ปริภาสํ  ลภิตฺวา  วันนั้นนางอมิตตดาสาวศรี  เมื่อได้ฟังนางพราหมณีทั้งหลายมาเยาะเย้า  นางก็หุนหันหิ้วหม้อเปล่ากลับแต่กลางหน  กะเดียดทะนนร้องไห้อกใจขุ่น  เดินขมีขมันมุ่นมือเช็ดน้ำตา  ส่วนออเฒ่านั่งคอยท่าคาเคียงบันได จึงร้องทักถามลงไปว่าเป็นไรนะน้อง    เจ้าจึงร้องไห้สะอึกสะอื้นหรือว่าเจ้าลุยเลนเกลือกลื่นแล้วล้มลง    ถ้าแลว่าหม้อน้ำมันหนักนักเจ้าจงส่งเสือกขึ้นมา  หรือจะให้พี่เฒ่าชรานี่ลงไปรับ  จะได้พยุพยูงจูงจับหิ้วปากคนละข้าง  ฝ่ายว่านางกำลังโกรธกระทืบเท้าสะเทือนสะท้าน  กลับเคืองขุ่นงุ่นง่านเอาออเฒ่า  แล้วบอกเล่าเนื้อความพลาง  ว่า  ขึ้น   น  เต  พฺราหฺมณ  คจฺฉามิ  ออพราหมณ์เอ๋ยออพราหมณ์เฒ่า  ทีนี้แลหนามันฉ่าฉาวขึ้นแล้วที่ตีนท่า  แต่วันนี้ออเฒ่าอย่าพักว่าต่อไปเลย  กูจะนั่งนิ่งเฉิดเฉยไม่นำพา  ทั้งหุงข้าวปิ้งปลาหาฟืนไฟ  กูจะทำไปไยให้เหนื่อยมือ  ทั้งแผ่นดินตีนท่าหรือกูมิอยากไปย่ำกราย กูจะนั่งแบกความอายไปไยมี  ทั้งความชอบแลความดีมันก็ไม่มีมั่ง  ถิโย  มํ  ปริภาสึสุ  อีพราหมณีบ้านนี้นี่มันหนักหนา  มันเคียงคอยกูอยู่ที่ท่าทางจะตักน้ำ  กูจะได้ว่าอะไรมันสักคำหนึ่งนี่ก็ไม่มี  ใจอะไรเช่นนี้นี่มันช่างร้ายเหลือ  ราวกับว่ายักขินีผีเสื้อก็บ่มิเท่า  มันมารุมกันร่ำว่าด่ากูเล่นเปล่าๆ  เข้ามานี่หรือออกมากมุง  ตะละว่าฝูงกาเข้ามาเต้นตามตอมรุ้งก็บ่มิปาน  ทั้งโคตรเค้าเผ่าปราณมันด่าเล่น  ชิณฺเณน  ปตินา  สห  กูแค้นแต่มันว่ากูนี้อีจำใจจำเป็นจำมามีผัวแก่  แก่แทบจะเป็นพ่อของพ่อตัวก็ว่าได้  พราหมณ์เอ๋ย  กูอายเขานี่กระไรเลย  อายเสียจริงๆ  แทบประหนึ่งว่าจะกลั้นใจนิ่งตายเสียก็ว่าได้  ทั้งนั้นทั้งนี้ก็เพราะใครเล่าสิหว่า  เพราะออเฒ่าชรานี่มันไม่เจียมตัว  ทำเป็นหนุ่มน้อยระริกระรัวระเร่อเร้า  มันจึงแคะไค้ขุดเอาโคตรเค้าขึ้นค่อนว่านี่หรือทุกอัน  มา  เม  ตฺวํ  เออเป็นเหตุเท่านั้นดอกหรือนะแม่อมิตตดาผู้รูปงาม  มันให้เกิดวิบากเป็นขวากหนามขึ้นกับเพื่อนบ้าน  อกรา  กมฺมํ  ทีนี้งานการเจ้าอย่าได้ทำ  ทั้งหุงต้มตักตำตามใจเจ้าเถิดนะแม่  ขอแต่ว่ามานั่งให้พี่นี้แลๆ พอให้ชื่นใจ  พี่ก็จะรับร่ำกระทำไปไม่ละเลย  มา  เม  อุทกมาหริ  เจ้าจงนั่งนิ่งเฉิดเฉยอย่าเหยียบย่างไปตีนท่า  อหํ  อุทกมาหิสฺสํ  พี่จะตักน้ำตำข้าวเฝ้าหอบหามาเลี้ยงเจ้า  มิให้นางน้องแม่หมองเศร้าสลดนวล  พี่จะอุตส่าห์ครุ่นครวญกระทำไปให้ทุกเวลา  นาหํ  ตมฺหิ  กุเล  ชาตา  เอ๊ะๆ เป็นกระไรกระนี้หนา  ท่านพราหมณ์เอ๋ย  อันญาติกาของกูนี้ไม่เคยจะเป็นเหมือนเช่นว่า  ตัวเป็นภริยาท่านนะหรือจะอาจหาญใช้สามีเล่นต่างทาส  ให้ผิดบุราณราษฎร์แต่ก่อนเก่า  ถ้าแม้นท่านรักเราจะอยู่ไปด้วยกัน  จงผ่อนผันขวนขวาย  หาข้าหญิงชายมาให้กูใช้  ถ้าไม่หามาก็อย่าสงสัยว่ากูจะอยู่ร่วมประเวณี  กูจะรีบรี่หนีกลับไปบ้านหาพ่อแม่  นตฺถิ  เม  สิปฺปฏฺฐานํ  วา  โอ๋ยตายจริงแล้วแลในครั้งนี้  อ้ายเรือนคนก็จะเงียบเป็นเรือนผีเล่ห์ดังป่าชัฏ  ด้วยเจ้าอยู่นี้เป็นที่สวัสดิ์สว่างอารมณ์  อนึ่งศิลปะศาสตร์วิทยาคมและความรู้  พี่ก็มิได้ศึกษาในสำนักครูให้มันรู้กับเขามั่ง  อันที่จะบังเกิดบุรณะธนังโง่ทั้งนั้น  ธน  ธญฺญญฺจ  พฺราหฺมณิ  อมิตตดาเอ๋ย  ทุกวันนี้พี่เคยขยันก็แต่ว่าจะเที่ยวขอทานมันก็ไม่สู้ได้มาก  ได้แต่สักทะนานถ้วยถุงหุงใส่ปากไปค่ำเช้า  ลางวันขอไม่ได้ก็จนเจ่าจำใจอดทุกสิ่งสรรพม้วยหมดไม่มีเลย  ถ้าแลว่าพี่มั่งคั่งดังเคยแต่เก่าก่อนก็จะเป็นไรมี  ทั้งทาสาทาสีและเงินทองของนานา  มิให้น้องต้องออกปากว่า  พี่จะหามาบำเรอเจ้านี่จริงๆ  อหํ  โภตึ  นิ่งเสียเถิดนะเจ้า  จะร้องไห้ไปไยเล่าฟังพี่ว่า  จะเสียนวลเสียน้ำตาเสียเปล่าๆ  ทุกสิ่งสรรพพี่เฒ่าไม่ขัดข้อง  พี่จะปฏิบัตินวลน้องเจ้าทองอมิตตดาทุกวันทุกเวลานี้แล

