Tuesday, 21st of November 2017

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช ๖๙ พระคาถา

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช  ๖๙ พระคาถา

Untitled-11

 mc11

พระครูวินัยธร ดร.มานพ กนฺตสีโล
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

--------------------------

                    เอวํ โพธิสตฺโต จ มทฺที จ สมฺโมทมานา สกฺกทตฺติเย อสฺสเม วสึสุ ฯ ชูชโก ปิ กุมาเร คเหตฺวา สฏฺฐีโยชนมคฺคํ ปฏิปชฺชิ ฯ เทวตา กุมารานํ อารกฺขมกรึสุ ฯ ชูชโก ปิ สุริเย อตฺถงฺคมิเต กุมาเร คจฺเฉ พนฺธิตฺวา ภูมิยํ นิปชฺชาเปตฺวา สยํ ปิ จณฺฑวาฬมิคภเยน รุกฺขํ อารุยฺห สาขาวิฏปสฺสพฺภนฺตทเรสยตีติ ฯ

                    (1) เดินกลาย   อุโภ ขตฺติยตาปสา ปิ อันว่าพระบรมดาบสดาปสินีศรีสมมติเทเวศร์เกศตระกูลกษัตริย์ขัตติยะทั้งสองพระองค์ โพธิสตฺโต จ คือสมเด็จพระหน่อนเรศเพศยันดรพงศ์พุทธางกูรราช ผู้เป็นมิ่งมกุฎวิสุทธิสุขุมาลชาติเฉลิมพิภพสีพี มทฺที จ คือพระยอดเยาวมาลย์มาศมหิษีมัทรีสุนทรสวัสดิ์มัททราชธิดา สมฺโมทมานา ต่างพระองค์ทรงสมัครสโมสรภิรมย์ด้วยอุดมอัฏฐวรวโรวาท อันท้าวสุทัศนธานินทร์สุรินทรเทวราช ประสาทประสิทธิเทวโองการ วสึสุ เสด็จสถิตสำราญแรมผนวชพนัสพรหมจรรย์ สรรพภยันตรายนิราศ อสฺสเม ในพระอาศรมบรมศักรทัตติยาวาสคิริยวงกต เสวยสุขวิหารสมาธิพรตพรหมพิธีฌานในหิมวานสถานนั้นแล

                    (2) เดิน ชูชโก ปิ ส่วนชูชกพฤฒาจารย์ จำเดิมแต่รับพระราชทานสองกุมารได้แล้ว เฒ่าใจแกล้วก็พามา สฏฺฐีโยชนมคฺคํ ล่วงมรรคาลัยไกลได้หกสิบโยชน์ เทพยเจ้านั้นโสดช่วยอภิบาลบำรุงรักษาสองกุมาร อโรคา หุตฺวา หาโรคโรคาบ่มิได้ สองอรทัยก็ไปด้วยพฤฒาจารย์ ในมรรคากันดารนั้นแล

                    (3) ขึ้น   สุริเย ในเมื่อพระสุริยงทรงรัศมีจร ยังยอดสิงขรยุคุนธเรศ อตฺถงฺคมิเต เป็นเวลาที่พระสุริยงทรงเดชเสด็จด่วนจวนจะใกล้อัษฎงค์ ก็มามืดมัวไปทั่วพงพื้นภูมิภาคแผ่นดินดล จัตุบาทนี่ก็มาคะนองร้องคำรามรนระร่าเริง บ้างหมอบเมียงมองวิ่งลองเชิงระเริงเล่น ตุ่นกระแตเต้นตามกระต่าย หมู่ละมั่งและกวางทรายเสียงเซ่งแซ่ พาฬพยัคฆ์ชะงักชะแง้แลแล้วเลี่ยงหลบ บ้างเผ่นโผนโจนประจบกระโจมจับ หักคอมฤคพับเผ่นเข้าพง เม่นหมีหมาหมูหมู่กระจงจามรี พากันวิ่งกระจัดกระเจิงกระจายหนีมะมี่ก้อง ถึกกระทิงทองท่องท้องตามแถวเถื่อน พระยาไกรสรสิงหราชนี่ก็มาคลาดเคลื่อนจากถ้ำทอง เผ่นพยศผยองลำพองผัน แผดสุรสำเนียงเสียงสนั่นเสนาะดัง คชพา คชาพังคเชนทรเผือกดูผ่องผู้ที่ในไพร ลงอาบกินกระแสสินธุใสเกษมสันต์ ขึ้นจากท่าแล้วพากันจรจรัลเข้าในดง เที่ยวมั่วสุมตามพุ่มพงแล้วผายผัน มากกว่าหมื่นแสนแน่นอนันต์สนั่นไพร หมู่มิ่งม้าอาชาไนยสินธพชาติ เผ่นพยศผยองลำพองบาทบทจร พากันวิ่งริมสิงขรคิรีราย กระบือเถื่อนก็เบือนชายเข้าเชิงชน โผผวาถลาวนดูไวว่อง กิเลนโลดโดดจากปล่องช่องคูหา สิงโตเต้นเผ่นภูผาพาพวกเพื่อน เที่ยวหลอนๆ หลอกกันออกเกลื่อนที่กลางเนิน เลียงผาก้าวเท้าเกินตกดังปัง ตัวกระดอนกระท้อนกระทั่งแผ่นพสุธาเสียงสนั่นอรัญวาหิมวันต์ สินธุชลล้นละลั่นไหลเป็นละลอก เชี่ยวกระฉอกฉะฉาดฉาน กระแสสินธุเป็นสายซ่านสาดกระเซ็น ยะหยดยะหยัดยะเยือกเย็นสยดสยอง หริ่งๆ เรไรร้องระรื่นโรย ชะนีนางเหนี่ยวกิ่งยางโยนหกโหนโหยไห้หาผัว ร้องระเร็วรั่วผัววะๆ ผัวโวยวิเวกวังเวงโวยในห้องหิมวันต์ แจ้วๆ จักกระจั่นจ้าทุกราวรุกข์สกุณเขาเข้าเคล้าคู่คูจู้ฮุกกูจู้ฮุกกุกกระหึ่มไพร เฒ่าอาธรรม์จัญไรสยดสยอง ทุกเส้นโลมาพองอยู่เกรียวๆ ตาแกก็เร่งไม้เรียว เขวียวขวะขวับขวาบขนาบโบย แสนสงสารด้วยสองกุมารนี่ก็มาออกพระโอษฐ์โอยสะอึกสะอื้นอ้อนอ่อนระทดระทวยองค์ ขึ้นสูง   ทุกเทพยพนัสแนวพงสอดทิพยเนตรเมื่อได้สดับสาส์นสองดรุณนเรศเธอต้องไม้เรียวรัน ทุกอกองค์นี้ก็มาสงสารแสนกำสรดด้วย แต่ไม่รู้ที่ว่าจะช่วยเจ้าได้เลย จึงตรัสว่าโอ้อกชาวเราเอยอกชาวเราเอ๋ย อกเรานี้เพียงจะพังภินท์ ด้วยพระนุ้ยน้อยหน่อนรินทร์ เธอมานิราศพระชนนี อนิจจาๆ เอย อนิจจาๆ เอ่ย พราหมณ์จะเร่งรีบร้อนต้อนตามตีตะบึงไปถึงไหน จงรอรั้งฝีไม้ไว้บ้างเถิดรา ทุกเทพยรำคาญเนตรเวทนาทุกองค์ ส่วนว่าเฒ่าชราทิชาชงค์ชูชกเชื้อหินชาติ ตาแกมาเกรงภัยพาลพยัคฆ์จัตุบาทจะเบียดเบียน เฒ่าก็พาสองกุมารแวะวงเวียนเข้าสู่พุ่มพฤกษา คจฺเฉ พนฺธิตฺวา จึงผูกพันกระสันข้อพระกรกษัตริย์แล้วรัดรึง เดินกลาย   ผูกเป็นเงื่อนตายตึงติดเข้าไว้ให้มั่นกับกอไม้ข้างหนึ่งนั้น เฒ่าก็ผ่อนผันขึ้นสู่พุ่มพฤกษา เหนื่อยมาเฒ่าชราตาแกก็นอน สาขาวิฏปสฺสพฺภนฺตเร เหนือค่าคบไม้นั้นแล

