Wednesday, 26th of July 2017

กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร ๑๙ พระคาถา

กัณฑ์ที่ 1 ทศพร 19 พระคาถา

Untitled-01

 

 mc03

พระราชธรรมวาที
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส

 

มหาเวสสันดรชาดก

กัณฑ์ที่ ๑  ทศพร  ๑๙ พระคาถา

------------------------------

        ผุสฺสตี  วรวณฺณาเภติ  อิทํ  สตฺถา  กปิลวตฺถุสฺมึ  อุปนิสฺสาย  นิโคฺรธาราเม  วิหรนฺโต  โปกฺขรวสฺสํ  อารพฺภ  กเถสิ ฯ

            (๑)  ทำนองธรรมวัตร  สตฺถา  สมเด็จพระสรรเพ็ชญ์   ปางเมื่อพระองค์เสด็จอาศัยซึ่งกรุงกบิลพัสดุ์บุรี  เป็นที่ภิกขาจารทรงสำราญพระพุทธหฤทัย   ในนิโครธารามบรมพุทธาธิวาส   แห่งศากยราชร่วมพระประยุรวงศ์บริวัตร   อารพฺภ  ทรงปรารภซึ่งฝนโบกขรพรรษให้เป็นอุบัติเหตุ   กเถสิ  จึงตรัสเทศนาพระมหาเวสสันดรชาดก   ให้เป็นผลาดิลกยอดยิ่งพระญาณ   พระอรหันต์นับประมาณห้าร้อยพระองค์   แต่ล้วนทรงพระปฏิสัมภิทา   มีพระมหากัสสปเถระเป็นต้น   มีพระอานนท์เป็นปริโยสาน   อุปลักขิตนาการกำหนดด้วยบทต้นพระคาถาว่า   ผุสฺสตี  วรวณฺณาเภ  เป็นปฐมบาทดังนี้ก่อน

            (๒)  ยทา  กาลใดพระศาสดาจารย์   ได้ตรัสแด่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณยอดธรรมวิเศษ  พระองค์จึงตรัสเทศนาพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร   โปรดปัญจวัคคีย์ภิกษุทั้งห้า   แล้วพระองค์ก็เสด็จไปยัง  ราชคฤห์บุรีโดยลำดับ   เสด็จยับยั้งอยู่สิ้นเหมันตฤดูในพระเวฬุวนารามมหาวิหาร   พระกาฬุทายีเถระเจ้าเป็นมัคคุเทศก์   ผู้แสดงทางพระพุทธดำเนินพระองค์จึงเสด็จพระพุทธลีลาโดยมรรคาครั้งนั้น   ล้วนพระขีณาสพอรหันต์เจ้าสองหมื่นชื่นชมตามเสด็จมิทันช้า   พระศาสดาก็เสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์บุรี   เป็นปฐมทีแรก   เสด็จประทับอยู่ที่ฝั่งชลธี   และมรรคาแต่ราชคฤห์มาถึงกบิลพัสดุ์ ไกลถึง ๖๐ โยชน์เป็นกำหนด   เมื่อสมเด็จพระบรมศรีสุคต  เสด็จพระพุทธดำเนินโดยอุตริตจาริกมิได้เร่งรีบ   ล่วงมรรคาวันละโยชน์ ๆ ถึง ๖๐ ราตรี   ก็บรรลุกบิลพัสดุ์มหานคร  เมื่อวันวิสาขบุรณมีเพ็ญเดือนหก  เป็นมหามงคลสมัย

             ปางนั้น พระบรมวงศ์ศากยราช   ทรงทราบว่าพระบรมโลกนาถศาสดาเสด็จมาถึง   จึงพร้อมกันทุกพระองค์ทรงพระปราโมทย์   ตรัสสั่งให้แต่งนิโครธมหาวิหาร   แล้วจึงประดับเครื่องอลังการทุกพระองค์   ทรงพระภูษาทุกุลพัสตร์พระหัตถ์ทรงเครื่องสักการบูชา   แล้วก็ปัจจุคมนาการเชิญเสด็จ   สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ให้ทรงพระที่นั่งเรือขนาน   จากชลธารถึงนิโครธารามบรมนิเวศน์   สมเด็จพระโลกเชษฐ์เสด็จประทับเหนือบวรพุทธอาสน์   ส่วนพระบรมญาติทุกพระองค์ทรงมานะทิฐิ   ต่างพระองค์ทรงพระดำริตริตรึกในพระทัย   ว่า สมเด็จพระสิทธัตถะมีพระบวรวิลาสสดใส   พึ่งจะทรงพระเจริญวัยหนุ่มนัก   ทั้งพระบวรลักษณ์ก็งามบริสุทธิ์   มีพระชนมายุคราวบุตรและนัดดา   เราจะอภิวันทนาดูไม่สมควร   ก็ชวนกันนั่งอยู่ในเบื้องหลัง  ยังพระราชกุมารหนุ่ม ๆ ทั้งนั้นให้ถวายวันทนา

             สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบพระอัชฌาสัย   กมลหฤทัยพระบรมญาติทุกพระองค์   อันทรงซึ่งมานะไปหมด   ควรตถาคตจะทรมานพระประยูรญาติ ให้ปราศจากมานะทิฐิ   สมเด็จพระผู้ทรงบุญศิริก็เข้าสู่พระจตุตถฌาน   มีอภิญญาณเป็นที่ตั้งดำรงพระองค์   เสด็จเหาะตรงขึ้นสู่นภากาศ   ประดุจจะยังธุลีละอองพระบาทให้เรี่ยรายลง   ถูกเศียรเกล้าพระบรมวงศ์ศากยราช   เปล่งพระฉัพพรรณรังสิโยภาสรุ่งเรืองสว่าง   อย่างพระยมกปาฏิหาริย์ ในมณฑลสถานไม้คัณฑามพพฤกษ์   ดูพิลึกเลิศมหัศจรรย์

            ลำดับนั้น   สมเด็จพระเจ้าศิริสุทโธทนะพุทธบิดาทอดพระเนตรเห็นมหัศจรรย์   ยกพระกรอภิวันทน์สรรเสริญพระพุทธเดชานุภาพว่า   ภนฺเต  ข้าแต่สมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้า   เมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์อุดม   พระพี่เลี้ยงนางนมข้างฝ่ายใน   เชิญเสด็จพระองค์เข้าไปจะให้วันทนานมัสการชฎิลดาบส   ปาเท  ปริวตฺติตฺวา  พระบาทบงกชทั้งคู่ดูดุจจะขึ้นประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งชฎิลดาบส   ข้าพระพุทธเจ้าก็ประณตน้อมนมัสการโดยคำนับ 

            วปฺปมงฺคลทิวเส  วันเมื่อข้าพระพุทธเจ้าทำวัปปมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในท้องสนามหลวง  พระพี่เลี้ยงทั้งปวงเชิญเสด็จพระองค์ไปบรรทมอยู่เหนือพระยี่ภู่   ปูด้วยผ้าทุกุลพัสตร์ ในบริเวณจังหวัดร่มไม้หว้า  ชมฺพุฉายา  เมื่อตะวันชายเงาไม้มิได้บ่ายไปตามตะวัน   บังกั้นพระองค์อยู่ดูประดุจทรงกลด   ครั้งนั้นข้าพระพุทธเจ้าก็ได้ประณตนอบนบเป็นคำรบสอง สามทั้งครั้งนี้   เมื่อสมเด็จพระบรมชนกาธิบดีศิริสุทโธทน์  ทรงพระปราโมทย์ถวายอภิวาท   เหล่าศากยราชสิ้นทุกพระองค์   มิอาจจะทรงมานะอยู่ได้ก็พร้อมกันถวายวันทนา

             นาโถ  สมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาจารย์   เมื่อพระองค์ยังพระประยูรญาติทั้งหลาย   ให้ถวายนมัสการทุก ๆ พระองค์แล้ว   จึงเสด็จคลาดแคล้วลีลาลงจากนภาดลอากาศ   เสด็จนั่งเหนือพระบวรพุทธอาสน์อย่างเอก   ขณะนั้นมหาเมฆอันใหญ่ตั้งขึ้นมา   ยังท่อธาราห่าฝนโบกขรพรรษ   ให้ปวัตตนาการเป็นท่อธารไหลไป   สีน้ำนั้นแดงใสบริสุทธิ์   แม้ว่ามนุษย์หญิงชายผู้ใด   ปรารถนาจะมิให้ถูกต้องกายแห่งตน   แม้มาตรว่าแต่ขุมขนก็มิได้ชุ่มไปด้วยน้ำน่าอัศจรรย์   ตกลงแล้วก็ไหลลั่นสนั่นไปในพื้นพสุธา   ส่วนพระบรมวงศ์ศากยราช   ทอดพระเนตรเห็นพุทธอำนาจมหัศจรรย์   ก็พากันทรงพระปราโมทย์   ออกพระโอษฐ์ตรัสว่ามหัศจรรย์ในครั้งนี้   แต่ก่อนไม่เคยมีเราไม่เคยเห็น   หากบันดาลเป็นด้วยอำนาจพุทธานุภาพพระบรมศาสดา  ตรัสแล้วก็น้อมพระเศียรเกล้าถวายบังคมลาสมเด็จพระมหากรุณาธิคุณเจ้า   ต่างเสด็จกลับเข้ายังพระราชวัง