                    (๙)  เดิน   สา  เทวตาวิคฺคหิตา  หุตฺวา  วันนั้นนางอมิตตดา  เทวตา  เมาะ  ภุมฺมเทวตา          มีภูมินทรเทพยดามเหศรศักดิ์สุรเทเวศร์  เคยอนุเคราะห์พระเพศยันดรผู้เรืองเดชดวงราชรวิวงศ์  อันมีมโนปณิธิประสงค์สร้อยสรรเพ็ชญ์ดาญาณ  คอยจะก่อเกื้อกระทำการพุทธการก  ครั้นเมื่อพระองค์ทรงยอยกสัตตสดกมหาทานก็สำเร็จ  เพราะเทพยเจ้าเป็นทูตกรรมนำยุบลข่าวสาส์นไปแจ้งเหตุ  แก่กรุงกษัตริย์รัตนนิเวศน์ทุกเขตขัณฑ์  จึงได้มารับพระราชทานทันในเมื่อเวลาเช้า  อันครั้งนี้เล่าก็เหมือนกัน  เทพยเจ้าเธอก็ยังกระนั้น  มหาสตฺเตน  ปุตฺตปริจฺจาคํ  การาเปตุกามาย  ปรารถนาเพื่อจะยังพระมหาสัตว์  พระเพศยันดรจอมจักรพรรติพงศ์  เชื้อชิเนศร์นามอนงค์หน่อพุทธางกูร  จะให้พระองค์ทรงเพิ่มพูนพระบารมีนิยมยอดยิ่งมกุฎทาน  คือพระปิยบุตรเยาวมาลย์บริจจาค  เป็นปรมัตถบารมีอย่างยอดยากยิ่งผู้จะทำได้  วิคฺคหิตา  ภุมฺมฏฺฐาย  เทพยเจ้าจึงบันดาลดลใจนางอมิตตดา  ให้รู้จักกรุงพระพารารัตนพิเชต  ทั้งเนื้อหน่อนามนเรศร์ราชวรวงศ์  อีกทั้งพระญาติประยูรยงยิ่งสากล  กิตติศัพท์ที่เหตุผลให้รู้แจ้ง  เทพยเจ้าเธอเสแสร้งสังหรณ์หากเข้าดลใจ  นางอมิตตดาจึงว่าได้ฉะนี้  ว่า  ขึ้น   เอหิ  เต  เอ๊ะๆ ออพราหมณ์เอ๋ย  ออพราหมณ์เฒ่า  ถอยไปไยเล่าถอยออกไปไย  กะถดเข้ามาให้ใกล้ๆ เข้ามาให้ถึงนี่  เฒ่ายังจะรู้อะไรมีหรือว่ารู้อยู่มั่ง  อหมกฺขิสฺสํ  กูจะเล่าให้ฟังที่ริมหูรู้แล้วอย่าแพร่งพราย  ถ้าแลออเฒ่ามิวุ่นวายเห็นจะสมคะเน  ยถา  เม  วจนํ  สุตํ  ออเฒ่ายังมิได้ฟังมั่งหรือแต่ก่อน  ชาวพระนครเขาพูดกัน  กิติศัพท์มี่สนั่นกูรู้แจ้ง  จริงๆ นะเฒ่าอย่าแคลงว่ามุสา  เอส  เวสฺสนฺตโร  ราชา  อันว่าสมเด็จพระบรมหน่อนรารัตน์ภิเษกสรง  อัครราชเอกองค์อุดรพิเชต  ผู้ผ่านพิภพพงศ์เพศเพียงจุลจักร  คือพระเวสสันดรหริรักษ์เรืองพระเดชา  อันเกิดในตระกูลวงศาสญชัยสีวิราช  ท้าวเธอทรงประสิทธิประสาทคเชนทรหัสดินทร์  ปัจจัยนาคนาคินทร์ค่าควรพระนคร  แก่พฤฒิพงศ์ทิชากรทั้งแปดคน  ชาวสกลพระนครเขาร้อนรนร้องทุกข์ราษฎร์  ให้ขืนขับเข่นพิฆาตคงโทษเป็นสองสถาน  สมเด็จพระจอมจักรพาฬพระปิตุเรศ  จึงเสริมสั่งให้เนรเทศจากพระเวียงไชย  ท้าวเธอก็ไม่ทุกข์พระหฤทัยโทมนัส  ก็พาพระตระกูลแก้วเกศกษัตริย์ทั้งสามองค์  คือพระยุพยงเยาวดี  ทั้งพระหน่อนาถดรุณีที่น้อยๆ  เสด็จสัญจรคล้อยคลาดประพาสโพนพง  วงฺเก  วสติ  ปพฺพเต  สี่กษัตริย์พระองค์ทรงสำนัก   ทรงหนังอชินพยัคฆจัมมาเพศ   ทางสิกขาบทปรเมษฐปฏิบัติ ยังคิรีรัตน์บรรพตนคราชวงกต  หนทางกำหนดที่จะไปก็ไม่ไกลหนักหนาไม่กี่ร้อยกี่พัน  จะข้ามคืนค้างนั้นไม่สักกี่วันก็จะกลับมา  ตํ  ตฺวํ  คนฺตฺวาน  ยาจสฺสุ  ท่านจงอุตส่าห์ไปเสียหน่อยหนึ่งจึงจะดี  ลาภจงจะเกิดมีนี่จริงๆ  ทาสํ  ทาสิญฺจ  พฺราหฺมณ  พราหมณ์เอ๋ย  ถึงเข้าแล้วอย่านิ่งจงทูลขอ  ซึ่งดรุณน้อยหน่อทั้งสองพระองค์  โส  เต  ทสฺสติ  ยาจิโต  เห็นท้าวเธอก็จะทรงอุทิศประทานให้  ทาสํ  ทาสิญฺจ  ขตฺติโย  ก็จะได้ขัตติโยรสมาใช้เป็นทาสในกลางเรือน  ทั้งหุงต้มตักตำจะได้เตือนให้หุงหา  นั่นแหละกูจะค่อยเทียมหน้ากับเพื่อนบ้าน  เออก็นี่ตัวท่านจะว่ากระไร  จะไปหรือหรือจะไม่ไปก็อย่านิ่ง  ชิณฺโณหมสฺมิ  โอ๋ยทีนี้พี่ตายจริงแล้วสินะเจ้า  ทุกวันนี้พี่ก็แก่เฒ่าลงร่ำระ  ทุพฺพโล  ทั้งกำลังกายพละนี้ก็ล้าเลื่อย  แต่จะขึ้นเรือนก็เหนื่อยให้หิวหอบ  มักมึนม่อยหมอบคาบันไดอยู่เป็นครู่  ทุกวันนี้พี่มาชื่นชูอยู่ด้วยเจ้าผู้แม่เรือน   ถึงว่าจะระงกระงันงมเงื่อนเหงาหง่อยพี่ก็ไม่คิด  ด้วยว่าน้ำใจพี่นี้ติดจะเป็น หนุ่มอยู่สักหน่อย  ถึงว่าเจ้าจะใช้สอยเสร็จสิ้นในการเรือน  ก็เห็นจะขยีขยันเขยื้อนยืดยาวไม่เหยาะแหยง  เพราะว่ามันใกล้ๆแม่แรงก็ไม่ถดถอย  ทีโฆ  จทฺธา  แม่เอ๋ยหนทางวงกตนี้มันไม่น้อย  ตั้งแต่เจ็ดแปดเก้าร้อยขึ้นไป  นี่เจ้ารักหรือว่าชังจึงจะใช้ให้พี่ไปอย่างนี้  มา  โภตี  บริเทเสสิ  ปลอบเจ้าสักเท่าใดก็ไม่มีที่ว่าจะหายวายน้ำตา มา  จ ตฺวํ วิมนา ยังจะมาขอดคิ้วนิ่วหน้าทำฮึดฮัด  จะทุมมโนโทมนัสน้อยใจไปไยนะน้องหญิง  อหํ  โภตึ  อุปฏฺฐิสฺสํ  เอ็นดูพี่มั่งเถิดนะแม่  ด้วยตัวพี่นี้ก็แก่ถึงเพียงนี้  ยอมแล้วสิว่าจะเป็นทาสีแลทาสา  มา  โภตี  กปฺปิตา  เจ้าจะยังหันหน้าหันหลัง  หายโกรธเสียมั่งเถิดสินะแม่  ยิ้มเสียหน่อยแล้วก็แลๆ มาข้างนี้นิดเถิดนะเจ้า  แต่พอล่อล่อให้พี่เฒ่านี้เริงรื่นชื่นน้ำใจ  ยถา  อคนฺตฺวา  หาหาว่ากระไร  หาว่ากระไร  อ้ายเฒ่าจัญไรนี่จะไม่ไปหรือ  จึงมาครวญคร่ำครั่นครือให้ใจอ่อน  ทำอิดออดอ้อนวอนพะเน้าพะนึง  ออกมาได้คำหนึ่งก็ว่าแก่เฒ่า  สองคำซ้ำเล่าว่าทางไกล  ช่างขลาดเขลานี่กระไรไปเหลือขลาด  ตะละว่ายักขินีปีศาจมันจะหักเอาคอไป  นี่ออเฒ่าได้ไปเมื่อไรจึงล่วงรู้  หานี่เอ็งไปเมื่อไรจึงรอบรู้  สงฺคามํ  อยุทฺเธวสฺส  ปราชิโต  กูดูดูออเฒ่าเหมือนบุรุษที่โฉดเฉามีชาติอันขลาด  ยกซึ่งพลรถคชปัตติกะอัศวราชจัตุรงค์  พร้อมด้วยสรรพาวุธยุทธยงยกออกไป  ยังมิทันที่จะได้สักครึ่งทาง  ได้ยินแต่เสียงศัพท์ปืนตึงผึงโผงผางทางพวกพลทัพหน้า  อยุทฺโธว  ยังไม่ทันจะได้ยุทธนาการเข้าชิงชัย  ปราชิโต  ร้องว่า  โอ้เรานี้ไซร้ปราชัยแพ้เขาแล้วยุบยับ  ชวนกันถอยราล่าทัพกลับเสียเถิดนะชาวเรา  เอวเมว  ตุวํ  พฺรหฺเม  กูดูดูออเฒ่ามันช่างแสนอุบาทว์  ขลาดนี่กระไรไปสิ้นหมด  หดนี่กระไรไปสิ้นอย่าง  ยังไม่ทันไปได้แต่สักอย่างทำหน้าเป็นหน้างั่งเหงาหง่อยโง่  อคนฺตฺวา  ว  ปราชิโต  ร้องว่าโอ้หนทางไกล  เกียจกระไรไปเกียจเหลือ  ใครเขาจะไปเชื่อเฒ่าจัญไร  ใครเขาจะไปตามใจเฒ่าโว้เว้  สเจ  เม  ทาสํ  ทาสึ  วา  แม้ออเฒ่ามิไปหาข้าหญิงชายมาให้กูใช้  ก็อย่าสงสัยที่กูจะอยู่สันนิวาสหรืออย่าสำคัญ  อ้ายที่ไหนที่นั่นที่ออเฒ่าไม่ชอบใจ  ที่มันแค้นจนเลือดตาไหลได้วันยังค่ำ  กูก็จะเร่งกระทำร่ำไปให้หลายเล่ห์  นกฺขตฺเต  ถึงยามตรุษยามสงกรานต์  ฝูงชนชาวบ้านท่านทั้งหลาย  เขาแต่งตัวกันเฉิดฉายทั้งชายหญิง  กูก็จะแต่งขึ้นบ้างให้เพราพริ้งเพริดพร้อมละม่อมหมดอยู่สดสวย  แล้วกูก็จะร่าเริงสำรวยระแร่เล่นให้สำราญ  ที่ไหนมีมโหระทึกฉิ่งฉับขับขานประสานซอ  กูก็จะวนเวียนเข้าไปเลียนล้อเล่นตาให้ติดใจ  ออเฒ่าเห็นกูก็จะดูไม่ได้ด้วยความแค้น  ก็จะโศกเศร้าเหลือแสนสุดเวทนา  ภิยฺโย  วงฺกา  ปลิตา  จ  อ้ายโรคชราก็จะกำเริบแรงขึ้นทุกวัน  อ้ายหลังที่โกงนั้นมันก็จะโกงหนักเข้าทุกที  หน้ามึงก็จะซีดเป็นหน้าผีผ่ายผอมตรอมใจตาย  เพราะออเฒ่ามิตามใจกูนั้นแล ฯ