                    (4) ขึ้น ตสฺมึ ขเณ ขณะนั้นไซร้ ควรที่ว่าจะสงสารด้วยสองกุมาร มาต้องทุกข์ทรมานเมื่อยามนอน ทรงกรรแสงสะอึกสะอื้นอ้อนอ่อนพระองค์ลงไสยา เอโก เทวปุตฺโต ยังมีบวรเทพสุรารุกขพิมานมาศ เวทนาด้วยหน่อนฤนาททั้งสองพระองค์ จึงจำแลงลักษณะรูปทรงให้สวยสด นฤมิตเพศเหมือนพระเจ้าเวสสันดรจอมดาบสบำเพ็ญฌาน ทรงครองซึ่งเครื่องทิพยบริกขารเหมือนโยคี เอกา เทวธิตา ยังมีนางองค์เอกอัปสรศรีสวยศุภลักษณ์ นฤมิตเพศพิมลพักตร์ผ่องฉวีเหมือนสมรมิ่งแม่มัทรีสุขุมกษัตริย์ ทรงชฎากาญจนสังวาลรัตน์คากรอง โทเทพยก็เยื้องย่องตามกันยุรยาตร เล่ห์ประหนึ่งสมเด็จพระปิตุราชมารดา มาทำโศกแสร้งกรรแสงหาไห้ละห้อย พอประสบสองพี่น้องน้อยอนาถนอน พระกรทั้งคู่เธอข้อนๆ อุรังคา โมเจตฺวา จึงปลดเปลื้องลดาวัลย์ที่พันธนาพระลูกแล้ว เธอทั้งสองประคองแก้วกอดกับทรวง พระอัสสุชลนัยน์เธอไหลร่วงลงรินพักตร์พิลาปร่ำพิไรรักรำพันครวญ ย้ายอ่อน   จึงตรัสว่าเจ้าทรามสงวนของแม่เอ่ย ไฉนเลยแม่ไม่เคยมาเคืองเข็ญ มาตกต่ำลำเค็ญแต่น้อยๆ ดูหรือ ดูหรือพระกายแม่นี้มาเป็นริ้วรอยด้วยไม้เรียวรัน ระบมบวมเป็นบั้นๆ ด้วยพราหมณ์มันโบย โอ้ร้อยชั่งของแม่นี้ยังสะอึกสะอื้นโอยน่าเวทนา แม่เจ็บที่ไหนที่ป่วยปวด มาเถิดนะมาๆ แม่จะนวดให้หายคลายที่มึนเมื่อย สมฺพาหิตฺวา เทพยก็คลำเคล้นเส้นพระสายสองกษัตริย์ เข้าเดิม   เดชทิพยสัมผัสหัตถ์เธอเคล้นคลำ รอยไม้เรียวที่เขียวช้ำเป็นชิ้นๆ ก็อันตรธานบันดาลสิ้นทั้งอินทรีย์ นหาเปตฺวา เทพยก็ทรงสีซึ่งเหงื่อไคล เครื่องวิเลปนะก็ลูบไล้ละเลงทา แล้วกันกระหมวดกวดเกศาแซมมาลัยกรอง ปักทิพยจุฑาทองใส่กรอบพักตร แล้วจุนเจิมเฉลิมลักษณะวิไลเลิศ ดูนี่ก็ผ่องผุดสุดประเสริฐสำอางองค์ เทพยก็โอบอุ้มเอาองค์ละองค์แล้วชมเชย ก็ตรัสว่ากัณหาของแม่เอ่ยมาเสวยนมแม่เสียหน่อยเถิดสินะแม่เนื้อละมุน ถันของแม่นี่ยังคั่งคัดเจียวนะพ่อคุณแม่คุณของมารดา ทั้งผลไม้แม่ก็หามาอยู่มากมี ขึ้นสูงอ่อน   ทั้งปริงปรางซางสาลีและพลับสด จันทน์ลิ้นจี่ย่อมมีรสหวานสนิท เชิญเถอะหนาพ่อชาลีดวงชีวิตปอกเสวย กินเถิดสิหนาพ่อเอยแม่เอยให้อิ่มเอม คงเดิม   เทพยก็ชวนให้สรวลเกษมเสพพฤกษาหาร ครั้นอิ่มหนำสำราญอุรารมณ์ เทพยประทับให้บรรทมเหนือแท่นฐาน แล้วจึงกล่าวเป็นกลอนสุนทรหวานประสานขับ ให้สองดรุณที่อ่อนนั้นนอนหลับด้วยลมลอย เทพยก็คร่ำครวญหวนละห้อยแล้วจึงค่อยกล่าวเป็นกลกลอน กล่อม   ว่านอนเสียเถิดสิหนาพ่อนอนแม่นอน ขวัญเอ๋ยขวัญอ่อนของแม่อย่าอ้อนอย่าแอ หลับเสียหน่อยเถิดสิหนาพ่อคุณแม่คุณทูลกระหม่อมแม่ ดึกมิใช่น้อย ทั้งดาวเดือนดูหรือนี่ก็มาเคลื่อนคล้อยน้อยไปแล้วหรือนะเจ้ายังไม่หลับเลย ย่างเข้าทุติยยามแล้วหนาพ่อทรามเชยชื่นอุรารมณ์ น้ำค้างย้อยประพรอยพรมพุ่มพฤกษาไพร สองกุมารได้สดับเทพยโทไทเธอกล่อมขับ เป็นพิณเพลงวังเวงวับหลับสนิท ยาว ตราบเท่าพระสุริยาวราฤทธิ์อรุณรุ่งขึ้นรางๆ เทพยก็โอบอุ้มพระองค์ลงวางไว้ดังเก่า บันดาลพระกรหัตถ์เธอข้องเข้าด้วยเครือเขาเถาลดาวัลลิ์ ที่พราหมณ์มันผูกพันธนาการ อนฺตรธายิตฺวา ต่างเทพยก็บันดาลสูญสู่รุกขมูลวิมาน อันเป็นนิวาสนสถานนั้นแล

                    (5) เดิน   ปุนทิวเส ครั้นเวลาอรุณรุ่งเช้า พราหมณ์พฤฒาเฒ่าตื่นจากค่าคบพฤกษา จึงชำระมุขมลทินกินมูลผลาหารที่เหลือไว้แต่หัวค่ำแล้วมิช้า เฒ่าก็ฉวยย่ามละว้าคว้าไม้เท้าคอนสลัดซัดขึ้นใส่ไหล่ เฒ่าก็ลงมาจากค่าคบพฤกษาใหญ่แล้วแก้ลดาวัลย์ที่ผูกพันจตุรกร แห่งพระเจ้าพี่น้องสองบังอรเสร็จแล้ว   เฒ่าจัญไรใจแกล้วก็พามา   พอประสบพบมรรคาเข้าสองแพร่ง   แห่งหนึ่งจะไป กลิงคราฐวิสัย แห่งหนึ่งจะไปพิชัยเชตุดร เทพยเจ้าเข้าสิงสังหรณ์หากดลจิต ให้พราหมณ์เห็นชอบเป็นผิด ตาแกก็บิดเบือนเชือนทางวางรี่ ก็มาลุถึงบุรีกรุงพิชัยเชตุดร อันเป็นมหานครนั้นแล