             วีสติสหสฺสานิ  ฝ่ายพระอรหันต์สองหมื่นชื่นชมปรีดา สั่งสนทนากันว่า   แต่กาลก่อนมิได้เคยทัศนาเหมือนครั้งนี้   สตฺถา  สมเด็จพระชินสีห์สัพพัญญู   เสด็จมาสู่ที่ประชุมจึงตรัสถาม   ทรงทราบความตามเรื่องที่ภิกษุสั่งสนทนา จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหัศจรรย์ห่าฝนสวรรค์โบกขรพรรษ   ปวัตตนาการตกลงมาในที่ประชุมพระบรมญาติทั้งนี้   ย่อมมีมาแล้วแต่กาลก่อน   พระองค์ตรัสฉะนี้แล้วก็ทรงดุษณีภาพ   พระภิกษุทั้งหลายปรารถนาจะใคร่ทราบจึงทูลอาราธนา   สมเด็จพระศาสดาก็นำมาซึ่งอดีตนิทาน  ตรัสเทศนาว่า

            (๓) อตีเต  ภิกฺขเว  ดูกรสงฆ์ทั้งหลาย ในอดีตกาลล่วงแล้วแต่ปางหลัง   ยังมีบรมกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามพระเจ้าสีวิราชบรมกษัตริย์   เถลิงถวัลยราชสมบัติในกรุงสีวิราษฎร์บุรี   พระองค์มีพระราชบุตรพระองค์หนึ่งชื่อว่าสญชัยราชกุมาร   ครั้นทรงวัฒนาการเจริญวัย   สมเด็จพระราชบิดามอบสิริราชสมบัติให้ครอบครองพระพาราสีวิราษฎร์บุรี   อภิเษกกับพระผุสดีราชธิดา แห่งสมเด็จบรมกษัตราจอมจุฑามัททราช  พระเยาวมาลย์มาศมิ่งมกุฎผุสดี   แต่ปางก่อนพระนางมีมูลปณิธีได้ตั้งไว้   ตั้งแต่ภัททกัปนับถอยหลังลงไปได้เก้าสิบเอ็ดกัป   พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มาอุบัติในโลก   พระองค์เสด็จประทับอยู่ในพระวิหารเขม มฤคทายวัน   ใกล้พันธุมดีมหานคร

            กาลครั้งนั้น กษัตริย์พระองค์หนึ่งเสวยราชสมบัติในนคร   อันเป็นเขตขึ้นนครพันธุมดี   ส่งมาซึ่งสุวรรณมาลีวิมลมาศราชบรรณาการ   กับทั้งรัตตจันทนสารแก่นจันทน์แดง มาถวายแด่พระเจ้าพันธุมราช  พระองค์ก็ประสาทจันทนสารให้แก่พระผุสดี   สุวรรณมาลีดอกไม้ทอง   พระองค์ประทานให้แก่พระธิดาผู้น้องด้วยความเสน่หา   ส่วนพระราชธิดาทั้งสองก็มาตริตรองการ   เห็นแท้ว่ามิได้เป็นแก่นสารที่จะประดับในกาย  ควรจะนำไปถวายเป็นพุทธบูชา   สองพระราชธิดาจึงกราบทูลแด่สมเด็จพระปิตุราช   พระองค์ก็ทรงพระอนุญาตยอมอนุโมทนา   ด้วยพระราชธิดาทั้งสองพระองค์   ฝ่ายพระราชบุตรีผู้พี่นั้น   ก็ให้บดแก่นจันทน์เป็นวิเลปนะเครื่องลูบไล้   ใส่ลงในผอบทองอันบรรจงวิจิตร   ฝ่ายพระกนิษฐนารีผู้น้องน้อย ก็พลอยมีศรัทธา   จึงเอาสุวรรณมาลาดอกไม้ทอง   ให้นายช่างประดิษฐ์กรองกระทำเป็นสุวรรณมาลาเครื่องประดับอุรพางค์   แล้วพระนางโปรดให้สาวใช้หยิบยกไปสู่พระวิหาร   สรีรํ  ปูเชตฺวา  ฝ่ายพระเยาวมาลย์ราชธิดาองค์ใหญ่นั้น   ก็บูชาพระทศพลด้วยจุรณจันทน์   ที่เหลือนั้นก็เรี่ยรายปรายโปรยในสถานที่พระคันธกุฎี   พระนางก็ตั้งปณิธานวาทีด้วยบาทพระคาถาว่า

