Tuesday, 19th of September 2017

กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา

กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา

Untitled-02


พระมหาชุมพล โชติพโล

พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

-------------------------------

                    อิติ สา วเร คเหตฺวา ตโต จุตา มทฺทรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ฯ ชายมานาย จนฺทนจุณฺเณน ปริปฺโผสิเตน วิย สรีเรน ชาตตฺตา เตนสฺสา นามคฺคหณทิวเส ผุสฺตีเตฺวว นามํ กรํสุ ฯ สา มหนฺเตน ปริวาเรน วฑฺฒิตฺวา โสฬสวสฺสิกกาเล อุตฺตมรูปธรา อโหสิ ฯ

                              (1) ขึ้น สา ผุสฺตี อันว่าสมเด็จพระผุสดี ผู้ทรงศรีสุนทรเลิศลักษณา วเร คเหตฺวา ครั้นได้รับพระราชทานซึ่งทศวรพรสิบประการ อันท้าวมัฆวานประสิทธิ์ให้ จวิตฺวา ก็จุติจากสุราลัย ลงปฏิสนธิในมาตุคัพโภทรบวรราชวงศ์ องค์อัครมเหสีตระกูลเกศกษัตริย์มัททราช ทสมาสจฺจเยน ถ้วนทศมาสประสูติพระราชกุมารี สรีเรน ชาตตฺตา ผิวพรรณฉวีวรรณพระองค์ ประดุจหนึ่งทรงเฉลิมลูบด้วยแก่นจันทน์ ญาติกุลา พระประยูรญาติทั้งหลายนั้นถวายพระนามชื่อว่าผุสดี ก็สมมูลปณิธีอันตั้งไว้ โสฬสวสฺสิกกาเล ครั้นพระชนม์ได้สิบหกปี ก็ได้เป็นองค์เอกอัครมเหสีสมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัย ผู้เสวยสิริมไหสุริยราชสมบัติ เป็นจอมขัตติยพงศ์ผ่านพิภพสีพี

                              เดิน สกฺโก เทวราชา ส่วนสมเด็จท้าวโกสีย์สหัสนัยน์เทวราช รำพึงถึงพระพรที่ประสาทแก่พระผุสดี พระพรทั้งเก้านี้ก็สำเร็จแล้ว ยังแต่พระลูกแก้วที่พระนางเธอปรารถนา ควรอาตมาจะประสิทธิ์ให้ สนฺติกํ คนฺตฺวา ก็เสด็จครรไลสู่ทิพยวิมาน อันเป็นนิวาสนสถานหน่อพุทธางกูร ครั้นถึงจึงบังคมทูลอาราธนา พร้อมด้วยเทพยดาทั้งหกหมื่น ก็ชวนกันชมชื่นรับปฏิญาณ ส่วนพระโพธิสัตว์ก็จุติจากทิพยสถานพิมานมาศ ทรงเสวยปฏิสนธิชาติในครรภ์พระผุสดี พระนางเธอก็เปรมปรีดิ์ทุกเวลา สพฺเพ เทวคณา ฝ่ายฝูงเทพยดาทั้งนั้น ก็จุติจากสวรรค์พิมานมาศ ลงสู่ครรภ์ภริยาอำมาตย์ทั้งหกหมื่น ก็พร้อมวันทันคืนและเวลา ด้วยหน่อพระศาสดาเจ้านั้นแล ฯ

                    (2) เดิน สา ผุสฺตี อันว่าสมเด็จพระผุสดี ผู้เป็นจอมนารีราชวงศ์ ทสมาเส ธารยิตฺวา เมื่อพระนางเธอทรงพระครรภ์ถ้วนทศมาส ปรารถนาจะประพาสชมพระนคร จึงทูลวอนพระภรรดา ท้าวเธอก็ทรงพระกรุณาให้ตกแต่งนคเรศ เหมือนทิพยนิเวศน์สุราลัยมโหฬาร ให้ทรงสีวิกากาญจนประดับ เป็นสีแสงสุวรรณวาบวับระยับตา พร้อมไปด้วยตระกูลราชกัญญาแห่แหนเป็นขนัด ธงชัยมยุรฉัตรพัดโบกบังแสงพระสุริยามาศ เสียงดุริยางค์พิณพาทย์ฆ้องกลองนฤนาทประโคมแห่เป็นคู่ๆ ดูสะพรั่ง ปุรํ ปทกฺขิณํ ประทักษิณเวียนรอบพระพารา เวสฺสานํ วีถิยา ตามมรรคาถนนหลวง ที่พ่อค้าทั้งปวงประชุมกันมิได้ขาด กมฺมชฺชวาตา ลมกัมมัชวาตประพาสผัน ทรงประชวรพระครรภ์ดูอนาถ ฝ่ายพระประยูรญาติแวดล้อมเป็นขนัด นางกษัตริย์ก็ประสูติพระราชกุมารในสถานที่นั้นแล