                    (6) ขึ้น   ตํทิวสํ คืนวันนั้นไซร้ ปจฺจูสกาเล เป็นยามสุดปัจจุสสมัยจะใกล้รุ่ง ราชา สญชโย ส่วนสมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัยมิ่งมกุฎเกศกษัตริย์ อันเถลิงถวัลยรัฐฉัตรพิไชยเชตุดร ป่างเมื่อพระองค์ทรงสโมสรภิรมเยศ ในมณเฑียรประเทศที่บรรทม อเนกแน่นด้วยแสนสาวสนมนิกรคณานาง อันทรงสวัสดิ์สำอางสะอาดเอี่ยมลออเนตร ดังนางอัปสรอมรเทเวศร์ในเมืองแมนแดนดุสิตพิภพ ทุกหน้านางต่างนี่ก็มานอบนบประณมนั่ง บ้างหมอบชะม้อยคอยรับสั่งสุนทรเสนอนวล นาฏกิตฺถี มีทั้งนางระบำรำตีบำเรอบำรุงรื่น ให้ท้าวเธอบันเทิงในเชิงชื่นชูพระทัย ลางนางนี่ก็มาขับขานไขเอื้อนซึ่งโอษฐ์พันประสานเสียง แล้วก็สอดสุรสำเนียงเสียงสนั่นเสนาะนวลควรที่ว่าจะเปรมปรีดิ์ พวกเหล่าสังคีตนี่ก็มาดีดสีระดมดัง ทั้งโทนทับรับจังหวะโจ๋งจะจิ๊งจั๋งโจ๋งๆ ทั่งๆ บัณเฑาะก์ดีดสายพิณดังฟังวิเวกแว่ว รัวระนาดแก้วแจ้วใจจริง ทุระหร่างทุระหริงฉิ่งฉั่งฉ่างฉับ ฆ้องวงก็รับถิ่งนังโหน่งเหน่ง กระจับปี่ก็รี่เร่งเร็วๆๆ เร่งระนาดก็กราดเกร่งบรรเลงลอย ว่านอระน้อดๆ นอง ช้าเจ้าโหงก็ทรงร้องตามเพลงขับ ช้ารำมะนารับปับปืดปึง พ่ำเอ่ยพ่ำปึงๆ ชื่นอารมณ์เสียงกลมกลึงกล่อมหฤทัย ทั้งสีซอนี่ก็มาสอดใส่เข้าเสียดสี นี่ระหนี่ๆๆ กลองสองหน้าทำท่าตี โป๋งป๊ะโป๋งป๊ะโป๋งเท่งโป๋งทึง สายจะเข้ขึงตึงทุกเส้นลวดแลเอ็นดีดโด่งดัง ทะรุหร่างทะรุรางๆๆ เสียงกร่างกริ่ง ฟังเสนาะเสียงเพราะพริ้งเข้ากับเสียงขลุ่ย ว่านูระหนุ่ยนูระนุยๆ หนอด แหบหวนตอดสอดซออู้แอ้อูออดสอดสำเนียง ลางนางเจ้าก็ส่งเสียงหวนละห้อย แหบบรรเลงเป็นเพลงลอยขับเป็นรำๆ ครวญเฉื่อยฉ่ำส่งพัดชาช้าลูกหลวง ตามกระทรวงเหมือนหนึ่งเคย เสียงเจ้าพี่เอ๋ยวิเวกแว่ว ให้ท้าวเธอบรรทมเหนือบรมแท่นแก้วหลับสนิท ทรงเสวยพระสุบินนิมิตเป็นมหัศจรรย์ ว่าท้าวเธอเสด็จออกอาสน์รัตน์บัลลังก์อันโอ่โถง สมมติว่าท้องพระโรงราชกิจวินิจฉัย เหมือนรัตน์อำไพแลระยับ ประดับไปด้วยแก้วกาญจนะประกอบแกมแซมสีชมพูนุท ทั้งแสนเสวกามาตย์ราชบุรุษนี่ก็มาหมอบอยู่เรียงราย มหาดเล็กนี่ก็มากราบทูลถวายซึ่งรายงานการบัญชี คัดเอาข้อสุนทรคดีขึ้นกราบทูลถวายศรีสญชัยราช ท้าวเธอจึงตรัสพิพากษา โดยพระราชกฤษฎีกากฎหมายไม่ลำเอียง เป็นเที่ยงธรรมตามประเพณี เอโก ปุริโส ว่ายังมีชายพนายผู้หนึ่งนั้น กณฺโห เติบโตดำล่ำสันสูงสักสี่ศอก มีมือถือปทุมทองทั้งสองดอกสดสะพรุ่ม ดอกหนึ่งพึ่งเต่งตูมหุ้มเกษรแซมดอกหนึ่งพึ่งจะแยกแย้มขยายกลีบ ชายนั้นนี่ก็มาเร่งรีบไม่รอรั้งหลีกเหลาสาวสนมกรมวังล้อมวงเวร ทะลวงทะลึ่งถึงนเรนทรราชอาสนรัตน์ ถวายโกสุมกับกษัตริย์สัญชเยศนเรนทร ในฝันว่าท้าวเธอนี่ก็มาเหยียดยื่นพระวรกรรับเอาโกเมศมาเหน็บแนมแซมไว้เหนือพระกรรณประเทศท้าวเธอทั้งคู่ เรณูอันว่าผกาเกสรดอกบัวหลวง นี่ก็มาโรยร่วงลงต้องเต็มพระทรวงรดอุรา กลิ่นสุคนธ์ซาบอาบนาสาสำเริงรมย์ ท้าวเธอนี่ก็มาฟื้นตื่นบรรทมในทันที เต้นขึ้นเสียง   ปาโต ว ครั้นอรุณรุ่งรังสีสว่างแสงทอง นาฬิกานี่ก็มาตีสิบสองฆ้องประโคมขานเสียงสังข์วู่ๆ แว่วกังวานหวานวังเวง ตะแกร๋นๆ แกร๋แซ่บรรเลงลั่นพิลึก ทั้งฆ้องกลองมโหระทึกครึกครื้นก้อง เสียงฆ้องกระแตตีดังกระจ๋องหงองตระเวนวัง กลองชนะท้าจังหวะดังปั๋งปิ๊งเปิงๆๆ ครุ่ม ปี่เป่ารุ่มร่ำตะบอยแอ้อีอ๋อยๆ อี๋แอ กลองแขกแพร่บรรเลงกระจั๋งหนังกระจั๋งเหน่งๆ ติดติ๊ดติงทั่งโหน่งทั่ง ปี่ชวาดังฟังวิเวก เปิดนิ้วเอกต๋อยริด ต๋อยแรแอ้อี๋อ๋อย เพลงบัวลอยซอยบรรเลงลม พิณพาทย์ฟังระงมเสียงเคร่งครึม เครื่องใหญ่ใส่กระหึ่มครึ้มมหัศจรรย์ เก็บสามชั้นลั่นบรรเลงเพลง ฆ้องใหญ่ใส่เต่งเต้งทิงนังเหน่งๆๆ หนอด ฆ้องเล็กก็ลอดหน่อระหนอดๆ หน่อง รัวระนาดทองทุระหริงๆ หริ่งๆ ระนาดทุ้มทุมๆ ทิงทุมทิงเท่ง ระนาดไม้เร่งรอปร๋อๆ ปรูด หนองๆ หนูดปรูดปร๋อปร๋อย ปี่เป่าแป้แต้ตีหยอดตอดตีหยอยอ้อยอีแอแออืด สองหน้าหนืดปะๆ ปืดๆ ปึง ตะโพนพึงปะๆ เพดๆ เพดเพ่ง กลองตีตึงตูมตามเพลง ฟังนี่ก็มาเสนาะเพราะวังเวงวาบวิญญา เข้าเดิม   ปกฺโกสาเปตฺวา ท้าวเธอจึงให้หาขุนโหรโหรามาพร้อมเฝ้า บพิตรจึงแจ้งแถลงเล่าซึ่งพระราชสุบิน ตั้งแต่ต้นไปจนสิ้นอวสาน ฝ่ายขุนโหรโหราจารย์ผู้ชำนาญในการพยากรณ์ จึงกราบทูลบพิตรอดิศรสญชัยราช ขอเดชะพระบรมบาทปกกระหม่อม พระสุบินนิมิตนี้เห็นดีพร้อมเพริศไพบูลย์ พระประยูรวงศ์พงศ์ประยูรพิโยคยาก ภัยพิบัติกำจัดจากไปนาน จะกลับมาสู่สมบรมโพธิสมภารเหมือนดังเดิม เดินกลาย   ท้าวเธอได้ฟังทูลก็พูนเพิ่มความยินดี จึงเอาหิรัญรัตนมณีมาบำเหน็จบำนาญให้แก่ขุนโหรโหราจารย์เพื่อเจือใจ ขึ้น   ครั้นสายแสงพระสุริยใสเข้าห้องสรง ผลัดภูษาซับสำหรับทรงสุคนธเรศ ไขสุวรรณท่อปทุเมศประเทืองทอง กระแสสินธุนี่ก็มาฟูฟองเป็นฝอยฝน ระรื่นรสเกศรสร้อยเสาวคนธ์ฟุ้งขจร ภิรมย์ระรื่นชื่นจิตอดิศรสำเริงรมย์ กุหลาบธารประสานประสมดอกไม้สด   กระแจะปรุงจรุงรสสุมามาลย์   หอมประทิ่นกลิ่นผกากาญจน์ลออองค์ ครั้นสำเร็จเสร็จสรงทรงสุวรรณภูษิตอันล้ำเลิศ สนับเพลาก็พราวเพริศดูพรายพรอย ทรงชายไหวห้อยชายแครงแสงรัตน์ยรรยง แล้วสอดฉลองพระองค์ดูเพริศแพร้วแก้วเกยูร ตามเพชรไพฑูรย์รัตน์ประพาฬ สร้อยสังวาลบวรวิไลเฉลิมเนตร ท้าวเธอทรงมหามงกุฎเกศแก้วกาญจนประดับสำหรับพระเกศลออองค์ แสงวิเชียรช่อพระธำมรงค์เป็นรุ้งร่วงอร่ามตา รายเรียงด้วยรัตน์โมราบ่ร้าวราน ประดับพระองค์อลงการดูโอ่อ่าสง่างามตามขัตติยราช กุมพระแสงทรงพระกรกระกรายนาฏยาตรเยื้องชำเลืองยล เสด็จสู่ท้องพระโรงรัตน์พิมลพิมานมาศ ประทับเหนือพระที่นั่งรุจิโรภาสทิพากร พวกแสนเสวกากรนี่ก็มากราบบังคมคัล ท้าวเธอเสด็จจรจรัลสิงหบัญชรพิมานมาศ ท้าวเธอลีลาศยังเกยชาลา บ่ายพระพักตราต่อหน้าฉาน เดินกลาย   โส ชูชโก ส่วนชูชกชีชราพฤฒาจารย์ เมื่อตาแกพาสองกุมารผ่านมาตรงหน้าพระที่นั่ง เทพเจ้าเข้ากำบังตาประชาชนสิ้นทั้งปวง มิให้ใครทักท้วงห้ามปรามเมื่อยามนั้น พอท้าวเธอทอดพระเนตรเห็นพระเจ้าหลานขวัญ มิทันที่ว่าจะแจ้งประจักษ์ ท้าวเธอจึงเปล่งพระสุรสิงหนาทประภาษทักด้วยสาระพระคาถา