                  (๑๐)      เดิน   ภิกฺขเว  ดูกรสงฆ์ศรีรัตน์วงศ์วิสุทธิชาติ   ผู้มีญาณวุฒิยุตต์ยิ่ง  เปรมปราชญ์ประหานหักกิเลส โส พราหฺมโณ อันว่าพราหมณ์เฒ่าพฤฒิเพศสัมพันธพงศ์ทิชพราหมณ์ ภีโต พราหฺมณิยา อ้ายจิตใจนั้นให้ครั่นคร้ามกลัวภรรยา วสานุโค  เมาะ วสํ  อนุโค  ด้วยเฒ่าชราละเลิงหลงลุอำนาจมาตุคาม  อทฺทิโต  กามราเคน  อันกามราคตัณหาหากเบียดเบียน  ให้จิตนั้นแปลกเปลี่ยนโปร่งเปล่าเฝ้าฟั่นเฟือน  ตาแกกลัวหนักกลัวหนากลัวนางอมิตตดาจะจากเรือนแร่ไปคบชาย  จึงละเลิงละลายเลื่อนเสียจากถ้อยถอยคำที่พูดจา  ว่าใครเขาได้ว่าหาว่าจะไม่ไป  เมื่อเจ้าจะใช้ให้พี่ไปพี่ก็ไม่พรั่น  ทำไมกับเขาวงกตแค่นั้นทางสักกี่พันกี่ร้อย  แต่ก่อนร่อนชะไรพี่ก็เคยไปอยู่บ่อยๆ  ถึงว่าจะให้พี่เดินเกินเขาวงกตไปอีกสักหน่อยพี่ก็ไปได้  สุดแท้แต่เจ้าจะใช้พี่ไปถึงไหน  พี่ก็จะไปได้จริงๆ  พฺราหฺมณึ  เอตทพฺรวิ  ตาแกจึงว่าเร็วๆ เข้าเถิดอย่านิ่งนะเจ้าอมิตตดา  ไวๆ เข้าเถิดสิหนาอย่ามัวนั่ง  ปาเถยฺยํ  เม  กโรหิ  ตฺวํ  เจ้าจงแต่งเสบียงกรังกระทำให้อักโข  สงฺกุโล  เมาะ  ติเลน  กตขชฺชกํ  ทั้งขนมแข็งเป็นก้อนกัด  งาตัดข้าวตอกคั่วถั่วงาแลแดกงา  สงฺคุฬานิ  เมาะ  คุเฬน  มิสฺสิตฺวา  กตปูเว  ขนมรำเรเร่ฉ่ำ  ทั้งขนมเทียนทำทั่วทุกสิ่ง  มธุปิณฺฑิกา  เมาะ  สกฺกรมธุฆตํ  โยเชตฺวา  อีกทั้งขนมผิงหินฝนทอง  เป็นเสบียงของค้างไว้ได้นานๆ  ใส่น้ำผึ้งน้ำตาลเติมน้ำอ้อยเหลว  สุกตาโย  กระทำให้เร็วๆ ล้วนแต่หลากๆ  สตฺตุภตฺตํ  ทั้งข้าวตูข้าวตากแต่งให้ต่างๆ  เป็นของข้ามคืนค้างเครื่องเสบียงกรัง  ขึ้น   อานยิสฺสํ พี่ก็จะเที่ยวเซซังไปแสวงหา  พระเวสสันดรขัตติยาเข้าแค่นขอ  เมถุนเก  ซึ่งพระดรุณน้อยหน่อเจ้าทั้งคู่  อุโก  ทาสกุมารเก  เอาพระจอมจุ้ยจุกน้อยๆ น่าเอ็นดูมาเป็นทาส  รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา  ใช้สอยก็จะไม่นิราศหลบลี้  ทุกทิวาราตรีไม่เลินเล่อ  ปริจริสฺสนฺติ  จะได้บำรุงบำเรอติดตามเจ้า  ก็จะงามหน้าพี่เฒ่าทุกเวลา  พวกอีหญิงปากกล้าใจสามานย์  ที่มันแกล้งแดกด่าว่าประจานเยาะเย้ยเจ้า  ก็จะต้องประสมประสานกลับคืนเข้าขอดีด้วย  เจ้าก็จะระรี่ระริกกระซิกกระซวยรวยระเริดเพริศพริ้ง  จะได้เป็นเจ้าจอมหม่อมหญิงอย่างมีบุญ  เขาก็จะฤาเรียกว่าเจ้าจอมดรุณคุณแม่อมิตตดา  เพราะว่ามีทาสีและทาสานั้นแล

                    (๑๑)  เดิน   สาขิปฺปํ  ปาเถยฺยํ  ปฏิยาเทตฺวา  วันนั้นนางอมิตตดาสาวศรี  เมื่อจะตกแต่งเสบียงกรังให้ธชีไปทางไกล  ออเฒ่าสั่งสิ่งใดเจ้าก็ทำได้สิ่งนั้น  ทุกสิ่งสรรพ์เสร็จสรรพสำหรับจะเดินทาง  ทั้งลูกเดือยข้าวฟ่างต่างๆ ไม่อย่างเดียว  ข้าวเหนียวข้าวเจ้า  ข้าวเม่าข้าวพอง  เป็นของเดินป่า  ถั่วงาสาคู  ข้าวตูข้าวตาก  หลากๆ ไม่น้อย  ที่ใส่น้ำอ้อย  อร่อยดีล้ำ  น้ำผึ้งหวานฉ่ำ  น้ำตาลหวานเฉื่อย  เหน็ดเหนื่อยแก้ร้อน  ผ่อนลงถุงไถ้  ยัดใส่ย่ามละว้า  หนักหนาซับซ้อน  ที่ไหนกินก่อน  ผ่อนไว้ข้างบน  ที่ไหนเมื่อจน  จะกินกลางทาง  จัดไว้ข้างล่าง  ต่างๆ สารพัด  พฺราหฺมณสฺส  อาโรเจสิ  จึงบอกแก่ท่านตาพราหมณ์  ว่าเสบียงเครื่องย่ามก็พร้อมเสร็จอยู่ถ้วนถี่  จะไปก็ไปเสียเดี๋ยวนี้เร็วๆ เข้าอย่าอยู่  อ้ายคนอื่นมันรู้มันจะจู่ไปเสียก่อน  จะเสียทุนเสียรอนข้าวของเครื่องเสบียงกินสิ้นเสียเปล่าๆ  โส  เคเห  ทุพฺพลฏฺฐานํ  ถิรํ  กตฺวา  ฝ่ายออเฒ่าพฤฒาทลิทก  ให้คิดวิตกพะว้าพะวัง  ด้วยอมิตตดาจะยัง  ตัวสิจากไปธชีมิไว้ใจด้วยเคหา  เก่าคร่ำคร่าซวนโซเซ  อ่อนโอ้เอ้เอียงโอนเอน  กลัวจะเครนครืนโครม  โย้ให้ตรงกรานไม้ยัน  ค้ำจันทันจุนจ้องไว้  เกลากลอนใส่ซีกครุคระ  มุงจะจะจากห่างๆ  แลข้างล่างโล่งตลอดฟ้า  ขึ้นหลังคาครอบจากหลบ  โก้งโค้งกบกดซีกกรอบ  ผ่าไม้ครอบคร่อมอกไก่  ไม้ข้างควายแขวะเป็นรู  สอดเสียบหนูแน่นขันขัด  ปั้นลมดัดเดาะหักห้อย  กบทูย้อยยกแครกคราก  จั่วจัดจากให้หายห่าง  ฝาหน้าต่างแต่งให้มิด  ล่องหลวมปิดปกซี่ฟาก  ตงรอดครากเครียดรึงรัด  เตาหม้อขัดค้ำขึงขัง  ทฺวารํ  ปฏิสงฺขริตฺวา  จักตอกมาขมวดเป็นเกลียว  ผูกแน่นเหนียวหน่วงประตู  ห่วงหิ้วหูชูชักชิด  ปิดมืดมิดไม่เห็นห่าง  ใส่กลอนกลางกลัดเหน็บแนม  ลิ่มเสียดแซมซ้ำให้ชิด  ไม่เคยปิดอย่าพักเปิด  เท้าถีบเถิดถูกไม่ลื่น  บันใดขึ้นขันชะเนาะ  มั่นเหมาะเจาะจ้องจุนชาน  ทำลนลานโน่นนี่เสร็จ  กอบสะเก็ดกวาดผงแผ้ว  ทำเรือนแล้วแล่นเข้าป่า  ทารูนิ  อาหริตฺวา  เที่ยวหักหาหอบฟืนแห้ง  ได้พอแรงรวบรัดเกี่ยว  แบกทอดเดียวเดินดุ่มดิ่ง  ถึงทอดทิ้งแทบเตาไฟ  จัดแจงให้ไม่หยุดยั้ง  ฆเฏน  อุทกํ  อาหริตฺวา  ฉวยหม้อมาผลุนตักน้ำ  เดินผลีผลามมาผล็อยๆ  สพฺพภาชนานิ  ปูเรตฺวา  ใส่ภาชนะน้อยๆ นอกในเรือน  ไม่ต้องเตือนให้หยุดพัก  เต็มเติมตักจนสิ้นหมด  ตาปสเวสํ  สมาทิยิตฺวา  แปลงเป็นดาบสเบี่ยงบ่ายเพศ  โยคีเวศหวังพ้นภัย  เดินทางไกลเกลือกอันตราย  เฉียงบ่าซ้ายสอดสังวาล  เตรียมครบการเครื่องไสยศาสตร์  พฺราหฺมณึ  โอวทิตฺวา  เฒ่าจึงให้โอวาทสั่งสอนนางอมิตตดาว่า     ขึ้น   ภทฺเท  ดูกรเจ้าผู้มีพรรณผิวหน้าอันเจริญ  อิโต  ปฏฺฐาย  แม่เอ่ย  ตั้งแต่นี้พี่จะห่างเหินไปจากเจ้า  แม่จงอยู่กับเหย้าเฝ้าอยู่แต่กับเรือน  อย่าเที่ยวพูดจาคบเพื่อนจะเสียตัว  อันชาติเช่นชายชั่วมันมักจะหยอกเอิน  ถ้ามันจะกรีดกรายเกริ่นกระแอมแอบเข้ามาเกี้ยวพาน  แม่อย่าได้สามานย์ด้วยวาจา  มันจะตามถ้อยคำเข้ามาประสมประสาน  เกลือกว่ามันเหยื่อสาธารณ์เจ้าจะอดสู  ค่อยก้มหน้าต่ำตาอยู่แต่ในเคหา  วิกาเล  มา  นิกฺขมิ  ค่ำมืดดึกดื่นผิดเวลาอย่าลงล่าง  ปิดประตูหน้าต่างเข็นบันได  ทั่งลิ่มกลอนสลักใส่ให้แน่นแฟ้น  ถ้ามาตรแม้นมันจะกระแอมแอบเข้ามา  แม่อย่าได้พูดจาทักทาย  มันจะรู้แยบคายว่าพี่ไม่อยู่  อันนักเลงเจ้าชู้แยบคายนั้นมันมีมาก  ทีจะพูดแล้วก็หวานแต่รากตลอดปลาย  ทำเป็นประเปรยปรายเข้ามาแอบอิง  ทำทีเล่นทีจริงไม่ยิ้มแย้ม  ทำเป็นสนิทสนมเหน็บแนมน้อมตัวเข้าไป  ใครมิรู้เชิงชายก็ตายใจหลงไปด้วย  มันก็จะรี่ระรวยริบจนสิ้นตัว  อันเมียงามกว่าผัวนี่นะมักได้ความเดือดร้อน  เจ้าจงฟังคำพี่สั่งสอนให้โอวาท  อปฺปมตฺตา  แม่เอ๋ย  จงอย่าได้ประมาทหมั่นระวังตัวของเจ้า  ยาว  มม  อาคมนา  ตราบเท่าพี่เฒ่าจะกลับมาจากอรัญราวป่าโน้นเถิด