                                ตโต   จุตา   สา  ผุสดี   ฯลฯ           สิเนรุวนวฏํสกาติ

                    (3) เดิน มหาสตฺโต อันว่าพระบรมพุทธพงศ์โพธิญาณ เสด็จจากอุทรสถานพระมารดา อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา ลืมพระเนตรทั้งซ้ายขวาเหยียดพระกร จึงทูลวอนพระมารดาว่า ขึ้น อมฺม ข้าแต่พระแม่เจ้า ยํ กิญฺจิ ธนํ ทรัพย์อันใดของเราที่บรรดามี พระลูกนี้จะบำเพ็ญทาน ได้ทรงฟังก็บันดาลอนาถนัก จึงส่งทรัพย์ให้แก่พระลูกรักพันตำลึง จึงว่าพ่อ ถ้าพ่อพึงชอบฉันใด เจ้าจงให้ตามปรารถนา พระโพธิสัตว์ตรัสด้วยพระมารดาก็ปรากฏ ชาติเป็นมโหสถเวสสันดร กิติศัพท์ก็ขจรกัมปนาท ครั้นเมื่อปัจฉิมชาติก็เหมือนกัน เป็นมหัศจรรย์จุฬาโลกเลิศพสุธา เดิน สพฺเพ ขตฺติยา ฝ่ายพระประยูรวงศาสโมสร นามํ กรึสุ จึงถวายพระนามว่าเวสสันดร เหตุพระสูติกลางพระนครตรอกพ่อค้า เอกา กเรณุกา ยังมีนางกุญชรคชาชาติฉัททันต์เถื่อนเที่ยวอยู่ในกลางอากาศ ก็พาบุตรขาวบริสุทธิ์ดังไกรลาศเลิศล้น มาไว้ในโรงช้างต้นเป็นมงคลราชคชาธาร แล้วก็คืนยังสถานวนาเวศน์ สพฺเพ ชนา อันว่าประชาชนชาวพิไชยเชตอุดร จึงให้ชื่อกุญชรปัจจัยนาเคนทร์ ควรจะเป็นศรีสง่างามพระนคร เพราะเกิดเป็นปัจจัยแก่พระเวสสันดรมหาสมมติวงศ์ ฝ่ายบรมพงศ์วรราช ท้าวเธอก็ประสาทพระนม ทรงศรีสวัสดิอุดมเลิศลักษณนารี หกสิบสี่ถ้วนสมบูรณ์ ประทานให้ประโลมเลี้ยงพระลูกเจ้าทุกเวลา สหชาตทารกา ถึงทารกที่เกิดพร้อมด้วยพระลูกรัก สมเด็จพระจอมปิ่นปักก็ประทานนางนมทุกตัวคน แล้วประทานเครื่องต้นอลังการ สำหรับพระกุมารบรมราชวงศ์อันเลิศแล้ว แต่ล้วนแก้วกาญจนมณี หน่อพระชินสีห์โมลีโลก พระทัยนั้นปรารถนาจะข้ามโอฆสงสาร มิได้ย่อหย่อนที่จะบริจาคมหาทาน เมื่อพระชนมานได้สีห้าพระวรรษา โอมุญฺจิตฺวา จึงทรงเปลื้องเครื่องปิลันธนาจากพระองค์ทรงประสาทให้ แก่พระนมกำนัลในทุกถ้วนหน้าสิ้นวาระเก้าครั้ง ด้วยพระทัยท้าวเธอหวังพระโพธิญาณ ในอนาคตกาลนั้นแล

                    (4) เดิน โส โพธิสตฺโต สมเด็จพระบรมหน่อพุทธางกูร เมื่อพระชนมานบริบูรณ์แปดพระวรรษา เสด็จสถิตแท่นบวรมหาไสยาสน์ ปาสาทวรคโต ในปราสาทรัตนพิมานทอง จินฺเตสิ จึงทรงพระดำริโดยคลองพุทธภูมิภาคพระโพธิญาณ ว่าอาตมาบริจาคทานอลังการรัตนวิภูษิตประเสริฐ ก็เป็นพาหิรกทานอันล้ำเลิศควรจะเลื่อมใส โกจิ ยาจโก ถ้าแลว่ายาจกผู้ใด จะปรารถนาดวงหทัยเนื้อเลือด ก็จะฉะเชือดบริจาคให้เป็นทาน จะแลกเอาพระโพธิญาณอันยอดยิ่ง ครั้นพระองค์จำนงนิ่งนึกจะให้อัชฌัตติกทาน ก็บังเกิดมหัศจรรย์บันดาลในบัดดล ขึ้น มหาปฐวี อันว่าพื้นพระธรณีก็เกิดจลาจลกัมปนาท สิเนรุปพฺพตราชา ทั้งพระยาเขาสิเนรุราชสัตตภัณฑ์คีรีเรียง ดุจเอนเอียงล้มลู่ทะลาย วิชฺชุลตา เสียงฟ้าประภาสสายสะเทื้อนสะท้าน สกลพิภพหิมพานต์ก็บันลือพิลึกลั่น สัตว์จตุบาททวิบาทก็ผาดผันแซ่ซ้องเสียงสะทึกสะท้าน อากาศก็บันดาลเป็นเมฆหมอกมืดมัวทั่วสกลมหามงคลจักรวาล สาคโร ทั้งสาครก็บันดาลเป็นละลอกคระโครมครึกกึกก้องโกลาหล ปลาติมิงคลมัจฉาก็ดำด้นพ่นน้ำเป็นฟองฝอย เหราลอยล่องฉวัดเฉวียนเวียนว่ายคล้ายๆ ตามคลื่นฝืนฟัด มังกรสะบัดโบกหางวางวู่เข้าเพิงผา มจฺฉกจฺฉปา เต่าปลาก็ดำโดดดิ้นแล่นกระแสสินธุ์สายสาคร ภุชงค์ชูเศียรสลอนตามกระแสชลพ่นน้ำเป็นฝอยฟอง ช้างน้ำก็คะนองลองงวงและเงยงา สพฺเพ เทวา ทั้งเทพยเจ้าในชั้นฉกามาพจรโสฬสพิมานทุกอมรสถานเทเวศร์ ในขอบเขตขุนเขาทุกแหล่งหล้า ก็โปรยทิพยรัตนมาลาสุมณฑาร ร้องซร้องสาธุการอำนวยพรแก่พระเวสสันดรนั้นแล