กสฺเสตํมุขมาภาติ   ฯลฯ   อิเม   ทิสฺสนฺติ   ทารกาติ

                    (7) เดินเต้น   โภ อมจฺจา ดูกรอำมาตย์เอ่ย เอตํ มุขํ อันว่าดวงสกลพระพักตร์แห่งสองกุมาราอันเดินตามพราหมณ์ผู้นั้นไป จะว่าเป็นบุตรนัดดาของผู้ใด อาภาติ ดูนี่ก็สุกใสบริสุทธิ์สะอาด เหมํว เปรียบเสมอเหมือนกาญจนมาศอันต้องเพลิง ก็เรือเรื้องเริงรุ่งโรจน์ อร่ามแสงสุวรรณช่วงโชติชัชวาล ถ้ามิฉะนั้นดวงพระพักตร์สองกุมารา ปานประหนึ่งว่ากนกรสน้ำทอง ดูนี่ก็ผ่องผุดสุพรรณรังสีบ่รู้เศร้า  อุกฺกามุขํ กระเพื่อมพ้นปากเบ้าบ่ราคี   อุโภ   สทิสปจฺจงฺคา สีสกลกายาเจ้าพระพี่น้องนี่ก็มาบริสุทธ์เสมอกัน กุมารฝ่ายข้างโน้นนั้นก็แม้นละม้ายคล้ายพ่อชาลี กุมารฝ่ายข้างนี้ดูประดุจแก้วกัณหาบ่เพี้ยนผิด น่าจะแน่ตามกระแสสุบินนิมิตเมื่อราตรี ทั้งกิริยาท่าทีก็อาจองค์ สมเป็นศักดิ์สุริยวงศ์พงศ์กษัตรา สีหา วิลาว นิกฺขนฺตา สองพะงางามเจ้าตามกันบทจร ดูดั่งดรุณไกรสรสิงหราช อันออกจากกนกรัตนามาศห้องแก้วกาญจนอำไพ สององค์ก็ทรงสุนทรวิไลลำเพาภาคพ้นที่จะอุปมา ชาตรูปมยา เยว เมาะ สุวณฺณรูปกา เปรียบเสมอเหมือนสุวรรณปฏิมาอันหล่อเลิศ ทิสฺสนฺติ ก็ปรากฏประเสริฐสวัสดิ์ทั่วทั้งอินทรีย์ นั้นแล

                    (8) เดิน   ราชา สญฺชโย ขณะเมื่อสมเด็จบรมกษัตริย์ตรัสชมโฉมพระเจ้าหลานแล้วไซร้ จึงดำรัสใช้ให้อำมาตย์ผู้หนึ่งผู้ใดไปจับพราหมณ์เฒ่ากับสองกุมารเจ้าอย่าช้า อำมาตย์ถวายบังคมลาลุกออกไปจับพราหมณ์เฒ่า กับสองกุมารเจ้าเข้ามาถวาย ท้าวเธอจะให้อำมาตย์ราชเสนาผู้ใดใครผู้หนึ่งซักไซ้ไต่ถาม กลัวว่าเนื้อความนั้นจะฟั่นเฟือนไม่เหมือนบพิตร ท้าวเธอจึงตรัสถามพราหมณ์ให้แจ้งจิตด้วยพระองค์แล้วมิช้า ก็ตรัสเป็นบาทพระคาถา

กุโต   นุ   ตวํ   ภารทฺวาช   ฯลฯ   โปตานํทาสิ   นิกฺกายนฺติ

                    (9) เดิน   นุ ดังกูถามออพราหมณ์เฒ่า อันเป็นพงศ์เผ่าภารัทวาชเพศ อิเม อาเนสิ ทารเก สองดรุณนเรศนี้ออเฒ่าได้มาจากสถานใด สักกี่วันจึงบรรลุถึงกรุงไกรกูในวันนี้ เต้น   ธชีก็นบนิ้วประณมบังคมทูล ว่าข้าแต่นเรนทร์สูรสญชัยราช เต ทารกา อันว่าดรุณน้อยนาถทั้งสององค์ เป็นโอรสสมเด็จพระเพศยันดรพงศ์พุทธางกูร   อันทรงเสวยสุขสวัสดิ์ไพบูลย์บรรพชิตเพศ   ในวงกตสิขเรศคีรีรมย์ ด้วยพระทัยเธอมุ่งมาดพระปรมาภิเศกเอกอัครอุดมอดุลดวงดิลก ท้าวเธอมายอยกปิยปุตตทาน ให้แก่ข้าพฤฒาจารย์ผู้ยากจน ด้วยพระราชศรัทธาแท้ทางกุศลแสวงหา ปรมรรถมิ่งโมลีโลกอุดร แต่ข้าพาสองบังอรบรรลุถึงกรุงไกรเข้าในวันนี้ พอครบสิบห้าราตรีนะพระพุทธเจ้าข้า      เดิน   จึงตรัสว่าหาหาธชี มึงนี่มาพาทีมุสาเสกแสร้งแกล้งหลอกลวง ควรแลหรือพระลูกรักดังดวงกมลหฤทัย ดังฦๅตัวผู้ใดใครผู้นี้ จะมายอมยกให้เป็นทาสขาดแก่ธชีดูนี่ก็ผิดทาง เออก็เอ็งจะอาจอ้างเอาอันใดเป็นที่อิง ก็ยังไม่เห็นจริงประจักษ์ใจ เกน วาจาเปยฺเยน หรือว่าเองประโลมลวงล่อพระลูกกูไฉนฉะนี้ ให้บริจาคสองกุมารีราชนัดดา ดูนี่ก็เกินศรัทธาที่จะทำทาน เต้น   พระพุทธเจ้าข้า สุดแท้แต่ว่าพระปัญญาจะหยั่งลงทรงพระวินิจฉัย โย เวสฺสนฺตโร อันว่าพระเวสสันดรพระองค์ใด เป็นปิ่นปักหลักชัยแก่ฝูงยาจกผู้คนจน ธรณี ริว เปรียบเหมือนพสุธาดลอันหนาแน่น เป็นที่พำนักแก่แสนสรรพสัตว์สิ้นทั้งปวง ถ้ามิฉะนั้นเปรียบดังหนึ่งว่าห้วงมหรรณพนที อันเป็นที่เปรมปรีดิ์แก่ฝูงสัตว์ ดุจน้ำพระทัยบรมกษัตริย์ อันทรงพระราชศรัทธาแท้ในทางทาน อันนี้แหละนะข้าพระพุทธเจ้า อาจอ้างเอามาเป็นพยานของข้าธชี

                    (เดิน)   วันนั้นหมู่มุขมนตรีอำมาตย์ราชเสวก เมื่อได้ฟังชูชกชักธรรมเนียมมาเปรียบปราย ต่างๆ ก็มามั่นหมายเห็นจริงประจักษ์แจ้งในใจความของพราหมณ์ ต่างคนต่างก็มากล่าวความวิปวาท เต้น   ว่า โภนฺโต เมาะ นครวาสิโน ดูกรชาวเราประชาราษฎร์สิ้นทั้งปวง อันมาสโมสรประชุมยังหน้าพระลานหลวงในครั้งนี้ นิสาเมถ จงมาพิจารณาในเนื้อคดีของพระเวสสันดร ปางเมื่อท้าวเธอเสวยสุขสวัสดิ์ในพระนครอันไพบูลย์ ก็มาทรงประสาทคเชนทรตระกูลเกิดเป็นศรีเมือง จนไพร่ฟ้าประชาชนเขาชวนกันแค้นเคืองให้เนรเทศ ออกไปพฺรหาหิมเวศกุฎีดง ดูนี่ก็ผิดขัตติยะประเพณีอย่างโบราณ ถ้าแลว่าท้าวเธอทรงพระราชศรัทธาในทางทานแท้ ก็ควรจะบริจาคแต่เพียงมิ่งม้ามงคลราชรถคชชาติราชทรัพย์ทั้งปวง กถํ นุ ปุตฺตเก ทชฺชา เออนี่ไฉนมาเสียสละพระเยาว ยอดปิโยรสดังดวงพระนัยน์เนตร ดูนี่ก็ผิดเพศพิสัยทานประเพณี