                    (๑๒)  เดิน   ภิกฺขเว  ดูกรสงฆ์สยัมภูญาณพงศ์พุทธเวไนย  ผู้มีอุกฤษฐญาณูปนิสัยสุดสิ้นเสร็จกิเลสสงคราม  พฺราหฺมณพนฺธุ   อันว่าพฤฒิพราหมณพันธุเพศ   ผู้สื่อสัมพันธโคตรเค้าทิชาเชฐเชื้อนิคคาหกพราหมณชาติ  ขึ้น   อิทํ  วตฺวา  เมื่อธชีให้โอวาทสั่งสอนอนงค์นาฏนางอมิตตดา  ทุกสิ่งสรรพเฒ่าชราจะพร่ำสอน  พิรี้พิไรชะอ้อนรำพันว่า  จนสุดสิ้นสติปัญญาด้วยความรัก  กลัวนางอมิตตดาจะหนี  ธชีทำก็เป็นคึกคักแข็งน้ำใจ  ปาเถยฺยปสิพฺพกํ  เฒ่าก็ยกย่ามใหญ่ใส่สรรพเสบียง  หิ้วสายสอดสะพักพาดเฉวียงวะวามวู่ดูพะรุงพะรัง  ปฏิมุญฺจิ  อุปาหนํ  ยังเท้าทู่ทั้งสองสวมใส่เกือกกันรองรกเรี้ยวจะรับหนาม  ทำด้วยหนังน้อยนั้นบางๆ เบาแต่ชั้นเดียว  เชือกกระหวัดรัดแน่นเหนียวหน่วงเน้นให้ถนัด  ถึงจะวิ่งเท่าวิ่งก็ไม่พลัดพลาด  ล้มก็ไม่หลุดหาย  เฒ่าก็อุตลุดวุ่นวายแต่งตัวพะว้าพะวัง  โส  มนฺตยิตฺวาน  ภริยํ  จึงเรียกนางอมิตตดาว่ามาเถิดนะแม่มา  มาแต่พอให้พี่ได้เห็นหน้าเสียยังแล้ว  แต่พอให้พี่นี้ผ่องแผ้วภิรมย์รื่นระงับโศก  ด้วยจะวิปปวาสวิโยคจากเจ้าไปทั้งรัก  กตฺวา  ปทกฺขิณํ  เฒ่าก็ยังอมิตตดาดรุณนาเรศ  ให้นั่งในทักขิณประเทศสืบสายสำเนียน  แล้วกระทำประทักษิณวนเวียนวงได้สามรอบ  ตามฉบับระบอบไสยศาสตร์เพท  ว่าทั้งผู้อยู่ก็จะไม่มีภัยทั้งผู้ไปก็จะไม่มีเหตุ  หากให้เจริญสุขสวัสดิ์ทั้งสองข้าง  เป็นจารีตเยี่ยงอย่างว่าเกิดคุณ  โส  รุณฺณมุโข  ออเฒ่าชราตาขุ่นมีแต่น้ำตาไม่หยุดยั้ง  ไหลละลุมหล่อคลอถั่งคลุ้มคลั่งน้ำใจตน  สยดสยองพองขนตนสั่นประพรั่นกลัว  ให้ป่วยปวดเวียนหัวมัวมืดทั่วหน้าตา  ดังว่าจะดับเด็ดดวงชีวาชีวิตจะม้วยมรณ์  ปิ้มประหนึ่งว่าจิตใจจะจรไปจากร่าง  หากเป็นนิมิตหลากลางล้วนแต่อัปรีย์  ทั้งเหงื่อกาฬก็ไหลระรี่ลงโทรมกาย  ส่อเหตุให้เห็นว่าจะไปตายมิได้กลับ  สหิตพฺพโต  เฒ่าก็ประดิษฐ์ประดับกาย  เป็นปะขาวดาบสเบือนบ่ายจำแลงเพศ  สำหรับจะได้เดินดั้นดงทุเรศทางไกล  สำคัญว่าจะนิราศภัยไม่บีฑา  เฒ่าก็ลงจากเคหาพะว้าพะวัง  เหลียวแลมาดูเรือนรังที่เคยอยู่  นี่มันจะเป็นเรือนกูหรือเรือนเขา  ยิ่งคิดก็ยิ่งสร้อยเศร้าโศกสลดระทดถอย  หันหน้าหันหลังละล้าละลังยับยั้งอยู่บ่อยๆ  ถอยไปแล้วแล้วก็ถอยมา  ดูนี่ก็เวทนาน่าลำบาก  อทฺทิโต  กามราเคน  ทั้งนี้ก็เพราะว่ากามราคหากรุมเร่งเอาตัวมา  จึงให้มีจิตคิดกล้าเที่ยวเซซังไม่ยั่งกลัว  มรณนฺติเกน  วา  อนึ่งจะว่าโชคชะตาพาตัวของออเฒ่าชรานั้นก็มี  เป็นมรณโชคราศีมรณันติกลาภ  จวบจวนมรณภาพใกล้ตายจะมีบุญ  จึงเผอิญให้อาจหวนหุนมุมุ่งมาระร่ำระรวย  เพราะไฟราคก็กล้าทั้งชะตาก็มาเป็นด้วย  จึงพวยพุ่งไปได้ในทางเปลี่ยว  ละลนละลานหลีกเลี้ยวลัดลอดมา  สิวีนํ  นครํ  เฒ่าก็ตั้งหน้ามายังสีวิราฐธานี  ผี  ตํ  เมาะ  หิรญฺญสุวณฺณํ  อันมั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติ  ทุกสิ่งสรรพสารพัดจะบริบูรณ์  เป็นต้นว่าสัตตรัตน์ก็เพียบพูนอยู่มูลมอง  ทั้งอลงกรณ์วัตถุพัสดุแลเงินทองก็นองเนือง  อนันต์อเนกด้วยเครื่องสุรศฤงคาร   ทั้งพลรถคชพาหนะยานอเนกา  ทั้งขัชชกโภชนาภัตตาหารอเนกนอง  ทาสปริเยสนญฺจรํ  ธชีก็เที่ยวเซซังสืบเสาะแสวงหายุบลเหตุ  จะใคร่รู้ว่าสมเด็จพระศรีวิสุทธิเมธบรมมิ่งมาศ  ยังค่อยเสด็จสุขสันนิวาสหรือนิราศแรมไกล  ถ้ายังอยู่ก็จะจู่เข้าไปเสนอขอ  ซึ่งสองกุมารน้อยหน่อไม่สะดุ้ง  เย  ตตฺถาสุ ํ  สมาคตา  เห็นนรชาตินราที่ไหนกลุ้ม  สันนิบาตประชุมชวนกันพูดจา  โส  ตตฺถ  คนฺตวา  ธชีก็แอบอ้อมเดินดะดุ่ม ด้อมดื้อเข้ามาทำเมียงม่าย  ประสมประสานทักทายที่จะปรึกษา  ว่า  กุหึ  เวสฺสนฺตโร  ราชา  ฮ้าเฮ้ยนะชาวเจ้าทุกวันนี้  อันว่าสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าธรณีธรรมิกาธิเบศร์  ผู้ผ่านพิภพเวียงวิเชตเอกอัครนครเลิศโลก  กตฺถ  ปสฺเสมุ  ขตฺติยํ  ยังอยู่เป็นบรมสุขหรือทุกข์โศกแค้นเคืองพระหฤทัย  เสด็จประทับทางทิศที่ใดใครยังจะรู้มั่ง  ว่าให้แจ้งจริงจังอย่าเท็จโทษ  เต  ชนา  ตํ  อวจึสุ  สิ้นบรรดาคนทั้งนั้นเขาก็โกรธเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคำรามร้องว่า  เหม่ๆ  ตุเมฺหหิ  พฺรเหฺม  ดูรุอ้ายเจ้าเล่ห์ทำเสแสร้ง  พูดจานี่แอบแฝงเป็นแยบคาย  ใครเขาจะไม่รู้เชิงชายชาติอ้ายขี้ขอ  ล้วนเหล่าอ้ายยกยออ้ายย่ามใหญ่  มึงนี้สุดแท้แต่ว่าใครเขายิ่งให้ก็ยิ่งจะไปเบียฬ  ยาจเนน  อุปทฺทุโต  แต่มันชวนกันเบียดเบียนขอนี่ทุกอย่าง  อติทาเนน  ขตฺติโย  ย่ามเข้าขอเอาช้างแก้วกุญชรชาติไปได้  ปพฺพาชิโต  จนชาวเมืองเขาขัดใจจำให้เนรเทศ  สกา  รฏฺฐา  จนพระองค์ต้องจรจากนิเวศน์เวียงวัง  อาทาย  ปุตฺตทารํ  พาพระหน่อน้อยทั้งมเหสี  เสด็จสัญจรสู่พนาลีพงพนัส  วงฺเก  วสติ  ปพฺพเต  สี่กษัตริย์เธอก็ทรงประพาสพักเป็นนักพรต  อยู่ยังเขาสิงขรบวรวงกตไปตามเข็ญ  เดิน   เลฑฺฑุทณฑาทิหตฺถา  ฮ้าเฮ้ยอ้ายชาวเราเอาให้พอแรง  บ้างก็ฉวยได้ไม้ค้อนก้อนดินที่แข็งเข่นเขี้ยวขยิกตาม  พฺราหฺมณํ  อนุพนฺธึสุ  บ้างก็ทอดทิ้งวิ่งวะวู่วามตามติดร้องว่าเอาวา  บ้างก็ร้องเหวยเฒ่าชรากลับมาก่อนอย่าเพ่อไป  พรุ่งนี้เช้าท้าวเธอจะแจกทานให้ทั้งหญิงชาย  บ้างก็วิ่งก้าวเกินสกัดก่ายกั้นกันเป็นพรวน  บ้างก็ไล่แข่งเสียดสวนสกัดหน้า  เฒ่าก็ร้องว่าออเจ้าอย่าเข้ามามิใช่การ  ช้างม้าที่ไหนกูได้ไปขอทานจริงๆ หรือฟ้าผ่า  เขาก็เหวี่ยงวิ่งทิ้งถูกที่แข้งขาผวาหกล้มลงนอนกลิ้ง  เฒ่าก็ลุกขึ้นร้องว่ามึงจะลองหรือเอาจริง  หรือว่าทิ้งทางที่จะหยอกเล่น  ถ้าจะเล่นก็เล่นกัน  ถ้าใครดีใครขยันก็สรรเข้ามาทีละคน  เฒ่าก็วิ่งระเหระหนหันไม้เท้าจ้อง  ทำท่าทางตีพลองเพลงสามเส้า  แล้วร้องท้าว่าฮ้าเฮ้ยออเจ้าจัดกันเข้ามาที่ดีๆ  จะเล่นกันทางกระบองกระบี่ตีไม้สั้นไม้ยาว  หรือจะซัดสามเส้าสอบกันด้วยมวยหมัด  อันกูนี้ถึงแก่ก็แก่หัดหัดกันลองดูสักตั้ง  หรือจะเล่นกันทางเสโล่ดั้งดาบเดียวดีก็เข้ามา  ปากออเฒ่านั้นกล้าว่าไม่กลัว  แต่อ้ายใจนั้นสั่นระรัวตัวก็สั่นอยู่จริงๆ  อ้ายตีนพาวิ่งรั้งไม่อยู่  เฒ่าก็คอยมองดูเดินขวะไขว่  คะเนได้คะเนเสียพอหมายมั่น  เฒ่าก็ผละผลุนผลันผลุดวิ่งออกวงนอก  ผินหน้ามาแล้วก็แลบลิ้นหลอกบอกว่ากูขี้คร้านอยู่  เขาแล่นไล่สะพรั่งพรูพรวดเดียวก็เข้าป่า