                    (5) เดิน โพธิสตฺโต อันว่าพระบรมราชพุทธพงศ์ผู้ทรงญาณ ครั้นพระชนมานเจริญรุ่นสิบหกปี ทรงพระลักษณราศีพร้อมมูล ทั้งพระบารมีก็เพิ่มพูนผุดพุ่ง ดุจจันทร์จำรัสรุ่งในนภา ทั้งพระปรีชาก็เชี่ยวชาญ สิปฺปานํ นิปฺผตฺติ รู้ศิลปะศาสตร์สิบแปดประการก็เสร็จสิ้น สญฺชโย ส่วนสมเด็จกรุงสญชัยนรินทร์ปิ่นพิภพพสุธา พระทัยท้าวเธอปรารถนาจะมอบเวน ซึ่งศิริรัตนราเชนทร์แก่พระลูกรัก จะให้เป็นจอมปิ่นปักพระพารา มทฺทํ อาเนตฺวา จึงนำมาซึ่งพระมัทรี ผู้ทรงศรีสวัสดิ์อุดมเลิศลักษณกัญญา เป็นตระกูลธิดามาตุลราชวงศ์ ท้าวเธอก็ทรงราชาภิเศกเป็นเอกองค์อัครมเหสี ประทานราชกุมารีพระกำนัลหมื่นหกพันพระองค์นาง พื้นสาวๆ สวยสำอางอันอย่างยิ่ง แล้วมอบมิ่งมไหศวรรย์ให้สืบศรีสุริยสันตติวงศ์ดำรงราชประเพณี ฝ่ายหน่อพระชินสีห์เสวยสวัสดิ์โภไคยเป็นจอมฉัตรพิชัยสีพี ทานํ ปวตฺเตสิ ท้าวเธอก็เปรมปรีดิ์ที่จะบริจาคทานมิได้ขาด จึงให้อำมาตย์ทำฉทานศาลา ทานํ ปวตฺเตตฺวา ให้จัดแจงทั้งเงินทองเสื้อผ้า ราชวัตถาภรณ์พรรณแพรม้วนมุ้งม่านกาญจนมณี สรรพภัณฑ์เครื่องดีอันมีค่า ตามแต่จะปรารถนาแล้วยกให้ แก่ยาจกเข็ญใจทุกถ้วนหน้า ท้าวเธอทรงพระราชศรัทธามิรู้สิ้น ดุจพื้นพระธรณินทร์อันหนาหนัก เป็นที่บำรุงรักแก่ไพร่ฟ้า มทฺที สพฺพงฺคโสภณา ส่วนนางพระยามัทรีเจ้าก็ทรงพระครรภ์ อุทรนั้นมิได้คลาดเคลื่อนถ้วนสิบเดือนจึงประสูติพระลูกยา พระญาติวงศารับด้วยข่ายทองอันบริสุทธิ์ จึงถวายพระนามราชบุตรชื่อว่าชาลี แล้วพระมัทรีเธอทรงพระครรภ์คำรบสอง ประสูตินางน้องราชธิดา พระญาติวงศาก็รับรองด้วยหนังหมี ถวายพระนามราชบุตรีชื่อว่ากัณหาชินานาฏ ขึ้น เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพระเวสสันดรบวรราชวงศ์ผู้ดำรงพิภพพสุธา ครั้นเวลาพระสุริยาอรุณรุ่งจำรัส บรมกษัตริย์เสด็จทรงมหามงคลรัตนวิภูษิตประเสริฐสถาวร ทรงพระยาเศวตกุญชรช้างพระที่นั่งอันเลิศแล้ว ประดับด้วยแก้วกาญจนมณีสีสลับ แสงวะวาบวับระยับตา พร้อมด้วยสหชาตโยธาแห่ห้อมจอมกษัตริย์เสด็จยังโรงทาน พระทัยท้าวเธอเกษมศานต์โสมนัสเปรมปรีดิ์ ทรงกุญชรหัตถีทอดพระเนตรทุกโรงทานศาลา ในกาลนั้นแล

                    (6) เดิน ตทา กาเล ในกาลเมื่อพระเวสสันดรอดุลดวงกษัตริย์ ท้าวเธอเสวยสมบัติมโหฬาร กิตติศัพท์ก็สะท้านทั่วสกลพิภพธานีกรุงกษัตริย์ พอเมืองกลิงคราษฐ์มาเกิดวิบัติข้าวแพง ทั้งฝนก็แล้งมิได้ตกทั่วประเทศ สสฺสานิ ข้าวกล้าทั้งหลายก็ตายทุกนิคมเขตแว่นแคว้น ประชาชนก็ยากแค้นแสนกันดาร อดอาหารจนซูบผอม จึงชวนกันประชุมพร้อมหน้าพระลาน ร้องทูลสาส์นอุปกาศ พระเจ้ากลิงคราชได้ทรงฟังคำประชาชน ว่าแค้นเคืองขัดสนด้วยความอด ท้าวเธอก็ทรงรักษาอุโบสถสิ้นกำหนดเจ็ดวัน วสฺสํ นาสกฺขิ ฝนนั้นก็มิได้ตกต้อง สพฺเพ นาครา ประชาชนชวนกันร้องประกาศสาส์นว่า ขึ้น เทว ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงผ่านพิภพพารา เวสฺสนฺตโร ราชา ยังมีมหาสมมติราชวงศ์ทรงพระนามพระเวสสันดรยอดกษัตริย์ เสวยสมบัติในกรุงไกรพิชัยเชตอุดร ท้าวเธอมีคชกุญชรเลิศแล้ว เป็นช้างแก้วมหามงคลอันล้ำเลิศ สพฺพเสโต ขาวประเสริฐดังไกรลาสคีรี อารุยฺห ครั้นคนขึ้นขับขี่ไปสู่คามนิคมใดๆ ทุกประเทศ วสฺสํ วสฺสิ ฝนนั้นก็ตกลงทุกขอบเขตแหล่งหล้า ขอพระองค์จงจัดหาพราหมณ์ผู้ฉลาด ให้ไปสู่พิชัยราชธานี ขอคชสารศรีสวัสดิ์มงคล แด่พระจอมพสุธาดลเวสสันดร ท้าวเธอก็จะพระราชทานคชกุญชรมากรุงศรี ฟ้าฝนก็จะตกดีบริบูรณ์ เดิน ท้าวเธอได้ทรงฟังประชาชนทูลก็ใช้พราหมณ์ทั้งแปดคนผู้ฉลาด เต พฺราหฺมณา อันว่าพราหมณ์ทั้งแปดคนบังคมลาแล้วก็ลีลาศไปสู่กรุงสีวิราชธานี รชสฺสิรา มีสรีรกายคลุกเคล้าด้วยเถ้าธุลีละอองผง ทานคฺคํ คจฺฉึสุ ก็ตรงไปสู่โรงทาน เพื่อจะทูลขอคชสารนั้นแล