                    (เดิน)   วันนั้นพระชาลีศรีเยาวราชกุมารได้ทรงฟัง พระกมลมาตั้งอยู่ในกตัญญูรู้พระคุณสมเด็จพระบิดา มิอาจที่จะอดกลั้นคำครหาวิปวาท หมายจะป้องกันคำนินทาแห่งอำมาตย์สิ้นทั้งปวง เปรียบประหนึ่งว่าขุนเขาหลวงพระสุเมรุ อันต้องลมประลัยโลกให้อ่อนเอนเอียงลง มีมหิทธิเทพเจ้าเอาพระกรทั้งสองเข้าประคองให้คืนคงตรงดังเก่า จึ่งกราบทูลพระปู่เจ้าจอมพิภพสีพี           ขึ้นสูง   ว่า ปิตามหา ข้าแต่สมเด็จพระอัยกาธิบดีบรมนาถ ควรแลหรือหมู่อำมาตยากร มันชวนกันมาประมาทหมิ่นบดินทรบิดาได้ดั่งนี้ เพราะพระองค์เสด็จนิราศรัตนบุรีไปสู่ป่า มันจึงชวนกันนินทาค่อนไค้ได้ไม่กริ่งเกรง พระอัยกาเจ้าเอ๋ย แต่ต่อหน้าพระที่นั่ง ยังไม่ยำเยงมาหยาบคายหมายว่าตกยาก ยสฺส นาสฺส ฆเร ทาโส เออก็เมื่อพระปิตุรงค์ทรงเสวยทุกข์ลำบากผนวชเป็นชีไพร จะเอาพระราชทรัพย์สิ่งใดมาทำทาน เห็นแต่หน้าพระปิยบุตรสุดสงสารทั้งสองพระองค์ จึงสู้เสียสละพระกมลประสงค์แสวงหาวิสุทธิสมบัติ เป็นเยี่ยงอย่างบรมโพธิสัตว์สืบๆ กันมา เออก็การอะไรเล่ากับอ้ายเหล่าพวกพาลหมู่มิจฉาหินชาติ มันมาแกล้งกล่าวสบประมาทได้ดังนี้ พระองค์ยังทรงวินิจฉัยชอบด้วยมนตรีแลหรือ พระพุทธเจ้าข้า

                    (เดิน)   ราชา สญฺชโย ส่วนสมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัยได้ทรงสดับสาร จึงมีพระราชโองการตรัสปลอบประโลมพระชาลีศรีสุริยวงศ์เยาวราช ว่า ขึ้น   โปตก ดูกรพ่อผู้เผ่าพงศ์องค์อิศวราธิเบศรเกศกษัตริย์ ดังหรือพ่อจะมาถือพระทัยโทมนัสบ่บังควร ปสํสาม เราทั้งหลายนี้ก็ชวนกันชื่นชมซึ่งบรมมิ่งมหาทาน ของพระพ่อเจ้าอยู่ดอกนะพระเจ้าหลานอย่าพิโรธ นาวนินฺทาม ดังหรือตัวผู้ใดใครจักอาจอ้าโอษฐ์ออกมานินทาเล่า ตุเมฺห ทตฺวา วนิพฺพเก เออขณะเมื่อพระพ่อเจ้าทรงสละพระหลาน ให้เป็นทานแก่พฤฒาจารย์ผู้นี้ ดวงพระพักตร์ของพระพ่อเจ้านี้ เอี่ยมละอองผ่องฉวีเปรมปราโมทย์ หรือว่ามีพระกมลมาโนชญ์แหนงพระทัย เจ้าจงเล่าแก่พระอัยกาไปแต่เดิมมา

                    (เดิน)   พระชาลีจึงนำเอาคำแก้วกัณหา อันทรงพระโศกาพิลาป กลับมากราบทูลตามมูลคดีอันมีอยู่ในกัณฑ์กุมารบรรพ ให้พระอัยกาเจ้าทรงสดับโดยพิสดาร ในกาลบัดนั้นแล

                    (10) เดิน   ราชา สญฺชโย สมเด็จพระจอมมกุฎผู้ผ่านพิภพสีพี เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระชาลีนัดดานาถ ยังนั่งอยู่ในสำนักพฤฒาชาติไม่ห่างไกล ท้าวเธอจึงตรัสปราศรัยโดยสุนทรบัณฑูรว่า ขึ้น   โปตก ดูกรพระหลานแก้วเกศตระกูลมกุฎวงศ์ อันสมเด็จพระบิตุรงค์ราชมารดาของเจ้า ก็เป็นพงศ์เผ่าเหล่ากษัตริย์สมมติเทเวศร์ ปุพฺเพ แต่ปางก่อนพ่อผู้เป็นหน่อนเรศราชนัดดา เจ้าเคยเฝ้าพระอัยกาสนิทแนบนั่งเหนือพระเพลา บัดนี้ไฉนพระกิริยาเจ้าจึงมาเปลี่ยนแปลก ตะละหนึ่งว่าแขกมิคุ้นเคย กินฺนุ ติฏฺฐถ ไยพ่อจึงมานั่งนิ่งเฉยให้เหินห่าง อย่างประหนึ่งว่าคนอื่นเจียวนะพระหลานเอ่ย

            (ขึ้น)   พระชาลีจึงกราบทูลเฉลยพระราชโองการว่า พระพุทธเจ้าข้า ซึ่งทรงพระกรุณานับเนื่องในพระประยูรวงศ์ พระคุณของพระองค์ก็เป็นล้นเกล้า ทาสา มยํ แต่ตัวข้าพระพุทธเจ้าสิยังเป็นทาส ดังหรือจะอุกอาจขึ้นไปนั่งร่วมบัลลังก์รัตน์วราภิรมย์ ดูนี่ก็ไม่ประเสริฐสูงสมพิสัยศักดิ์ ตสฺมา ติฏฺฐาม อารกา เหตุฉะนั้นพระหลานรักจึงเจียมตัวด้วยกลัวอาย เกรงเกลือกว่าจะเคืองระคายฝ่าพระบาท จึงเฝ้าอยู่แต่ห่างๆ อย่างทำนองทาสแต่เพียงนี้

                    (เต้น)   สมฺม เหม่ ดูหรือนะพ่อชาลีชะลิ้นลม ช่างคมคายเหมือนใครไฉนฉะนี้ จิตกายํว เม กาโย ดุจหนึ่งว่ามีบุคคลเอาคบไฟเข้ามาลามลนทั่วสกลอินทรีย์ ถ้ามิฉะนั้นดุจดังนั่งเหนือกองอัคคีเชิงตะกอน ให้กลัดกลุ้มรุ่มร้อนไม่รู้วาย ดังว่าดวงพระหฤทัยจะแตกพังทำลายไปเจ็ดภาคในครั้งนี้ จะหยุดยั้งพระอิริยาบถทั้งสี่ไม่มีสุข ภิยฺโย โสก ชเนถ มํ เจ้าอย่ามาเพิ่ม พ่ออย่ามาเติมเทวษทวีทุกข์ให้พระอัยกาอีกเลย   พระหลานเอ๋ย   ปู่นี้จะถ่ายเจ้าด้วยสิ่งแสนสิริสมบัติ   พิพัฒนโภไคย มไหศุริยสิ้นทั้งปวง มิให้พระหลานหลวงตกเป็นทาสขาดอยู่แก่ธชี กิมคฺฆิยํ หิ โว ตาต เออก็เมื่อพระพ่อบริจจาคเจ้าทั้งสองนี้ให้แก่เฒ่าชรา มีพิกัดคาดค่าเจ้าสักเท่าไร เจ้าจงเล่าแก่พระอัยกาไปเถิดนะพระเจ้าหลาน

                    (ขึ้น)   พระชาลีก็กราบทูลสนองพระราชโองการว่า พระพุทธเจ้าข้า สมเด็จพระบิดาเธอตรัสสั่ง มํ ซึ่งเกล้ากระหม่อมฉันพันตำลึงทอง กณฺหาชินํ กญฺญํ แต่พระนุชน้องนาฏแก้วกัณหา เธอทรงพระพิกัดคาดราคาด้วยพระราชทรัพย์สิ่งละร้อยๆ กับสุวรรณไม่น้อยร้อยตำลึงทองเข้าด้วยกัน