                    เอสา   จนฺทนจุณฺเณน                       ปูชา   ตุมฺเหสุ   เม   กตา

                    ตุมฺหาทิสสฺส   พุทฺธสฺส                       มาตา   เหสฺสํ   อนาคเต ฯ

            ภนฺเต  ข้าแต่สมเด็จพระผู้ทรงพระภาค   เอสา  ปูชา   อันว่าการสักการบูชา อันข้าพระพุทธเจ้ากระทำในพระองค์   ด้วยผงจุรณแก่นจันทน์นี้   ขอให้ข้าได้สมความยินดีเป็นพระพุทธมารดาพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล   อันทรงพระคุณวิเศษญาณปรากฏเหมือนดังพระองค์ฉะนี้

            ส่วนพระกนิษฐนารีผู้น้อง   ก็นำเอาดอกไม้ทองเครื่องประดับอุราบูชาสมเด็จพระบรมศาสดา   แล้วก็ตั้งปณิธานความปรารถนา   ในที่เฉพาะพระพักตร์พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า   พระนางกล่าวเป็นบาทพระคาถาว่า

                    ภนฺเต   สุวณฺณมาลาย             มยา   ตฺวํ   ปูชิโต   อาสิ

                    เตน   มยฺหํ   อุเร   โหตุ          มาลา   ปุญฺเน   นิมฺมิตา

            ภนฺเต  ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงทศพลญาณ   เดชะเกล้ากระหม่อมฉันกระทำสักการบูชาแก่พระองค์ด้วยสุวรรณมาลีเครื่องประดับสำหรับอุระนี้   ขอให้บุญราศีตกแต่งสำเร็จความปรารถนา   ให้ลายลักษณะวราบุปผาชาติพิเศษ   เกิดปรากฏในอุระประเทศแห่งข้าพระบาท   สมเด็จพระโลกนาถก็ตรัสอนุโมทนา   โดยบาทพระคาถาดังนี้

                    ยา   เจตฺถ  ทฺวีหิ  ตุมฺเหหิ         ปูชา   มยฺหํ   ปติฏฺตา

                    ตาย   อิชฺฌนฺตุ   ตุมฺหากํ                    ยถา   โว   ปตฺถนา   ตถา

            โดยพระบรมพุทธภาษิตว่า   อันว่ามโนปณิธานความปรารถนาดังนี้   ที่ท่านทั้งสองตั้งไว้เป็นอันดีในสำนักตถาคต   ขอจงให้สำเร็จสมมโนรถแก่ท่านทั้งสอง ด้วยผลานิสงส์ซึ่งได้กระทำพุทธบูชา   พระราชธิดาทั้งสองพระองค์ก็ทรงอภิรมย์เปรมปรีดิ์   ถวายนมัสการลาสมเด็จพระชินสีห์ แล้วเสด็จกลับยังปราสาท   พระพี่น้องสองราชนารี   ก็เกษมศรีเสวยสมบัติสิ้นกาลช้านาน   เมื่อสิ้นพระชนมานก็บังเกิดในสวรรค์   ครั้นอวสานที่สุดชาติ   พระราชธิดาผู้พี่ก็ได้เป็นพระบรมพุทธชนนีสมพระปรารถนา   ทรงพระนามว่าพระนางสิริมหามายาราชเทวี   ส่วนพระกนิษฐากุมารีผู้น้องนั้นครั้นจุติจากสวรรค์   ก็ได้มาบังเกิดในขัตติยพันธุ์เป็นพระราชธิดาพระเจ้ากิกิราช   ในศาสนาพระพุทธกัสสปชินสีห์   พระราชบุตรีกอปรด้วยฉัพพรรณรังสีสุวรรณมาลามาศ   ประดุจนายช่างผู้ฉลาดวาดเขียนเป็นเครื่องประดับพระอุระองค์อันรจนา   จึงทรงพระนามอุรัจฉทาราชกุมารี   เมื่อพระชนมายุได้สิบหกปีได้ฟังภัตตานุโมทนาสมเด็จพระสัพพัญญู   พระนางก็ตรัสรู้พระอรหัตต์   ตัดกิเลสเป็นสมุทเฉทปหาน   เข้าสู่พระนิพพานในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า  ราชา  สมเด็จพระเจ้ากิกิราช   พระองค์มีพระราชธิดาอื่นอีก ๗ พระองค์   ทรงพระนามต่างกัน คือ  นางสมณี  นางสมณโคตตา  นางภิกขุณี  นางภิกขุทาสิกา  นางธัมมา  นางสุธัมมา  นางสังฆทาสี