                     ขึ้น    โส    เทวตาวิคฺคหิโต   หุตฺวา   ฝ่ายเทพยเจ้าเข้าดลใจให้ออเฒ่าล่วงเข้าพงไพรพนัส   พรฺหา  โส  โจทิโต  พฺราหฺมณิยา  ทั้งนี้ก็เพราะว่านางอมิตตดาเจ้าหากใช้  จึงตะโพงโด่งเข้าป่าได้ดูเวทนา  กามคิทฺธิมา  เหตุกระพัดรัตตาด้วยไฟราค  เร่งร้อนรนทนทุกขลำบากเหลือกำลัง  อฆนฺตํ  ปฏิเสวิตฺถ  เมาะ  ทฺวิทุกฺขํ  อนุภวิตฺถ  คือทุกขเวทนาทั้งสองสิ่งแสร้งมาประทะกัน  ตํ  มหาชเนน  อนุพนฺธนทุกฺขํ  หนึ่งทุกข์ลำบากยากนั้นด้วยชาวเมือง  เขาแล่นไล่ติดตามเนื่องนวดเน้นไม่ปรานี  ที่ไม่ทันนั้นก็ทิ้งที่วิ่งถึงนั้นก็ตีตามพาโล  วนปริโยคาหณทุกฺขํ  อนึ่งทุกข์ลำบากยากเซซังเซอะซวนเข้าป่าชัฏ  วเน  พาฬมิคากิณฺเณ  อันอาเกียรณ์ไปด้วยสิงห์สัตว์สารพัดพาฬมฤคราช  ขคฺคทีปินิเสวิเต  ล้วนเหล่าสรรพจตุบาทแรดร้ายเรือง  ทั้งพยัคฆราชสีห์เสือเหลืองออกเนืองแน่น  โส  ปาวิสิ  พฺรหารญฺญํ  เฒ่าก็หลงเข้าสู่ดงแดนแคว้นนายเจตบุตรลุทธเวทยาคุง  โกกา  นํ  ปริวารยุ ํ  ฝูงสุนัขนายเจตบุตรนี่นักหนา  วิ่งนำหน้าแล่นไปก่อน  บ้างก็วิ่งแซงเสียดซุกซ้อนสีนั้นต่างๆ  พรรณดอกดำแด่นแดงด่างดาษดื่นไปทั้งไพร  บ้างก็เห่าหอนแห้โหมไล่เลี้ยวล้อมเข้าเป็นวง  เฒ่าก็วิ่งกวดตรงขึ้นต้นไม้  รุกฺขสฺมิญจ  นิสินฺโน  ว  ขึ้นบนค่าคบซบนั่งตั้งตัวให้มั่นคง  แลดูแต่ล้วนพงพนัสหิมเวศทุเรศกันดาร  เมื่อพฤฒาจารย์จะรำพันถึงคุณพระเวสสันดรราช  ก็กล่าวเป็นบาทพระคาถาว่า

โก   ราชปุตฺตํ   นิสภํ   ฯลฯ   ยทิ   ชานาสิ   สํส   เมติ

                    (๑๓)  ขึ้น   โอ้พระเวสสันดรพุทธพงศ์ผู้ทรงพระปรีชา  อันเป็นยอดขัตติยวราเรืองพระยศ  ชยนฺตมปราชิตํ  ข้าศึกย่อมระทดทั่วประเทศ  สะท้านสะเทือนทั่วทุกขอบเขตขัณฑสีมา  ทรงพระราชศรัทธานี้ล้นพ้น  ปติฏฺฐาสิ  ภูตานํ  เป็นที่พึ่งแก่อกสัตว์ผู้ขัดสน  ธรณี  ริว  เปรียบดังพสุธาดลแผ่นดินดาล  เป็นที่ประดิษฐานแก่ฝูงสัตว์ย่อมอาศัยสืบกันมา  สาคโร  อิว  มิฉะนั้นดังสายกระแสสินธุสาครคงคา  อันมีคุณคณนานับมิได้  อสฺสตฺถํว  ปเถ  ชาตํ  มิฉะนั้นดังว่าต้นโพธิ์แลต้นไทร  เป็นที่อาศัยแก่มหาชนอันเดินหนเมื่อยามร้อน  อันพระศรัทธาของพระพุทธพงศ์เพศยสันดรก็เหมือนกันดังนี้ไม่มีผิด  ทำทานนี่สนิทไม่เลือกหน้า  จะหาไหนมาเทียมเทียบเปรียบประเสริฐเสมอสองดังนี้ไม่มีเลย  เอวญฺจ  เม  วิลปโต  โอ้ตัวอาตมาเอ๋ย  มาหลงอยู่ในพนัสพงไพรใครเขาจะปรานี  เห็นก็เป็นสุดที่มีแต่ว่าจะตาย  โย  ปุคฺคโล  แม้แลว่าบุคคลผู้ใดใครเขาเดินมา  วชฺชา  เมาะ  วเทยฺย  จะพึงกล่าววาจามาเกริ่นกราย  ทีประหนึ่งว่าจะรู้จักทักทายถึงทุกข์เรา  ทางที่จะปรานีธชีเฒ่าที่นี้บ้าง  ว่า  อหํ  ชานํ  ท่านเอ๋ยอย่าร้องไห้ไปเลยมันไม่ต้องการ  เราจะบอกแก่ตัวท่านให้แจ้งใจ  อันหนทางที่จะไปเรารู้จัก  ยังพระอรัญญิกาวาสตำหนักไพรไม่เนิ่นนาน  สู่สำนักพระจอมจักรพาฬอัครราชฤษี  นนฺทึ  โส  ชนเย  มมํ  จะร่ำไปไยมีที่ขอบคุณ  เสมือนหนึ่งจะเกิดเป็นกองบุญแก่บุคคลผู้นั้น  เพราะว่ายังความเกษมสันต์สุดที่จะยินดี  ให้ชื่นชมบังเกิดมีแก่อาตมา  ปสเว  ปุญฺญํ  เมาะ  ปสเว  ปุญฺญผลํ  บุคคลผู้นั้นก็จะได้เสวยผลานิสงส์บุญ  ในมัคคุเทศทุรกันดาร  อนปฺปกํ  เมาะ  อนปฺปมาณํ  จะนับจะประมาณมิได้ส่ำ  เพราะวจีกรรมบอกบัดเดี๋ยว  ตาย  โส  เอกวาจาย  ด้วยถ้อยคำอันเดียวนั้นแล