                    (ขึ้น)   จึงตรัสว่า อ้อ เท่านั้นดอกหรือนะพระเจ้าหลาน เต้น     กตฺเต เหวยนายนักการ ตรมาโน ใครนั่งอยู่นั้นหวา จงไปเบิกสิ่งของมา พฺราหฺมณสฺส อวากร เอามานี่กูจะพระราชทานให้แก่พฤฒาจารย์ อำมาตย์รับพระราชโองการแล้วมิช้า ไปมะนิมมะนาเบิกพระราชทรัพย์มาให้แก่ชูชกพฤฒาจารย์ แล้วท้าวเธอซ้ำพระราชทานปรางค์ปราสาทเจ็ดชั้นเป็นรางวัลแก่ธชี ด้วยว่าตาแกมีสามิภักดิ์พาพระเจ้าหลานรักมาสู่สมบรมโพธิสมภาร

                    (เดิน)   โส ชูชโก ส่วนว่าชูชกพฤฒาจารย์ เมื่อตาแกได้รับพระราชทานสินไถ่พระชาลีแม่กัณหา เป็นต้นว่าทาสกรรมกรชายหญิงสิ่งทรัพย์โคคาวี ธชีก็ขึ้นสู่ปรางค์ปราสาทสบายใจ มหาสยน ออเฒ่าก็นอนเหนือที่นอนใหญ่นั้นแล

ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต   สตฺถา อาห

นิกฺกีณิตฺวา   นหาเปตฺวาน   ฯลฯ   สิญจ   โภเคหิ   อตฺรชนฺติ

                    (11) เดิน   ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลวิสุทธิสิกขา ราชา สญฺชโย สมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัยไตรภูวนาถ นิกฺกีณิตฺวา เมื่อท้าวเธอไถ่พระนัดดานาถแล้วมิช้า พระกรก็โอบอุ้มแก้วกัณหาจูงพ่อชาลี ประโลมลูบจูบพระเกศีสองสุริยวงศ์ ส่วนสมเด็จพระจอมมกุฎอนงค์องค์พระอัยกี กับแสนสุรางค์นางนารีราชกัญญา พระประยูรญาติวงศาสะพรึบพร้อม ชวนกันมาแวดล้อมอยู่แออัด ต่างพระองค์ก็ทรงพระโสมนัสปรีดา นหาเปตฺวาน แล้วเชิญทั้งสองดรุณราชนัดดาสรงสนานสุคนธ รสวารี ชำระพระสรีระอินทรีย์วิไลเลิศ ถวายเครื่องเสาวคนธ์อันประเสริฐสำองค์องค์ แล้วเชิญสองสุริยวงศ์ให้เสวยสุทธาโภชน์ ล้วนแล้วด้วยมธุรเอมโอษฐ์อันโอชา สมลงฺกริตฺวา ให้ประดับประดาพระองค์ทรงพิพัฒนภูษิต สรรพางค์พรรณพิจิตรอลังการ แล้วจึงให้แต่งเครื่องสมโภชพระเจ้าหลานโดยขนาด บายศรีหิรัญรัตนามาศทั้งสามสำรับ ท้าวเธอจึงตรัสบังคับแก่ชาวพนักงานให้จัดการแต่งบายศรี ให้หาช่างที่อย่างดีฝีมือเก่าการช่างแกะ เลือกจัดคัดแคะที่คนสำคัญ แนะประกอบประกวดกันเป็นหลายกอง ยกขึ้นปักเสียบประทับเทียบทุกช่องทั้งเจ็ดชั้น ดูโสภาสารพันน่าทัศนา ย้ายเต้น   ให้ประดับประดาล้วนแล้วไปด้วยแก้วเพชรพลอยนิล เลือกเอาเนาวรัตน์จัดใส่ให้สิ้น แสงเพชรแสงนิลให้สิ้นทั้งนั้น ช่องปรุกุดั่นทุกชั้นกนก ช่อห้อยช่อหกกนกแกมกัน กระจายหลายพรรณพื้นพลอยมรกต ปรุช่องทองใส่ก้านใบเขียวสด ช่างพลอยมรกตสีฉ่ำน้ำทอง เห็นงามเรืองรองเอาทองแกมแก้ว สีใสไวแววทุกแถวกระจัง ช่อห้อยช่อตั้งฝังด้วยพลอยนิล สลับดอกปิ่นเอานิลแกมช่อ ปรุปล่องทองล่อเอาช่อแกมกิ่ง กนกเพริศพริ้งก้านกิ่งชิงกัน กนกเฉิดฉันเครือวัลย์กนกลาย เห็นงามเฉิดฉายลายด้วยพื้นทอง เอาเพชรเป็นช่องกรองดอกไม้ไหว ประดับอำไพพิศดูเห็นงาม แอร่มอร่ามเห็นงามเฉิดฉิน มรกตกับนิลสิให้แกมประดับ มรกตสลับแกมกับทับทิม อิงแอบแนบริมจดจิ้มเป็นแถว มุกดาผ่าแววผ่องแผ้วพรายพริ้ง แกะกนกคาบกิ่งงามจริงยิ่งยวด เฟื่องฝังบังอวดลวดลายดอกแกม เพชรแนบแกมสิ้นกลีบกลับสลับนิลมีจินดาปู พลอยพลามวามวู่พิศดูดูเฉิด นิลระบายฉายเฉิดลายเลิศช่วงแสง สีเขียวขาวแดงหยาดย้อยอยู่ระยับ จึงเอาแก้วแกมประกับประดับทับทอง โมราร้อยกรองช่อช่องวิเชียร สีแสงแพลงเพี้ยนจัดเจียนบรรจง บ้างระบุปรุโปร่งเพชรโสร่งเรืองรุ่ง แก้วรายสายรุ้งผุดพุ่งอำไพ มรกตใสเจียระไนมณีนิล มณีสีอินทร์จินดาประพาฬ เข้าประสานประสมศรี เดิน   จึงเอาแก้วมณีมาทำเป็นแวว ครั้นสำเร็จเสร็จแล้วมิช้า ย้ายเต้น วิเศษซ้ายขวาเข้ามาจัดเครื่อง จานขาวเขียวเหลืองแก้วเฟื่องเจียระไน ยอดเหมนั้นใส่ฟองไก่ข้าวขวัญ พุ่มเพชรเจ็ดชั้นคั่นนิลช่อห้อย กระจังตาอ้อยพลอยแก้วสุรกาญจน์ พอบ่ายก็เสร็จสำเร็จบายศรียกขึ้นที่แท่นถาน ทิศบูรพ์เบิกบานพฤฒาจารย์จัดแจง แว่นวิเชียรเทียนชัยตั้งในตำแหน่ง ขันข้าวสารสรรแสร้งกระแจะแป้งปรุงปรน สำหรับสืบกษัตริย์เพิ่มพิพัฒน์ศุภผล นาลิเกแกมกลไสยมนต์พิธี พร้อมทั้งอำมาตย์ทุกกรมนักสนมเสนี สังข์แตรดนตรีทุกหมู่มีมากมาย พระจอมพิภพมไหศูรย์เพิ่มพูนพักตร์ผาย พระวงศาเชื้อสายหมอบรายเรียงถ้วน เหนือแท่นทิพยพิธี ชมบายศรีแย้มสรวล เห็นถูกที่ถี่ถ้วนเขบ็จขบวนแบบโบราณ เดิน   จึงให้หาพฤฒาจารย์สะพรึบพร้อม ประณตนั่งประนังน้อมประณมเนียน ให้เบิกแว่นเวียนเทียนมาแต่ขวา แล้วอัญเชิญพระขวัญรำพันว่า ขึ้น  พระพักตร์เพียงจันทราของพระอัยกาเอ๋ย เชิญมาชมเชยพระนครเชตุดรอันพิศาล พระชนมานจงยืนยิ่ง ขวัญพระมิ่งเมืองจงเสด็จมา ดังปู่นี้ตรัสหานั้นแล