            (๔) ส่วนนางสุธัมมานั้นครั้นสิ้นชีพแล้ว ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทรงพระนามผุสดี   เป็นพระอัครมเหสีสมเด็จอมรินทรา   เมื่อบุพนิมิตปรากฏแก่พระผุสดีเทพกัญญา   เป็นเหตุจะจุติสิ้นพระชนมพรรษานิราศร้างจากทิพยสถาน   สกฺโก  เทวราชา  สมเด็จท้าวมัฆวานตรีเนตร   ทรงทราบเหตุปัญจบุพนิมิตห้าประการ   อันเกิดแก่พระเยาวมาลย์มิ่งมเหสี  จึงทรงพาเทพผุสดีไปยังแท่นที่นันทวโนทยาน  ยังพระเยาวมาลย์ให้บรรทมในแท่นทิพยไสยาสน์อันยิ่งยง   ท้าวเธอก็เสด็จทรงพระไสยาสน์ร่วมทิพยอาสน์ด้วยพระผุสดีเทพอัปสร   เมื่อท้าวเธอจะประสาทพรก็กล่าวเป็นบาทพระคาถา  ฉะนี้

                    ทำนองมหาชาติ

                              ผุสฺสตี   วรวณฺณาเภ   ฯลฯ       วเร   ทส   ปเวจฺฉโต

            (๕)  เดิน สกฺโก  สมเด็จอมรินทราธิราช   จึงมีเทวราชบัญชาตรัสประภาษว่า   ขึ้น  ภทฺเท  ดูกรเจ้าผู้มีสุนทรพักตร์   กอปรด้วยศุภลักษณ์อันพิเศษหาผู้จะติเตียนมิได้  ยํ  วรํ   พระพรสิ่งใดเป็นที่เจริญใจแห่งเจ้า  อันจะลงไปบังเกิดในมนุษย์โลก   จะต้องวิโยคจากทิพยพิมาน   วรสฺสุ  เจ้าจงเลือกเอาพระพรสิบประการตามความปรารถนา   เดิน พระผุสดีเทพกัญญาก็อัญชลีกรประณม   บังคมทูลถามท้าวสหัสนัยน์เทวราช   ขึ้น ว่ากรรมอันใดจะให้เคลื่อนคลาดจากทิพยพิมาน   เหมือนลมพายุพัดพานเพิกถอนหมู่ไม้   ให้กำจัดไปจากพื้นพสุธา   จงทรงพระกรุณาตรัสให้ทราบแก่ข้าผุสดี   เดิน สมเด็จท้าวโกสีย์อมรินทราธิราช   เมื่อพระเยาวมาลย์มาศผุสดีสิ้นสมปฤดีประมาท   จึงตรัสประภาษตอบสุนทรวาที   ว่า ขึ้น ภทฺเท  ดูกรเจ้าผุสดี   อย่าหมองศรีโทมนัส   เราทั้งสองจะต้องกำจัดจากกันในครั้งนี้  เจ้าจงภิรมย์ยินดีรับเอาซึ่งทศวรพรสิบประการ  เดิน พระผุสดีสดับเทวโองการพลางพระเยาวมาลย์ก็กล่าวเป็นพระคาถา