                    (7) ขึ้น ตโต รตฺยา วิวสเน ในเมื่อพระสุริยรังสีอร่ามรุ่ง แสงสุวรรณผุดพุ่งผ่องพื้นทิฆัมพรวโรภาส เวสฺสนฺตโร ราชา สมเด็จพระบรมราชรวีวงศ์ พงศ์พุทธางกูรเกศกษัตริย์ ปพุชฺฌิตฺวา เสด็จตื่นจากบรรจถรณ์รัตนไสยาสน์ สระสรงเสาวคนธชาติวารี ขจรกลิ่นสุมาลีตลบองค์ อลงฺกริตฺวา ท้าวเธอก็ทรงเครื่องสรรพาภรณ์บวรวิภูษิตสังวาลวิจิตรจำหลักลาย ถมวิเชียรรายเรียงระดับ แสงวะวาบวับวิเศษสี ทับทรวงมณีอร่ามแพร้ว สะอิ้งแก้วกาญจนประกิจกรอง สุวรรณวลัยทองธำมรงค์ มหามงกุฎอลงกฎประดับ สำหรับกษัตริย์เสร็จแล้ว พระกรกุมพระขรรค์แก้วยุรยาตร ทรงเศวตกุญชรชาติคชาธาร พร้อมสหชาตทวยหาญแห่สะพรั่ง เสียงดุริยางค์ประดังประโคมขานอยู่เซ็งแซ่ เครื่องสูงแห่เป็นคู่ๆ ดูสลับสลอน พวกพลบทจรโกลาหล ฝ่ายยาจกคนจนกระเจิงจร เบียดเสียดแทรกซ้อนกันสับสน สาละวนที่จะรับพระราชทาน ท้าวเธอก็เกษมศานต์โสมนัส ให้แจกจัดพรรณแพรม้วนมุ้งม่านกาญจนมณี ให้แก่ยาจกตามมีมิได้เลือกหน้า   เดิน เต     พฺราหฺมณา อันว่าพราหมณ์มาแต่กลิงคราษฐ์ ล้วนคนฉลาดรู้อุบาย พาหา ปคฺคยฺห ประณมนิ้วมือเหนือเศียรเกล้าแล้วร้องถวายชัย สมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ก็ตรัสปราศรัยโดยสาระพระคาถา

                                ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา ฯลฯ                 รฏฺฐา   ปพฺพาชยนฺตุ   ตนฺติ