                    (12) เดิน   ราชา สญฺชโย สมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัย เมื่อสมโภชพระเจ้าหลานแก้วแล้วไซร้จึงตรัสว่า เต้น     อมฺม ตาต ดูกรพ่อชาลีแม่กัณหา พระบิดามารดาของเจ้าทั้งสองยังค่อยครองพระชนม์ เที่ยวแสวงหาผลาผลพอขบฉันอยู่หรือไฉน อันภัยพาฬมฤคร้ายกาจยังจะมากระทำร้าย ทั้งความสบายยังมีอยู่หรือทุกข์ยากเป็นประการใด เจ้าจงเล่าแก่พระอัยกาไปเถิดนะพระเจ้าหลาน พระชาลีจึงกราบทูลสนองพระราชโองการว่า ขึ้น     พระพุทธเจ้าข้า ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดประภาษถามถึงพระทุกข์ยากนั้น พระพุทธเจ้าข้า อโรคา พระคุณทั้งสองยังค่อยครองพระชนม์ แสวงหาผลาผลพอขบฉัน มูลผลา พหู ได้มาก็ครามครันเป็นเครื่องป่า พาฬมิคากิณฺเณ ทั้งหมู่สัตว์จัตุบาทน้อยใหญ่นั้น ก็มิได้เบียดเบียนมายายี ด้วยเดชะพระบารมีของพระพ่อเจ้า ย่อมเย็นเกล้าทุกอกสัตว์ มิได้ก่อวิบัติมาเบียดเบียนแก่กันเลย พระอัยกาเจ้าเอ๋ย สา อมฺมา โอ้ โอ๋สงสารแลแต่พระแม่เจ้า เมื่อเวลาเช้าเธอขวายขวน ทั้งไม้สีฟันแลน้ำบ้วนพระทนต์ทุกเวลา แล้วก็ประโลมข้าทั้งสองศรี เมื่อพระแม่มัทรีจะเข้าไปสู่ป่า ขนนฺตา เมื่อเที่ยวเสาะแสวงหาผลาผลมูลเผือกมัน ฉุดกระชากลากมาแต่ป่า โกลมฺพลา ตกฺกํ เวฬุ ทั้งผลพุทราส้มสุกใส่กระเช้า ทั้งผลมะตูมแตงเต้าตามแต่จะได้มากน้อยเท่าใดก็ดี สา โน อาหจฺจ โปสติ เธอมิได้คิดเลยที่จะเหนื่อยลำบาก กลัวแต่ว่าลูกผัวจะอดอยากอุตส่าห์หาบมาเลี้ยงกันทุกวันทุกเวลามิได้ท้อ พระคุณเจ้าเอ่ย แต่เช้าจะได้ฉันจนสายัณห์เย็นระย่อเข้ายามค่ำสนธยา โน ทิวา จะได้กินกลางวันสักเวลาหนึ่งก็ไม่มีเลย พระอัยกาเจ้าเอ๋ย ควรมิควรใช่การของข้าชาลีจะกราบทูล เกลือกว่าท้าวเธอจะทรงอาดูรดำริเห็นมิบังควร จะว่าชาลีนี้ทูลลามลวนละเลิงถ้อย ด้วยเป็นเด็กลูกเล็กน้อยนี้หรือ จะพลอยเข้ามาพูดพลอดช่างสอดแซง ใช่ว่าหลานน้อยนี้จะแกล้งกล่าวกลอุบาย กระทบกระเทียบเปรียบปรายท้าวเธอนั้นหาบ่มิได้ แต่ถ้าว่าไม่ทราบในน้ำพระทัยของพระอัยกา ขึ้นชื่อว่าสัตว์โลกที่เกิดมาสิ้นทั้งปวง ประกอบไปด้วยกิเลสยังมิได้ลุล่วงพระนิพพาน ย่อมจะมีสันดานหนาด้วยสิเนหารักใคร่ คือจะรักสิ่งใดเสมอลูก อันบิดาแล้วย่อมมีหฤทัยผูกถึงลูกนี้ไม่ลืมเลย พระอัยกาเจ้าเอ๋ย สมเด็จพระบิดานั้นนับว่าเป็นหน่อกษัตริย์สมมติเทวราช แต่มาระแวงผิดด้วยประสาทพญาคชสาร อันเป็นสัตว์ดิรัจฉานชาติฉะนี้ ตกแต่ว่าจะยิ่งกว่าพระปิยบุตรสุดสงสารศรีนครอีกหรือไฉน พระคุณเจ้าเอ๋ย ยังไม่อาลัยมาลืมละพระเจ้าลูกเสียก็ได้ ไม่เล็งเห็นว่าหายากเป็นยอดกษัตริย์หลักชัยสมบูรณ์เวียง เฝ้าแต่ฟังเอาเสียงพวกไพร่ฟ้า ปพฺพาเชติ จึ่งมาขับพระบิดาหลานเสียจากเมือง ให้หายความแค้นเคืองไปอยู่ไพร ยากที่จะอาศัยสิ่งอันใดมาอ้างอิง เดิน   เออนี้ก็จริงเจียวหนอพ่อชาลี แต่เดิมทีปู่หลงแล้วพระหลานเอ่ย เจ้าอย่าเสวยพระโศกา ด้วยปู่นี้ยังมิทันพิจารณาให้แจ้งก่อน เพราะว่าราษฎรมันมากลุ้มรุมกันกล่าว พระอัยกาเจ้านี้ก็มาเคลือบแคลงหลงฟังแต่คำของไพร่ฟ้า ปพฺพาเชสึ จึงมาขับพระบิดาเจ้าเสียจากวัง สิวีนํ วจนา ชิชะมันช่างชั่วเสียจริงจังเจียวหนอ มันดีก็แต่คำป้อยอให้ปู่นี้เชื่อฟัง จนดรุณหน่อเนื้อดังดวงนัยนาของปู่นี้ต้องปัพพาชนียกรรม แล้วมิหนำมันยังซ้ำให้ปู่นี้โกรธ มันยกเอาแต่อธิกรณโทษมาเสกใส่ พระบิดาเจ้านี้หรือดั่งธงชัยของชาวเมือง เออนี่ก็เนื้อแท้ว่ากรรมมาทำเคืองให้แก่พระอัยกา พ่อชาลีเจ้าเล่าแล้วน่าเวทนาซึ่งทุกข์ยาก ปู่นี้ได้ฟังก็เห็นลำบากแก่ตา ยํ เม กิญฺจิ อิธ อตฺถิ อนึ่งแสนสัตตพิธรัตน์โภคาของปู่มีอยู่อักโขมโหฬารนับบ่มิได้ เจ้าจงออกไปอาราธนา เอตุ เวสฺสนฺตโร ราชา จงเชื้อเชิญนิมนต์พระบิดาเจ้า เข้ามายังกรุงแก้วเกษมสันต์ เหมือนดังเก่ากระนั้นเถิดนะพระหลาน      ขึ้น พระชาลีจึงกราบทูลพระราชโองการว่า ซึ่งทรงพระกรุณาจะให้ชาลีนี้ยกพลออกไปรับเสด็จ เกลือกว่าจะทรงเคลือบแคลงระแวงว่าเป็นความเท็จไม่เชื่อฟัง ขอเชิญพระบาทยาตราพลออกไปยังวงกต ตรัสประโลมเล้าพระโอรสด้วยพระองค์ สิญฺจ โภเคหิ อตฺรชํ จะได้อภิเษกให้เป็นเอกอัครราชดำรงราชาฉัตร มอบมิ่งมไหศุริยสมบัติสืบสุริยวงศา บำรุงราษฎรนิกรประชาแก่พระลูกเกิดกับอก ตามชนกประเพณี ในพระนครสีพีนี้แล้วแล

ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต   สตฺถา   อาห

ตโต   เสนาปตึ   ราชา   ฯลฯ   กุฎุมฺพา   ทินฺทิมานิ   จาติ

                    (13) เดิน   ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสังวรวิสุทธิ์ ราชา สญฺชโย ปางเมื่อสมเด็จพระจอมมกุฎผู้ผ่านพิภพสีพี เมื่อทรงสดับสาส์นพระชาลีศรีราชดนัย ก็เบิกบานพระหฤทัยชื่นชอบ                  เต้น     จึงตรัสตอบว่าพระนัดดากล่าวมานี้ ก็ต้องตามระบอบบุรพประเพณี พระอัยกานี้ก็จะเร่งรีบไปรับเอง พระพ่อเจ้าท้าวเธอจึงจะไม่กริ่งเกรงรังเกียจรังกล เจ้าจงเป็นมัคคุเทศก์นำพหลไปยังวงกต ซึ่งเป็นตำแหน่งศิวาศรมบทของพระบิดา อชฺฌภาสถ แล้วท้าวเธอจึงมีพระบัญชาตรัสประภาษ ว่าเหวยหมู่มุขอำมาตย์ราชมนตรี จงรีบเร่งตระเตรียมจตุรงคโยธีทั้งสี่หมู่ จะยกไปรับพระลูกกูเกษมสัตย์ คืนเข้าสู่บุรีรัตน์ราชเสมา บรรดาพวกพราหมณ์ปุโรหิตโหราพฤฒามาตย์ ฝูงอาณาประชาราษฎร์สิ้นทั้งปวง จงตามเสด็จในกระบวนทัพหลวงสิ้นด้วยกัน อีกทั้งพวกพลขันธ์สหชาติทั้งหกหมื่น อันร่วมวันทันคืนบังเกิดมา กับพระบรมราชโอรสาศรีสุริยวงศ์ ให้ตกแต่งบรรจงบรรเจิดกาย เป็นเหล่าๆ แลหลากหลายระคนกัน บางพวกก็นุ่งห่มนิลวัตถาพรรณรูจี บางพวกก็ประดับด้วยแสงสีเหมือนชาด บางพวกเล่าก็เหลืองประหลาดเล่ห์ดังสีทอง บางพวกก็ขาวผ่องบริสุทธิ์สรรพางค์ แสนสหชาติเสนางคนิกรโยธาให้พร้อมเสร็จ ถึงวันคำรบเจ็ดจะเสด็จยุรยาตรา ออกจากพระนครพารานั้นแล