                    (๑๔)  เดิน   ภิกฺขเว  ดูกรสงฆ์สมาทานธุดงค์อรัญญิกาวาส  ผู้สิ้นเสียสันโดษ  ตัดปลิโพธข้องข่มขาดควรจะคำนึง  เอโก  วนจรโก  ยังมีกระทาชายพนายหนึ่งหนุ่มนั้นอรัญจบเจนจร  ทั้งน้ำใจเพื่อนก็เหี้ยมห้าวหาญหักห้างนอนเนาเนินชำนาญป่า  ลุทฺโท  เมาะ  มิคลุทฺทโก  กวดเก่งการหยาบช้าทารุณหุนหักกักขฬะล้วนร้ายกาจ  แต่เพื่อนฆ่าเสียซึ่งมฤคชาตินี่มิใช่น้อย  ทั้งน้ำใจก็ไม่ระทดถดถอยทนสู้ตาย  ศัตรูสู้สิ้นไม่ระคายเคืองสะดุ้ง  ทั้งรูปร่างก็ใหญ่เยี่ยมทรงสูงสุดทหารเห็นสมตัว  ทั้งน้ำใจก็มุทะลุกุกะไม่คิดกลัวแกล้วกล้าหน้าขมึงทึง  ทั้งอกไหล่ก็ผายผึ่งผงาดโงเงื้อมเขื้อมขยัน  ทั้งคิ้วก็เขียวเข้มชันซ้ายขวา  หน่วยตาเป็นมันเขม้นมุ่งมะเมียงมอง  ทั้งไฝแลหนวดดังลวดทองทะลุมุมะไม่คิดใคร  ทั้งคางเคราครุคระขึ้นรำไรอกอ้นขนเขียวขึ้นขดแข็ง  ทั้งผมเผ้าก็ยุ่งยิ่งหยักหยิกยะหยองแหยง  หนวดแดงงอหงิกเงี้ยวดูดังเขี้ยวงะโง้งงอน  ผ้าประเจียดประจงจับจีบซ้อนสวมเศียรแสร้งตะแบงบิดโพกผูกพัน  สักกะสันสวมรวด  รัดกระหวัดกระหมวดกระหมุดกระหมิด  ฉุดชิดชักชายน้อยห้อยหูกระต่าย  ทั้งเรี่ยวแรงแข็งขึงขังทั้งกาย แข็งข้อมือถือหน้าไม้ลูกเหลาล้วนแหลม  ลานพับสลับแซมใส่ส้นไว้เป็นใบบิด  ปลายก็ซึมซาบอาบยาพิษสะพักสะพายแล่ง  ผ้าคาดพุงพันขันตะแบงแขย่งเข่นคร่าพร้าขัดเอว  ทั้งเดินเหินก็รวดเร็วร่ายร้องตระเวนด่าน  เจโต  เมาะ  เจตปุตฺโต  เพื่อนเป็นลูกของชาวบ้านเจตรัฐนคร  เป็นโคตรเค้าสัมพันธ์พเนจรเนื่องมาแต่บิดา  จึงชื่อว่าเจตบุตรพรานป่านามบัญญัติ  อารกฺขณตฺถาย  ฐปิโต  อันกรุงมาตุลรัฐเจตราฐทั้งหกหมื่น  มีพระหฤทัยชมชื่นประสาทสั่งสะพรั่งพร้อม  ปรึกษาเสร็จแล้วก็ยอมมอบอาญาสิทธิ์  ให้พเนน้อยคอยระวังกบฏปัจจามิตรหมู่อรินทรราช  ถ้าพบเข้าแล้วก็อย่าว่างเว้นเข่นพิฆาตคอยตระเวนไพร  อรญฺเญ  ลุทฺทโก  จโร  เมื่อเพื่อนเที่ยวจรจบตระเวนไปปะเข้าที่นั่น  สทฺทํ  ปฏิสฺโสสิ  ได้ยินเสียงเฒ่าครวญครั่นสนั่นไปทั้งไพร  เอ๊ะนี่จะเป็นเสียงอะไรฟังไปก็ไม่ได้ศัพท์  ค่อยเอียงเอี้ยเงี่ยหูลงสดับดูก็เห็นหลาก  นี่ใครหนอมาทำอะไร  เสมือนหนึ่งเสียงร้องไห้อยู่วากๆ หว่างพงที่ตรงนี้  อย่าเลยจะเดินเข้าไปดูสักทีย่างย่องเข้าไปแต่ค่อยๆ  ย่างเข้าไปทีละนิด  ชิดเข้าไปทีละน้อย  ค่อยเข้าไปให้ใกล้  เห็นแล้วก็ฮึดฮือ  อุเหม่กูคิดว่าใครหรือ  มิรู้ก็อ้ายจัญไร  อ้ายพราหมณ์เฒ่า  มันมาร้องไห้หาจอมจักรพรรดิพระลูกเจ้าจะเจตนาอันใดหนอ  อ่ออ้ายพรรค์นี้ดีก็แต่ว่าจะขอคนไม่รู้อาย  ถ้ากูนิ่งให้เข้าไปหาเห็นจะวุ่นวายเกิดกลี  แม้ไม่ขอพระโอรสก็พระมเหสีสักสิ่งจริง  ถ้ากูเนิ่นนานนิ่งให้ชีวิตความผิดนี้ก็จะมีมาถึงกู  นี่อ้ายศัตรูแล้วสิหว่า  ถ้ามิพิฆาตฆ่าก็จะผิดด้วยรับสั่ง  ตสฺส  สนฺติกํ  คนฺตฺวา  เพื่อนจึงถกเขมรขึ้นจั้งมั่งรั้งรัดขัดกระเบน  เขม้นมุ่งหมอบยอบเข้าไป  จึงปลดเปลื้องปลงหน้าไม้ชักลูกหลุดออกจากแล่ง  ใส่ปากเข้าขบคาบคั้นขยันแขย่งเขยื้อนขยดเข้ามา  ธนุ ํ  อาโรเปตฺวา  จึงยกเท้าหน้าเหยียบคันข่มลงไว้  ก้มสอดสายสะพักพาดไหล่ใส่เฉลียงแหล่งท้าย  มือกระหวัดหน่วงเหนี่ยวสายสนสอดขึ้นกับคัน  จึงนั่งเหยียดยกสองเท้าทอดกระทันถีบคันดันให้ถนัด  กลับสายน้าวโอบอ้อมสะพัดพาดสวมใส่หลัง  ชิยํ  อากฑฺฒิตฺวา  สองมือเข้าเข่นคร่าฉุดกระชากลายสายชัก  เสียงดังกะกิกกักชักสายพาดขึ้นกับไก  จึงเอาลูกลงวางใส่กับสายสวมกรวมร่องราง  แล้วลุกขึ้นยงโย่เหยียดหยัดยะแย่งย่างย่อเท้าหน้ายั้ง  ขดคู้เข่ายอเท้าหลังศอกหนึ่งตั้งขึ้นบนเข่า  ยกส้นรางประทับกับแก้มเข้าแล้วเลงหลิ่วนิ้วแน่นึกจะยิง  แล้วก็ตริตรึกกริ่งนิ่งคิดอยู่เป็นครู่  ดูๆ ก็เห็นเป็นใจเบา  ถ้ากูยิงอ้ายนี่เดี๋ยวนี้ก็ตายเปล่าไม่น่าทำ  อย่าเลยนะจะถามมันสักคำฟังมันดู  ตชฺเชสิ  ก็ตวาดขูรู่ร้องว่าเหม่ๆ  ขึ้น   ตุมฺเหหิ  พฺรหฺเม  ปกโต  ดูหรุอ้ายเฉโกโว้เว้ทำเล่ห์หลอก  นี่มึงออกมาไยถึงที่นี่ที่กลางป่า  นี่มึงเบียฬบีฑาท้าวเธอจนหมดสิ้นแล้วหรือ  จึงด้นดั้นดื้อออกมาถึงพงไพร  ขอขอเข้ายกยอขอเอาที่ใหญ่ๆ ใส่เอาที่โตๆ  อติทาเนน  ขตฺติโย  แล่นเข้าขอเอาแก้วกุญชโรกุญชรชาติช้างเป็นศรีเมือง  ปพฺพาชิโต  จนชาวสีวิราฐเขาแค้นเคืองให้ขับไล่  สกา  รฏฺฐา  พระองค์ต้องจรจากพระเวียงไชยนิราศยศ  อาทาย  ปุตฺตทารํ  กับทั้งพระราชโอรสอัครมหิษี  วงฺเก  วสติ  ปพฺพเต  ไปทรงพรตพิธีเป็นดาบสเพศ  ในห้องหิมเวศบวรวงกต  ทุมฺเมโธ  อ้ายทรยศโง่หือรือโหดหาปัญญามิได้  อกิจฺจการี  จะได้ไปรู้เอาใจใส่ทำไร่นาก็ไม่มี  ดีก็แต่จะเที่ยวขอทาน  รฏฺฐา  วิวนมาคโต  นี่ใครบอกแก่มึงหรือจึงดื้อดึงซมซานเซอะเซิงมาถึงนี่  ใครเขาจะปรานีอ้ายชั่วชาติ  ราชปุตฺตํ  คเวสนฺโต  ยังจะมาทำโอดโอ้  โรทมาโน  ร้องไห้หาพระจอมกษัตริย์แสร้งพิไรทำไมหรือ  มึงนี้สุดแท้แต่ว่าใครเข้าให้ก็จะไปฮือแห่โหมเอาให้สิ้น  อ้ายเสือเฒ่าจำศีลใครเลยจะรู้เล่ห์  พโก  มจฺฉมิโวทเก  ทำเสแสร้งซนซอก  ดังหนึ่งว่านกยางกรอกซอกซึมเซา  เท้าสื่อแส่ซ้ำสับปลา  ตสฺส  ตฺยาหํ  น  ทสฺสามิ  กูเอาเถิดสิหนาไหนมึงจะเป็นคน  ที่มึงจะหนีกูไปพ้นอย่าพึงคิด  อิธ  ชีวิตํ  กูกลัวแต่ว่าหัวมึงจะขาดกระเด็นดิ้นระแด่วๆ ลงกลางดินพอสิ้นใจ  อยํ  หิ  เต  อาวุธของกูนี้ไซร้ใส่ยางน่อง  มยา  นุนฺโน  เมาะ  มยา  วิสฺสกฺโฐ  กูจะลัดลั่นลองเล่นสักฉับ  จะกระหยับยกยิงเล่นสักเป้ง  กลัวแต่ว่าจะไม่ผิดเอ็งอย่าอวดอาจ  ปาสฺสติ  โลหิตํ  อ้ายลูกศรมันจะดื้อดาษดูดดื่มเอาโลหิต  สิโร  เต  วชฺฌยิตฺวาน  ศีรษะเอ็งก็จะเด็ดกระเด็นเป็นปลิดตกตามไม่ต้านทาน  ดังกะโหลกลูกตาลหล่นหลุดลงจากขั้ว  หทยํ  เฉตฺวา  สพนฺธนํ  แล้วกูจะผ่าอกออกให้ทั่วแถกเถือถึงหัวใจ  ทั้งเนื้อหนังแลพุงกระเพาะตับไตไส้สั้นยาว  จะคุลีกรรมขยำเข้ากับเครื่องปรุง  ตุยฺหํ  มํเสน  เมเทน  มตฺถลุงฺเคน  กูจะประดิษฐ์ประดุงดูให้มันย่อง  กับเนื้อซีกสันมันสมองในตัวมึง  จะใส่ตับคาบนาบพะแนงนึ่งให้สรรพเสร็จ  อาหุตึ  ปคฺคเหสฺสามิ  แล้วก็จะปลูกศาลสี่เสาใส่เจว็ดวางเครื่องพลีกรรมทำที่ชายป่า  ปนฺถสกุณํ  ยชิสฺสามิ  กูจะสรวงเส้นเทวาอารักขศาสตร์  ปันถสกุณเทวราชที่ริมทาง  อันสิงสถิตที่ย่านกว้างพระไพรพฤกษ์  เห็นก็จะสมมโนนึกในใจคะเน  ตํ  เม  สุยิฏฺฐํ  สุหุตํ  กูเห็นจะเป็นเล่ห์เล่นกันในวันนี้  เทพเจ้าก็จะยินดีด้วยเครื่องกระยาเสวย  อันกูบวงสรวงสังเวยศักดิ์สิทธิ์ขึ้นทุกวัน               ขึ้น   น  จ  ตวํ  กูเห็นเอ็งนี่ก็จะตายเป็นแม่นมั่นไม่สมคิด  อันกูจะให้ชีวิตอย่าสงสัย  เอาให้สาแก่ใจอ้ายโว้เว้  ภริยํ  ปุตฺเต  จ  เนสฺสสิ  แล้วมึงจึงค่อยโซเซซุกซนออกไปขอ  อนงค์นาฏน้อยหน่อต่อเมื่อเป็นผี  กูเอานะเอาเข้าเดี๋ยวนี้เน้นขึ้นไปดูสักฉับ  เอาให้หัวนั้นหันหกกลับลงตำดินตีนขึ้นชี้ฟ้า  เอานะเอาสักผางเอาให้คว้างๆ คว่ำลงมาดินดิ้นอยู่เทาๆ  เอาให้ตายห่าบนอากาศ  ขาดใจบนกลางหาวหันลงมาที่กลางย่าน  นั่นแลมึงจึงจะรู้จักฝีมือกูผู้ชื่อว่าเจตบุตรพราน  อันถีบทางตระเวนด่านนั้นแล