                    (8) เดินโภนฺโต พฺราหฺมณา ดูกรพราหมณ์ผู้ประพฤติพรหมเวชวิชา ท่านจักปรารถนาซึ่งสิ่งอันใด อย่าเกรงใจจงแจ้งอรรถ พราหมณ์ได้ฟังตรัสก็ปรีดา ด้วยสมทางท่าที่จะขอคชสาร จึงทูลว่า ขึ้น เทว ข้าแต่พระผู้ผ่านพิภพธรณี พระพุทธเจ้าข้า กิตติศัพท์ข่าวเขาลือชาทุกไพร่ฟ้าประชาชน ทั่วสกลพิภพจักรวาล กระหม่อมฉานทั้งหลายมาทั้งนี้ หวังจะขอคชสารศรีสง่างามพระที่นั่งต้น เป็นมหามงคลอันเลิศแล้ว ทูลกระหม่อมแก้วจงให้สำเร็จมโนรถความปรารถนาแก่ข้าพฤฒาจารย์ เดิน ครั้นท้าวเธอได้ทรงฟังก็ชื่นบานโสมนัส จึงตรัสว่า พราหมณ์เอ่ย เราจะให้สำเร็จความปรารถนา ตรัสแล้วก็เสด็จลงจากบรมคชาไอยเรศ ท้าวเธอทอดพระเนตรเครื่องประดับสำหรับมหาคชสาร ย้าย อลังการอันเลิศแล้ว พื้นเพ็ชรรัตนแพร้วอร่ามรุ่ง กาญจนผุดพุ่งอร่ามสี ราชาวดีเป็นเครื่องกรอง ผ้าปกกระพองตาข่าย ทับทิมรายรัตนามาศ หลังปกลาดรัตตกัมพล ทั้งรัดประคนแก้วกรอง สุวรรณวลัยทองถมมุกดา ประดับสองงาอร่ามรัตน์ สายรัดพัสตร์พิจิตรถัก ผูกชนักแนบสองหู ห้อยพวงพู่ดูพิสุทธิสำอาง พร้อมด้วยบังสุริยางค์เพริดพราย อภิรุมรายรัตนจามรี     วาลวิชนีวิเชียรฉัตร สำหรับบรมจักรพรรดิคชาธารอันล้ำเลิศ ช้างแก้วประเสริฐอันหาค่ามิได้   ทั้งอาภรณ์วิไลหกสิ่งสรรพ ล้วนเครื่องประดับไม่นับค่า อีกทั้งนานาอลงกรณ์ สรรพคชาภรณ์ดังพรรณนา ยี่สิบสี่แสนราคาคิดควร สิ่งของทั้งมวลและหมอควาญ สำหรับพระยาคชสารพร้อมมิได้ขาด ขึ้น เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพระเวสสันดรราชสุริยวงศ์ พระกรซ้ายทรงจับงวงคชไอยรา พระกรขวาทรงอุทกวารีกุณฑีทอง ท้าวเธอก็ร้องประกาศแก่อมรเทวราชทุกห้องฟ้า ให้ช่วยอนุโมทนาคชทาน แล้วตรัสเรียกพฤฒาจารย์มิได้ช้า หลั่งอุทกธาราให้ตกลงเหนือมือพราหมณ์ ตั้งพระทัยไว้ให้งามดังดวงแก้ว แล้วก็ออกอุทานวาจาว่า อิทํ ทานํ อันว่าผลคชทานของข้า จงสำเร็จแก่พระสร้อยสรรเพ็ชญ์โพธิญาณในอนาคตกาลนั้นเถิด

                    (9) เดิน ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสังวร ปางเมื่อพระเวสสันดรทรงประสาท พระยากุญชรราชพาหนะพระที่นั่งต้น ก็เกิดมหาวิจลจลาจลทั่วพิภพพสุธา เต พฺราหฺมณา อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายครั้นได้รับพระราชทาน ซึ่งพระยากุญชรคชสารศรี พราหมณ์ทั้งปวงขึ้นขับขี่ แล้วก็ออกจากกรุงศรีพิไชยเชตอุดร สพฺเพ นาครา ฝ่ายพวกประชาชนชาวพระนครสีพี ก็กรูเกรียวเลี้ยวไล่ล้อมคลุกคลีสกัดหน้าแลหลังแล้วร้องว่า โภนฺโต พฺราหฺมณา ดูกรพราหมณ์กลีเหล่ากลิงคราษฐ์วิสัย   เออเองไฉนจึงองอาจมาขับขี่คชสารศรีพระที่นั่งทรง สำหรับบรมวงศ์องค์กษัตริย์ เต พฺราหฺมณา อันว่าเหล่าพราหมณ์ที่ขับขี่คชสาร ได้ฟังอรรถก็เดือดดาลจึงตะคอกขู่ชาวพระนคร ว่า อยํ นาโค ช้างตัวนี้พระเวสสันดรประสาทให้ เออก็การอะไรจึงมาถาม เต ชนา ประชาชนครั้นแจ้งความว่าท้าวเธอประสาทให้ เทวตาวิคฺคหิตา หุตฺวา เทพยเจ้าเข้าดลใจชาวพิไชยราชธานีที่รักให้พิโรธร้าวราน เหตุท้าวเธอจะได้บำเพ็ญพระโพธิญาณอันยอดยาก บุตรทารบริจาคมหาทาน จึงมาบันดาลมหาชนทุกถ้วนหน้า เนคมา ทั้งชาวนิคมคามเขตชนบท รถิกา ทั้งนายรถราชหัตถาจารย์ ทั้งเสนาทหารอันชาญเชิงชาวพิไชยเชตอุดร สมาคตา ก็สโมสรพร้อมกันหน้าพระลาน อุปกาสึสุ ก็ชวนกันร้องอุปกาศสาส์นแก่กรุงสญชัยบิตุราชว่า ขึ้น เทว ข้าแต่พระบาทบพิตรผู้ผ่านพิภพสีพี ราชปุตฺโต บัดนี้ พระเวสสันดรพระลูกเจ้ากระทำผิด ราชกิจประเพณีแต่โบราณ นาคํ ทชฺชา ให้พระยาคชสารคชาธารพระที่นั่งต้น เป็นมหามงคลอันล้นเลิศ ขาวประเสริฐดังเงินยวง พฺราหฺมณานํ แก่พราหมณ์ทั้งปวงอันมาขอ ไม่ควรที่จะยกยอประสาทให้ คชสารนี้ไซร้ควรจะไว้ประดับสำหรับเมือง เมื่อพระเวสสันดรท้าวเธอกระทำให้แค้นเคืองถึงเพียงนี้ ถ้าพระองค์เห็นดีจะเอาไว้ ก็เห็นว่าภัยจะพึงมีแก่พระองค์ เดิน ครั้นท้าวเธอได้ทรงฟังก็เดือดดาล ประหนึ่งว่าเพลิงกาฬเข้าลามลน จึงตรัสแก่ประชาชนทุกถ้วนหน้า ว่า เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพระลูกรักเรากระทำผิดราชกิจประเพณี กุญฺชรํ ทชฺชา ให้คชสารศรีสง่างาม แก่พราหมณ์อันมาขอ ท่านจึงมายกยอหยิบเอาโทษ พากันพิโรธร้าวราน วิหญฺญเร เราจะประหารด้วยท่อนจันทน์และศาสตราหาควรไม่ ชนทั้งปวงจึงทูลว่าถ้าฉะนั้นไซร้ก็ควรจะเนียรเทศ ให้บำราศจากนิเวศน์กรุงแก้ว จึงตรัสว่าเวลาวันนี้ก็จวนแล้วทุเลาก่อน พรุ่งนี้จึงจะให้บทจรเสียจากบุรี มหานครสีพีนี้แล