                    (14) เดิน   ขณะเมื่อสมเด็จบรมกรุงกษัตริย์ ตรัสให้เตรียมจัตุรงคโยธา จะยกไปรับพระลูกยาอดุลดวงดิลก ฝ่ายว่าเฒ่าทลิทกชูชกพฤฒาจารย์ ก็บริโภคซึ่งอาหารเหลือขนาด จนเตโชธาตุมิอาจเผาผลาญให้อาหารนั้นย่อยยับไปได้ อ้ายเฒ่าจัญไรก็ทำกาลกิริยา แล้วสมเด็จบรมนราจึงให้ทำฌาปนกิจ แล้วบรมบพิตรให้ป่าวร้อง หาพวกพ้องเหล่าพี่น้องของธชี ทั่วจังหวัดนครสีพีก็ไม่พบสักคน ท้าวเธอจึงให้ขนทรัพย์สิ่งของๆ ตาเฒ่าทั้งปวง คืนเข้ายังท้องพระคลังหลวงนั้นแล

ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต   สตฺถา   อาห

สา   เสนา   มหตี   อาสิ   ฯลฯ   ยตฺถ   เวสฺสนฺตโร   อหูติ

                    (15) เต้น     สตฺตเม ทิวเส ในวันที่เป็นคำรบเจ็ดจักเสด็จยกพยุหยาตรา แสนสุรเสนาสิ้นทั้งปวง ก็จัดแจงแต่งตามกระทรวงพนักงาน โดยพระราชโองการตรัสสั่ง เร่งรัดตระเตรียมตั้งแต่ราตรี พลช้างเอาช้างออกยืนที่ตามตำแหน่ง พลม้ายืนม้าแซงประจำซอง พลรถเทียบรถทองอยู่รายเรียง พลราบเดินเท้าเข้าประจำคู่เคียงเป็นขนัด ขุนสารวัตรวิ่งตรวจตรา ทั้งกระบวนพยุหซ้ายขวาแลหน้าหลัง ทุกหมวดหมู่ดูสะพรั่งสะพรึบพร้อม นั่งคอยรับเสด็จพระจอมมกุฎพิภพสีพี ส่วนพระสนมนารีราชกำนัล ก็ตกแต่งประกวดกันทุกองค์อนงค์นาง ล้วนศรีสวัสดิ์สำอางลออตา ผู้ใดเห็นก็ปรีดากมลชื่น แต่งองค์ทรงสุคนธรสรื่นระรวยรมย์ ทั้งวัตถาภรณ์นุ่งห่มนี่ก็แปลกกัน ล้วนแต่ลายสุวรรณวิลาสเลิศ ทรงสรรพางค์ประเสริฐสุภาภรณ์ ดูดุจองค์อินทรอัปสรสุนทรคณา อันสถิต ณ ทิพยไพชยันต์มหาพิมานมาศ มาแวดล้อมสมเด็จท้าวพัชรินทรเทวราชอยู่เรียงราย ฝ่ายพระสนมทั้งหลายก็ชื่นบาน ล้วนแต่จะเชยชมพนมพนัสสถานเถื่อนทุเรศ ในป่าพระหิมเวศแดนดง มานั่งคอยรับเสด็จสมเด็จพระผู้ทรงภพพสุธา ส่วนสมเด็จบรมกษัตรากษัตรีย์ทั้งสี่พระองค์ ก็เข้าที่ชำระสระสรงสินธุสนานสุคนธ์ธารอุทกธารา แล้วสวมทรงอลงกรณ์ศิริราชวิภูสนาขัตติยาภรณ์พร้อมเสร็จเสด็จยังเกยชัย แสนสุรชาติโยธีชุลีกรไสวอยู่เดียรดาษ ขณะนั้นทวิชาติชาวกลิงคราษฎร์ทั้งแปดนาย นำเอาช้างต้นมงคลเศวตไอยรามาถวายคืนดังเก่า ก็พอได้เวลามหาอุดมฤกษ์เข้าในขณะนั้น พระโหราลั่นฆ้องชัยให้มุหุติสัญญา เสียงสังข์แตรแซ่ศัพท์มหามโหระทึกกึกก้อง กลองชนะสนั่นเนียรนาท ท้าวเธอก็ให้พระชาลีศรีสุริยราชนัดดา ขึ้นทรงมงคลเศวตคชาคเชนทรปัจจัย เป็นทัพหน้านำพลาพลไกรล่วงลีลาศ ส่วนองค์พระอัยกาก็ทรงพาหนะหัศดินกรินทรราชเป็นทัพหลวง ตามกระทรวงพยุหบาตรา ส่วนสมเด็จพระอัยกีกับกุมารีรัตน์กัณหาชินานาฏ ก็ทรงอลงกตรถอาสน์ราชพิมาน อันป้องปิดมิดม่านกำบังองค์ แล้วรถประเทียบแสนสาวสุรางค์นางอเนกอนงค์นิกรกำนัลเป็นคู่ๆ ดูเป็นหลั่นๆ กันเรียงราย อุยฺยุตฺตา เมาะ ปยาตา พวกพลหัวหน้าก็คลี่คลายขยายเขยื้อน ยกพยุหยาตราคลาเคลื่อนออกจากบุรี เดินยัดเยียดเบียดสีกันสับสน สิบสองอโขเภณีมีประมาณพลโดยคณนา โกญฺจํ นทติ วารโณ ฝ่ายคชินทเรศเศวตคชาพิเชียรพิชัยปัจจยนาค ก็เปล่งเสียงก้องโกญจนศัพท์ประกาศกาหล คำรนนฤโฆษด้วยได้กลับมาเห็นเจ้าตน ก็มีกมลปราโมทย์ภิรมย์ปรีดาทั้งสำเนียงจัตุรงค์คณาม้ารถคชบทจรก็อึงเอิก เพียงจะพกเพิกแผ่นพสุธาดลกัมปนาท ธุลีตระหลบอบอากาศบดบังทิพากร เต้นสูง     เต เมาะ จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่าพระจอมมกุฎอดิศรทั้งสี่พระองค์ เสด็จเข้าพนาพงหิมวันต์ ก็พาพระสนมกำนัลนิกรกัญญา ชมอรัญญิกสาขาผลาผล ก็แกมกลทุกกิ่งก้าน พรรณวิหคหงส์ก็แข่งขานประสานเสียง เย็นเสนาะเพราะสำเนียงวังเวงไพร เสียงจักกระจั่นพรรณเรไรร้องระหริ่งเรื่อย ได้ฟังนี้ก็มาฉ่ำเฉื่อยชื่นอุรารมณ์ แล้วท้าวเธอทอดพระเนตรแนวสิงขรพนมเนินลำเนา ชะง่อนชะโงกโกรกเขาเกลื่อนแลเถื่อนถ้ำ ทุกหนแห่งตำแหน่งน้ำละหารธาร เสด็จประทับรอนแรมสำราญในราวเถื่อน แล้วก็คลี่คลายขยายพยุหคลาดเคลื่อนไปตามมรรคา กำหนดนับได้หลายทิวาและราตรี ขึ้นสูงส่ง     เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าสมเด็จพระจอมมกุฎโมฬีนฤเบศร์เพสสันดร เสด็จทรงศีลสโมสรภิรมย์ ด้วยองค์เอกอัครอุดมอดุลดวงกษัตริย์มัททราชบุตรี บำเพ็ญผนวชเนกขัมมบารมีมหาภริยบุตรทาน สถิตยังศิวาศรมบรมสถานประเทศที่ใด สี่กษัตริย์ก็ยกพยุหแสนยาพลานิกรไปถึงกระทั่ง ตํ ปเทสํ ยังประเทศที่นั้นแล ฯ

มหาราชปพฺพํ   นิฏฺฐิตํ

ประดับด้วยพระคาถา ๖๙ พระคาถา

เอวํ ก็มีด้วยประการดังนี้แล ฯ

(ปี่พาทย์ทำเพลงกราวนอก)

-----------------------

                    หมายเหตุ ตั้งแต่แหล่ 3 เป็นต้นไป ว่ากันว่าเป็นฉบับของ พระยาธรรมปรีชา (บุญ)  

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1