                    (๑๕)  เดิน   โส  ตสฺส  ตํ  ผรุสวจนํ  สุตฺวา  วันนั้นเฒ่าชราทิชาชงค์  เมื่อได้ฟังเจตบุตรพรานพงศ์เพื่อนห้าวหาญ  กล่าวแต่คำสามานย์กักขฬะวาท  ล้วนแต้ตะคอกขู่ตวาดว่าสารพัด  มรณภยตชฺชิโต  พื้นแต่พาโลโฉวัดหวังว่าจะยิงให้ตาย  เฒ่าก็ตื่นตกอกใจหายตะครั่นคร้าว  ตัวนั้นสั่นอยู่ทาวๆ แทบจะพลัดตก  เฒ่าจึงเอาอกเข้าแอบอิงกับกิ่งไม้ให้ถนัด  ยกแต่มือขึ้นป้องปัดโบกไม้เท้า  นึกว่ากูจะปดอ้ายนี่สักคราวเอาตัวรอดแต่สักครั้ง  เฒ่าจึงร้องว่า  ขึ้น   มา  เม  กโรหิ  ตฺวํ  อย่านะอย่าเหนอ  อย่าเพ่อลั่น  กระไรจะมาทำหุนหันไม่ยั้งหยุด  เจตปุตฺต  สุโณหิ  เม  เอ๊ะๆ เจ้าเจตบุตรจงหยุดก่อน  อย่าดุดันเดือดร้อนทำร้องแรก  อย่าห้าวนักมันมักแตกต่อไม่ติด  เออเอ็งนี่กระไรช่างไม่พินิจคิดคะเนดูหน้าตา  จะเป็นหน้านายหรือหน้าข้าคิดดูให้จงมาก  จะเป็นผู้ดีหรือคนยากยาจกหรือมิใช่  อย่างกูนี้หรือจะเป็นพราหมณ์ไพร่พลัดแพลงมาขอทาน  พฺราหฺมโณ  ทูโต  กูเป็นพราหมณ์มหาศาลปุโรหิต  ทั้งเป็นเสวกทูตสำเร็จกิจการพระนคร  วชฺโฌ  เมาะ  อวชฺฌรูโป  เอ็งรู้หรือหาไม่แต่ก่อนแต่ไรใครเขาบ่ห่อนฆ่า  นี่เอ็งกระไรจะไปเป็นบ้าบุ่มบ่ามทำผางโผง  ไม่รู้จักความฉิบหายตายโหงฮึกฮักไป  มึงมีแต่หน้าไม้มุมุ่นไม่เห็นผิด  ตสฺมา  ทูตํ  น  หนนฺติ  ถ้าใครฆ่ากูให้สิ้นชีวิตวายชีวาตม์  ทั้งเจ็ดชั่วโคตรประยูรญาติยับสิ้นทั้งนั้น  เอส  ธมฺโม  สนนฺตโน  อันนี้นี่ก็เที่ยงธรรม์ทางบุราณราช  ไม่มีใครจะฆ่าพิฆาตมีแต่ว่าจะนับถือ  นี่มึงจะยิงกูจริงๆ เจียวหรือหวา  หรือว่าเป็นทางทีจะสัพยอก  เฮ้ยอ้ายชาวป่าหน้าบ้านนอกมากูจะบอกคดี  สิวิโย  สพฺเพ  ในทุกวันนี้ชาวสีวิราฐคลายจากอาฆาตไม่ทุษฐจิต  นิชฺฌตฺตา  เมาะ  นิทฺโทสภาวํ  สญฺญตฺตา  รู้แล้วว่าพระลูกเจ้าไม่มีผิดหาโทษบ่มิได้  จะให้คืนเข้าเวียงไชยเชิญราชาภิเษกกษัตริย์  จะนิวัตินิเวศน์เวียงวัง  ปิตา  นํ  ทฏฺฐุมิจฺฉติ  ทั้งพระอิศราธิบดีศรีสญชัยปิตุเรศ  ก็มีพระกมลจิตเจตน์ค่อยเคลื่อนคลาย  ประทุษฐโทษนั้นเหือดหายเห็นรักใคร่  กลับโศกเศร้าสิเนหะให้หันหา  มาตา  จ  ทุพฺพลา  ตสฺส  อนึ่งสมเด็จพระมารดาผุสดีดวงกษัตรีย์  ก็มีแต่ทรงพระกรรแสงโศกีพิไรร่ำพิลาป  จนพระกมลทุพพลภาพพ่างเพียงจะวอดวาย  ถึงพระโอรสสืบสายศรีสุดสวาทเวสสันดร  สองพระหัตถ์เธอรุมรันข้อนอุระควรจะเอ็นดู  อจิรา  จกฺขูนิ  ชียเร  จนพระเนตรนางทั้งคู่เป็นคราบคร่ำ  ตั้งแต่ว่าจะทรงพิไรร่ำปริเทเวศ  อสฺสูนิ  จนน้ำพระนัยเนตรนองเป็นธารา  ถ้าว่าเนิ่นนานเห็นพระโรคาจะเคืองระคาย  ถ้ามิต่อมต้อก็ดีร้ายจะเป็นหมอกมัว  เราคิดๆ แล้วน่ากลัวเกลือกไม่หยุดยั้ง  เตสาหํ  ปหิโต  ทูโต  ท้าวเธอจึงตรัสสั่งเฉพาะแก่ตัวเรา  เห็นว่าเป็นพฤฒิพราหมณ์เฒ่าแท้มหาศาล  มีตระกูลประกอบด้วยศฤงคารวรวงศ์  พอที่จะสำเร็จทูตกรรมกิจการแจ้งเฉลย  เจตปุตฺต  สุโณหิ  เม  นี่แน่นายเจตบุตรเอ๋ยฟังคำเราว่า  เราผู้ถือราชสาส์นตราตรงมาถึงนี่  หมายจะไปให้กระทั่งถึงที่พระตำหนักไพร  ถึงว่าทางจะไกลเท่าไกลก็มิได้คิด  จะสู้ไปให้สำเร็จราชกิจตามรับสั่ง  ราชปุตฺตํ  นยิสฺสามิ  จะไปให้กระทั่งถึงหิมเวศ  จะได้เชิญพระศรีวิสุทธินฤเบศรมกุฎโมลี  ให้ลาพรตพิธีทั้งสี่พระองค์  นำเสด็จจากแดนดงกลับมาผ่านเชตุดร  เจ้าเจตบุตรพเนจรจงคิดดูให้จงดี  ถ้าหาเหตุไม่ใครเขาจะมาที่นี่ที่สัตว์ร้าย  เราคิดว่าจะอาสาเจ้าจนตัวตายตามสุภาษิต  ถ้าพ่อน้อยนายพรานหลานมีความคิดก็ตริตรองดูให้รอบคอบ  จะคิดควรหาความชอบก็จะเป็นไร  ตาจะไปทูลสน่ำเสนอให้ลือความชอบท่าน  กลัวแต่ว่าจะรวยเรือนฝากระดานสามสี่ห้าห้อง  ทั้งทาสทาระเงินทองถ้วนทุกสิ่ง  ทั้งยศศักดิ์ก็ยวดยิ่งเป็นเจ้าจอมหม่อมเจตบุตร  ลูกหลานก็จะได้ยั้งหยุดนั้นจริงๆ อย่ากริ่งติ  กลัวแต่ว่าจะกินข้าวเหนียวน้ำกะทิทุกวันไม่ไหว  ยทิ  ชานาสิ  ถ้าเจ้าเจตบุตรแจ้งใจหนทางที่จะจร  ยังเขาสิงขรวรวงกต  จะเป็นทุเรศกำหนดเนิ่นนานสักเท่าใด  ช่วยแนะนำนิทเทสให้เราไปได้คล่องๆ  ตาก็จะช่วยทูลยกย่องอย่าปรารมภ์  ว่ามาได้ในไพรพนมเพราะพรานป่า  สํส  เมาะ  มคฺคํ  กเถหิ  ท่านจงบอกมรรคาให้เราไป  เราจึงจะทูลความชอบให้แก่ท่านนั้นแล