ตมตฺถํ ฯ   ปกาเสมฺโต   สตฺต   อาห

อุฏฺเฐสิ   กตฺเต   ตรมาโน   ฯลฯ      ยาว   ทานํ ททามิหนฺติ

                    (10) เดิน ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสังวรสิกขา สมเด็จพระบรมนราธิบดินทร์ปิ่นกษัตริย์ มีพระราชโองการตรัสประภาษสั่ง กตฺเต เหวยนายนักการใครนั่งอยู่นั่น ตรมาโน จงรีบด่วนไปพลันทูลสาส์นแก่พระลูกเรานั้นให้แจ้งเหตุ ปพฺพาเชสึ ว่าจะเนียรเทศพระลูกเสียจากเมือง ประชาชนเขาแค้นเคืองด้วยให้ช้างเป็นทาน ฝ่ายนายนักการก็รีบมากราบทูลเหตุ แก่พระจอมปิ่นปกเกศนราธิราชว่า ขึ้น เทว ข้าแต่ละอองธุลีพระบาท ผู้ทรงพระคุณอันเลิศแล้ว ทูลกระหม่อมแก้วจะจากจร ด้วยชาวพระนครเขาขึ้งโกรธ ทั้งพระบิดาก็ทรงพระพิโรธ ด้วยช้างแก้วพระองค์ให้ไปเป็นทาน จึงตรัสใช้กระหม่อมฉานมากราบทูลเหตุ สั่งให้เนียรเทศเสียพรุ่งนี้ ขอฝ่าธุลีจงทราบพระญาณ เดิน สมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ขัตติยวงศ์ทรงสดับสาส์น อันนายนักการมากราบทูลโดยมูลเหตุ ว่าไพร่ฟ้าเขาจะเนียรเทศไปสู่ป่า ท้าวเธอมิได้ท้อพระราชศรัทธาที่จะทำทาน จึงมีพระราชโองการตรัสว่า ขึ้น กึ เม พาหิรกํ ธนํ อย่าว่าแต่เศวตคชาพาหิรกทานที่เราบริจาค ถึงอัชฌัตติกทานอันยอดยากที่จะยกให้ ถ้าแลมียาจกผู้ใดจะปรารถนา ซึ่งพาหาหทัยนัยเนตรทั้งคู่ เราก็อาจจะเชือดชูออกบริจาคให้เป็นทาน จะแลกพระโพธิญาณในเบื้องหน้า อย่าว่าแต่จะต้องปัพพาชนียกรรมทำโทษ ถึงไพร่ฟ้าเขาจะพิโรธรอนราญประหารชีวิต เราก็มิได้คิดย่อท้อที่จะบำเพ็ญทาน เดิน ครั้งนั้นเทพยเจ้าเข้าดลใจให้นายนักการ ทูลแนะตำแหน่งวนสถานคิรียวงกต จึงตรัสสั่งนายนักการให้ช่วยทูลงดสักสองราตรี พอแต่เราได้บำเพ็ญทานบารมีให้อิ่มศรัทธาแล้ว จะถวายบังคมลาทูลกระหม่อมแก้วจากพระนคร จะบุกป่าฝ่าดงดอนไปตามโทษ จงทรงพระกรุณาโปรดทุเลาก่อน ฝ่ายนายนักการชุลีกรแล้วกลับมากราบทูล แก่พระนเรศูรราชบิตุรงค์ ส่วนสมเด็จพระบรมพงศ์พุทธางกูรเกศกษัตริย์ ก็มีพระราชดำรัสสั่งเสนาบดีให้ตระเตรียมโดยวิธีสัตตสดกมหาทาน พร้อมไปด้วยกุญชรคชสารสินธพยานราชรถ ปรากฏด้วยนางกษัตริย์ ให้จัดทั้งทาสกรรมกรชายหญิง ทั้งโคนมประสมสิ่งละเจ็ดร้อยทุกประการ ไว้ยังโรงทานสถานนั้นแล

ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต   สตฺถา   อาห

อามนฺตยิตฺถ   ราชานํ   ฯลฯ   น   เต   เหสฺสามิ   ทุพฺภราติ

                    (11) เดิน ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลวิสุทธิญาณ เมื่อสมเด็จพระจอมมกุฎผู้ผ่านพิภพสีพี ตรัสสั่งให้แต่งทานพิธีแล้วลีลาศ ยังปราสาทพระมัทรีศรีสุนทรลักษณะเลิศกัญญา สยนปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา เสด็จนั่งเหนือบวรรัตนมหาสยนอาสน์ จึงมีพระราชโองการแก่พระยอดเยาวมาลย์มิ่งมหิษีว่า ขึ้น ยํ เต กิญฺจิ มยา ทินฺนํ อันว่าทรัพย์อันเป็นของของพี่พี่ประสาทให้แก่เจ้า อนึ่งเล่าสรรพสมบัติอันพระน้องได้มาแต่สำนักมัททราชตระกูล นิทเหยฺยาสิ เจ้าจงมั่วมูลฝังไว้ จะได้เป็นมหานิธีขุมทองอันใหญ่ติดตามตน พระมัทรีได้ทรงฟังก็ฉงนในพระบัญชา จึงทูลถามสมเด็จพระภัสดาอดุลดวงกษัตริย์ว่า ทรงพระกรุณาจะให้ฝังซึ่งสรรพสมบัติไว้ในที่แห่งใด จึงตรัสว่าเจ้าจงให้ซึ่งสรรพข้าวน้ำโภชนาหารวัตถาลังการอันอุดม แก่ท่านผู้ทรงศีลสมาธิพรหมจรรยา ก็จะเป็นมหาสุวรรณนฤธีอันประเสริฐ สิ่งอื่นอันจะล้ำเลิศกว่าทานนั้นหามิได้ อนึ่งพระลูกรักสองสายใจสุดสวาท เจ้าจงอย่าประมาทช่วยอภิบาลบำรุงรักษา ทั้งองค์สมเด็จพระราชบิดามารดาของพี่ เจ้าจงภักดีปฏิบัติอย่าให้เคืองขัดพระอัธยาศัย อนึ่งถ้าแลว่ากรุงกษัตริย์พระองค์ใดปรารถนา จะรับเจ้าไปเป็นอัครราชกัญญายอดนาง จงประกอบกิจสัจจางคปฏิบัติ อย่าให้เคืองขัดพระราชหฤทัย อย่าอาลัยถึงพี่ อันจะบำราศรัตนบุรีไปสู่ป่า เห็นชีวิตจะมรณาเสียเป็นมั่นคง ในพนัสแดนดงนั้นแล

                    (12) เดิน สมเด็จพระมัทรีศรีสุริยราชกัญญา ได้สดับสาส์นพระภัสดาวันนั้นพรั่นพระทัย ทรงพระวิมุติสงสัยเคลือบแคลงแหนงในพระราชโองการ จึงทูลสนองสาส์นบรมกษัตริย์ ว่า ไฉนท้าวเธอจึงตรัสฉะนี้ จะเสด็จจรลีจากพระนครด้วยกิจธุระร้อนสิ่งอันใด ท้าวเธอจึงตรัสบอกโดยนัยคดีการณ์ พระมัทรีทรงทราบสาส์นจึงทูสนองพระโองการพระราชสามี ว่า ขึ้น นุ ไฉนฉะนี้พระลูกเจ้าจึงไม่โปรดเกล้าข้ามัทรี มาตรัสความไม่ดีปราศจากประโยชน์ อภูตปุพฺพํ แต่ก่อนก็มิได้เคยโปรดประภาษราโชวาทเหมือนครั้งนี้ ประหนึ่งว่าข้ามัทรีนี้หินชาติใช่เชื้อราชสุริยวงศ์ จะละให้พระองค์เสด็จเดียวเปล่าเปลี่ยวในกลางไพร เนส ธมฺโม อย่างธรรมเนียมที่ไหนพระพุทธเจ้าข้า กษัตริย์นี้ฤาจะเสด็จป่าพระองค์เดียวดังนี้เล่า ถึงพระร่มเกล้าปกเกศเสด็จทุเรศไร้ราชสุริยวงศ์ จะบุกป่าฝ่าพงไปแห่งใด ข้าพระบาทก็จะตามเสด็จไปไม่ขออยู่ จะเอาชีวิตและกายนี้ไปสู้สนองพระคุณ กว่าจะสิ้นบุญข้ามัทรี ที่จะละพระราชสามีนั้นหามิได้ แม้จะตกไร้แสนกันดาร กินมูลผลาหารต่างโภชนา ก็จะสู้ทรมานหามาปฏิบัติพระองค์ ถึงแม้มาตรจะปลดปลงก็มิได้คิด จะเอาชีวิตนี้เป็นเกือกทองรองธุลีพระบาท แม้นมิทรงพระอนุญาตให้ตามเสด็จไป อคฺคึ อุชฺชาลยิตฺวาน ข้ามัทรีก็จะก่อไฟให้รุ่งโรจน์โดดเข้าตาย เห็นว่าจะดีกว่าอยู่ให้คนทั้งหลายเขานินทา ว่ามีพระภัสดาแต่เมื่อยามสุข ถึงเมื่อยามทุกข์สิไม่ทุกข์ด้วย ดีแต่จะรื่นรวยอยู่ในพระบุรี จะขอตามเสด็จจรลีไปสู้ยากเมื่อยามจน อเนฺวติ หตฺถินี ดุจนางช้างต้นอันยุรยาตรติดตามพระยาราชกุญชร ทนฺตึ มีงาอันงอนงามสง่า เชสฺสนฺตํ อันสัญจรท่องเที่ยวไปในทุ่งท่าอันลุ่มลาด ก็ติดตามมิได้คลาดพระยาคชสาร ยถา อันนี้แลมีอาการฉันใด ข้าพระบาทก็จะพาสองดรุณราชไปมิได้ห่าง ปจฺฉโต แต่เบื้องพระปฤษฎางค์พระร่มเกล้า มาตรว่ามีทุกข์เท่าถึงอันตราย จะวิ่งไปก่อนให้ตายต่างพระองค์ผู้ทรงคุณ ประกอบไปด้วยพระการุญแก่ข้าบริจาริกา เดิน เมื่อพระมัทรีจะทูลพรรณนาป่าพระหิมพานต์ก็กล่าวเป็นสาระพระคาถา