                    (๑๖)  เดิน   โส  ตสฺส  ตํ  มุสาวาทํ  สุตฺวา  ส่วนนายเจตบุตรพรานป่าเมื่อได้ฟังเฒ่าชราร่างร้าย  ทุกสิ่งสรรพ์บรรยายเท็จสิ้นทั้งนั้น  ก็หายประทุษฐโทษทัณฑ์ที่โทโส  โสมนสฺสปฺปตฺโต  ก็ชื่นชมโสมนัสประสาท  ว่าพระจอมดิลกลีลาศเลิศโลกพระลูกเจ้า  จะได้คงคืนพิภพดังเก่ากอปรด้วยพระเกียรติยศ  จึงเลื่อนลดหน้าไม้แล้วก็ห้อยไว้กับกิ่งพฤกษา  ก็สมใจเพื่อนจินตนานึกคะเน  สุนเข  พนฺธิตฺวา  จึงเอาเครือวัลย์วลีมาทำเป็นบ่วง  บิดเป็นห่วงหูหันกระชั้นชิดฉุดกระชากชัก  ใส่สวมกรวมคอสุนัขเข้าไว้ให้มั่น  ปลายเชือกข้างหนึ่งสอดกระสันสัดรัดเข้าไว้กับกอหญ้า  พฺราหฺมณํ  โอตาเรตฺวา  จึงยังเฒ่าชราทิชาพงศ์ให้ขยดเขยื้อนเลื่อนลงทีละน้อยๆ  เข้าประคับประคองแต่ค่อยๆ พะยุพยุงถุงแลย่าม  ได้ยินเสียงกรุกกรักก็ทักถามว่าอะไรนั่นเจ้าข้า  ตาแกก็กลับกลักพริกกลักงา  ว่ากลักใส่สาส์นตราพระราชสีห์  เจตบุตรก็ยินดียกขึ้นทูนหัว  เฒ่าก็ร้องสำทับว่ารับแต่ค่อยๆ ของมันหนัก  กลักนี้มิใช่ชั่วอย่าเหวี่ยง วางลงให้ราบ  เจตบุตรก็ปูผ้าลงกราบๆ นึกว่าจริง  ไหว้กลักพริกกลักขิงไม่สงสัย  เฒ่าก็นึกว่าเอาให้สาแก่ใจอ้ายคนใจร้าย  มันขู่มันว่ามันด่ากูนี่ทุกสิ่งพื้นแต่ว่าจะยิงให้ตาย  เอาให้มันไหว้ให้จงหนักหนา  ขึ้น   สาขาสนฺถเร  นิสีทาเปตฺวา  เจตบุตรจึงเชื้อเชิญเฒ่าชราทิชาชาติ  ให้นั่งบนใบไม้ลาดเป็นอาสน์ป่า  กระทำสักกัจจะคารวาเรียกว่าตาลุง  โภชนํ  ทตฺวา  เฝ้าบำเรอบำรุงด้วยของกินตามประเทศแถวถิ่นทางกันดาร  ปฏิสนฺถารํ  กโรนฺโต  เมื่อเพื่อนจะกระทำปฏิสันถารโดยโสมนัส  ก็กล่าวเป็นอรรถคาถา

                                ปิยสฺส   เม   ปิโย   ทูโต                     ปุณฺณปตฺตํ   ททามิ   เต

                                อิทญฺจ   มธุโน   ตุมฺพํ                        มิคสตฺถิญฺจ   พฺราหฺมณ

                                ตญฺจ   เต   เทสมกฺขิสฺสํ                      ยตฺถ   สมฺมติ  กามโทติ

                    (๑๗)  ขึ้น   พฺราหฺมณ  ข้าแต่ท่านผู้เป็นพราหมณ์พร้อมพฤฒิศาสตร์ไสยทรง  ศิวเวทบวรรามวงศ์ธรหัตถไตรศุลี  อันว่าท่านอาจารย์มานี้ก็ดีดูดุจภิเษกสม  ด้วยว่าเป็นพฤฒิพราหมณ์พรหมพร่ำเสนออนุสนธิ์  ทูโต  เมาะ  ทฺวินฺนํ  กิจฺจการสมตฺโถ  สามารถจะนำยุบลทั้งสองข้าง  เพราะเป็นเหตุเป็นวิสุทธิทูตทางท่วงทีดังพรหเมศวร์  ปิโย  เมาะ  เวสฺสนฺตรสฺส  ปิโย  ก็จะสมพระทัยเศรษฐเกษมโสด  ทางปิยปราโมทย์โสมนัส  ทุกสิ่งสรรพเจริญสวัสดิ์พระลูกเจ้า  จะค่อยประเทืองทุกข์บรรเทาในหิมเวศ  ด้วยจะเชิญให้ลาพรตบรรพชาเพศผ่านสมบัติ  ปิยสฺส  เม  เวสฺสนฺตรสฺส  อันพระองค์เจ้ากับหลานเล่าก็ปฏิพัทธ์ภักดีด้วยพระบาท  โดยเสวกราชสวัสดี  อาสาอยู่ที่นี่พิทักษ์รักษา  ททามิ  เต  พอมาพบท่านพฤฒาเข้าที่นี่  เร็วกระทั่งทันทีด่วนจะไป  ถ้าจำวัดค้างคืนหนึ่งจะได้ยิงเนื้อสดให้ฉัน  พล่ากับมูลอ่อนนี่ขยันยิ่งพอใจ  นี่จวนแล้วก็จะจัดแจงแต่งให้ไปเป็นเครื่องเสบียงกรัง  อิทญฺจ  มธุโน  ตุมฺพํ  ทั้งกระบอกน้ำผึ้งพื้นแต่ใสสดเป็นมธุรสหวานยิ่ง  ปกฺกมิคสตฺถึ  หนึ่งขาทรายย่างสิ่งแต่ละอย่างละอย่างกัน  ฉันกับน้ำผึ้งที่คมสันวิเศษเป็นของป่า  ปุณฺณปตฺตํ  เมาะ  อชฺฌาสยปูรณตฺถํ  หลานก็จะให้สมปรารถนาเพิ่มอัชฌาสัย  ด้วยรีบเร็วเร่งจะไปเอาราชการ  อันหนทางที่ท่านจะไปไม่กันดารเดินได้ไม่ลดเลี้ยว  เป็นเอกปทิทางบทจรผู้เดียวไม่เลี้ยวรก  หลานก็จะเป็นมัคคุเทศก์นายกรับเป็นพนักงาน  เวสฺสนฺตโร  อันว่าสมเด็จพระบรมจอมจักรพาฬพิภพพงศ์เพศ  ผู้ผ่านพิชิตพิเชตพิไชยพระนคร  พุทธพงศ์เพศยันดรดวงดิลกเลิศโลก  กามโท  เมาะ  สพฺพกามสมิทฺธิโท  ให้สำเร็จซึ่งอาโภคพูนมโนรถ  เรื่องพระเกียรติปรากฏกอปรด้วยพระทานัชฌาสัย  สรรพยาจกอันจนใจบ่นพิไรร่ำ  ดังว่าต้นกัลปพฤกษ์นึกได้ดังใจฉ่ำชะชื่นชม  ยตฺถ  สมฺมติ  เธอทรงพระภิเนษกรมณ์ก่อสร้าง  สืบซึ่งพรตพรหมจรรย์ทางสุนทรพิธี  ด้วยพระราชบุตรบุตรีอัครทาเรศร์  สถิตในหิมเวศสักรทัตติยาวาส  หว่างพนัสพนมมาศเวียงไพร  อันท้าวสหัสนัยน์ทิพยจักษุเทเวศร์บริรักษ์เรืองพระเดชา  หากใช้ให้พระวิสสุกรรมมานฤมิตสาปสร้าง  ในพนัสแถวทางทุเรศแนวเนินไศล  ณ  ทางทิศใดในพนัสแห่งห้องหิมวันต์  ตญฺจ  เต  เทสมกฺขิสฺสํ  หลานก็จะพร่ำรำพันไม่อำพราง  ตามระยะย่างที่ทิวทางใกล้แลไกล  จึงจะบทจรเจริญเชิญท่านอาจารย์ไป  ตํ  ปเทสํ  สู่ประเทศที่นั้นแล ฯ

 

ชูชกปพฺพํ  นิฏฺฐิตํ

ประดับด้วยพระคาถา  ๗๙  พระคาถา

เอวํ  ก็มีด้วยประการดังนี้แล ฯ

(ปี่พาทย์ทำเพลงเซ่นเหล้า)

 

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1