อิเม   กุมาเร   ปสฺสนฺโต   ฯลฯ   น   รชฺชสฺส   สริสฺสสีติ

                    (13) เดิน สมเด็จพระยอดเยาวมาลย์มาศมัทรีศรีสุริยราชธิดา จึงกราบทูลพรรณนาพนัสพนาเวศประเทศหิมพานต์ ดุจได้ทัศนาการจำแน่ถนัด ถวายบรมกษัตริย์ผู้เป็นภัสดา ว่า ขึ้น เทว ข้าแต่บรมนราธิบดินทร์ปิ่นสกลอาณาจักรจอมพิภพสีพี ปางเมื่อพระองค์เสด็จจรลีประพาสในพนาวาสแดนดง ปสฺสนฺโต จะได้ทรงฟังสองดรุณราชกุมาร ร้องขับขานประสานเสียงเสนาะในวนาศรม เมื่อยามรุกขชาติรื่นรมเวลาเย็น จะแล่นเล่นในบริเวณพระอาศรมสถาน ข้ามัทรีนี้จะเก็บ สุมามาลย์มากรองร้อย เป็นสายสร้อยสะอิ้งรัดสะเอวองค์ สังวาลวงวิจิตรมาลัย ประดับสองดนัยน้อยนาถ สองดรุณราชก็จะแล่นเล่นบันเทิงทุกเช้าค่ำเจ้าจะฟ้อนรำสำราญจิต มิได้รู้ที่จะคิดถึงความทุกข์ จะมีแต่เสวยสนุกทุกเวลา ท้าวเธอได้เห็นจะเป็นที่ปรีดาดวงกมลปลื้ม น สริสฺสสิ พระทัยท้าวเธอก็หลงลืมรัตนราไชยมไหศุริยสมบัติ ทกฺขสิ มาตงฺค อนึ่งจะได้ทรงชมมหามหิทธิหัสดีเดียวเดินโทนเที่ยวในกลางป่า ลางสารที่เป็นคชคณาบดีดูพิลึก คำรณเสียงคระครึกมาภายหน้า เงยงวงงาร้องก้องโกญจนาท นำโขลงคลาดออกจากดง ได้ทอดพระเนตรเห็นก็จะเป็นที่พิศวงวางวิตกถึงพระนคร อุภโต วนวิกาเส สองตราบข้างบทจรลำเนาป่า เดียรดาษด้วยพาลมฤคคณานิกร หมู่พยัคฆ์พระยาไกรสรสรรพจัตุบาท ละมั่งระมาดหมู่มฤคสุกรโคมหิงส์สิงโตตัวคะนอง ลองเชิงระเริงร้องคระครึกป่า ได้ทรงเห็นก็จะเป็นมหามหรสพเนตร จะบรรเทาที่ทุกขเทวศถวิลวัง ยทา โสสฺสสิ นิคฺโฆสํ แล้วจะได้ทรงฟังเสียงกระแสสินธวนที อันตกลงแต่ยอดรัตนคีรีไหลหลั่ง สายอุทกถั่งเป็นท่องแถว ทั้งเสียงกินรีร้องจะเจื้อยแจ้วจำเรียง ขับประสานเสียงสนานชล บ้างก็รำฟ้อนอยู่บนชะง่อนผา โมรีหิ ปริกิณฺณํ จะได้ทรงชมพระยาโมรมาศ แวดล้อมด้วยหมู่นิกรคณานาฏนางยูง จับเหนือยอดบรรพตอันสูงควรจะทัศนา พระองค์เห็นก็จะหรรษาโสมนัส น สริสฺสสิ จะมิได้ระลึกถึงสมบัติบุรีรมย์ เหมนฺเต ปางเมื่อฤดูน้ำค้างตกประพรมพื้นพสุธา หริตํ ทกฺขสิ เมทนึ ควรที่จะทัศนาพื้นภูมิภาคปัถพี อันเดียรดาษด้วยหญ้าแพรกพรรณต่างสีซ้อนสลับ สี่องคุลีสรรพเสมอกัน อินฺทโคปกสญฺฉนฺนํ ดาษดื่นด้วยพื้นพรรณแมลงค่อมทอง ดูนี้ก็เรืองรองอร่ามงามระยับ ประเสริฐสรรพสรรพางค์ เที่ยวเล็มน้ำค้างบนปลายหญ้า วนํ ทกฺขสิ ปุปฺผิตํ แล้วก็จะได้ทอดพระเนตรซึ่งนานาพรรณหมู่ไม้ บ้างผลิดอกออกใบระบัดอ่อน บ้างก็ดิบห่ามระคนปนผกามาศ ที่บานแบ่งบุปผชาติน่าใคร่ชม เสาวคนธภิรมย์ระรวยรื่น ที่โรยก็ร่วงลงยังพื้นพสุธา หอมขจรตลบป่าปางเมื่อฤดูดอกเดียรดาษดาระดับดง ได้ทรงชมก็จะละเลิงหลงลืมระลึกถึงพระนคร อันเคยสุขสถาวรนั้นแล

                    (14) ขึ้น สมเด็จพระมัทรีศรีสุริยราชวงศ์ องค์เอกอัครประยูรยอดกษัตริย์มัทรีราชธิดา มีพระกมลเจตนาจำนงนึกตรึกถวิล จะตามเสด็จบรมนรินทรราชสามี จึงแนะแนววนาลีลำเนาเขต ดุจดังได้เคยทอดพระเนตรจำแน่ถนัด ในตำแหน่งพนัสพนาเวศประเทศหิมพานต์ โดยวิตถารทูลถวายพระราชสามีโดยนิยมดังนี้แล

หิมวนฺตวณฺณนา   นิฏฐิตา

ประดับด้วยพระคาถา ๑๓๔ พระคาถา

เอวํ ก็มีด้วยประการดังนี้แล ฯ

(ปี่พาทย์ทำเพลงตวงพระธาตุ)

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1