                    วรญฺจ   เม   อโท   สกฺก   ฯลฯ            ตตฺถ   อสฺสํ   มเหสิยา

            (๖)  ขึ้น  สกฺก  ข้าแต่สมเด็จอมรินทราธิราช   ข้าพระบาทจะจากไปสู่มนุษย์เมืองไกล   จะขอรับพระพรชัยทูลสนองเหนือเกศา   ข้าพระบาทถวายบังคมลาลงไปเอาชาติกำเนิด   ขอให้ข้าไปบังเกิดในปราสาท  แห่งพระเจ้าสีวิราชอันทรงศักดิ์   มีพระราชอาณาจักรปกแผ่ไปในสกลชมพูทวีป   ให้หมู่ประชาชนอยู่เป็นสุขสำราญเกษมศานต์ชื่นชม   พระพรนี้เป็นปฐมขอให้สมดังปรารถนา   นีลเนตฺตา  ขอให้ข้ามีดวงเนตรทั้งสองดำเป็นสี   เหมือนหนึ่งตามฤคีลูกเนื้อทราย   อันเกิดได้ขวบปีปลายเป็นกำหนด   พระพรนี้เป็นคำรบสองจงปรากฏแก่ข้าพเจ้า   นีลภมู   อนึ่งเล่าขอให้ขนคิ้วข้าเขียวดูงามขำบริสุทธิ์   เป็นสีระยับดุจสร้อยคอมยุรยูงงาม    พระพรนี้เป็นคำรบสามจงสมด้วยความปรารถนา 

            ผุสฺสตี  นาม  นาเมน  ข้าแต่สมเด็จอมรินทราธิราช   นามกรข้าพระบาทจงชื่อว่าผุสดี   พระพรนี้เป็นคำรบสี่จงประสิทธิ์ดังประสงค์   ปุตฺตํ  ลเภถ  ขอให้ข้าพระองค์มีพระโอรส   ทรงพระเกียรติยศยิ่งกว่ากษัตริย์ในสากล   ทรงพระราชศรัทธาเพิ่มกุศล   แก่ประชาชนทุกขอบเขตขัณฑสีมาอาณาจักร   พระพรนี้เป็นคำรบห้าข้าผู้บริรักษ์ต้องประสงค์   เมื่อข้าพระองค์ทรงพระครรภ์พระโอรส   อย่าให้ครรภ์ข้าพระบาทปรากฏนูน   เหมือนสตรีทั้งมูลดูเวทนา   จาปํว  ลิขิตํ  สมํ  ให้มีครรภ์โอรสาดูงามพร้อมเหมือนคันธนูดูละม่อม   อันนายช่างฉลาดเหลาเกลี้ยงเกลาพร้อมเสมอสมาน   พระพรนี้เป็นคำรบหกประการ จงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า  ถนา  เม  นปฺปวตฺเตยฺยุ   อนึ่งเล่ายุคลถันทั้งสองของข้าพระบาท   เมื่อทรงครรภ์อย่าวิปลาสแปรผันดำปรากฏ   แม้พระบวรปิโยรสจะเสวยทุกวันทุกเวลา  อย่าคล้อยเคลื่อนเลื่อนลงมาจากพระทรวง   ให้เต่งตั้งดังประทุมบัวหลวงงามบริสุทธิ์วิเศษเสร็จ   พระพรนี้เป็นคำรบเจ็ด ขอให้ลุดังปรารถนา   ปลิตา  นสฺสนฺตุ  อนึ่งขอให้เส้นเกศาสีดำขลับสลับสลวยบริสุทธิ์   ประดุจสีปีกแมลงค่อมทอง   เป็นมันระยับย่องควรจะทัศนา  พระพรเป็น คำรบแปดขอให้สมเจตนาฉะนี้   สุขุมจฺฉวี   ขอให้ผิวเนื้อละเอียดเป็นนวลละอองดุจทองคำธรรมชาติ   สกลกายใสสะอาดดูผ่องแผ้วหมดราคี   พระพรเป็นคำรบเก้านี้จงประสิทธิ์   วชฺฌญฺจาปิ  ปโมจเย  อนึ่งคนโทษทุจริตอันเข้มขัน   จะพินาศด้วยพระราชทัณฑ์ทำลายล้างชีวิต   ขอให้ข้าได้เปลื้องปล่อยปลิดให้พ้นตาย   ด้วยกำลังยศปริยายปัญญาญาณ   พระพรเป็นคำรบสิบประการเรียกว่าพระพรชัยสิทธิ์อันวิเศษ   ข้าแต่ท้าว    สหัสเนตรเทวราช   ขอพระองค์จงโปรดประสาทให้แก่ข้าพเจ้า ผู้เป็นบาทบริจาริกา

            เดิน สกฺโก  สมเด็จอมรินทราธิราช   ได้ทรงฟังพจนาถสุนทรวาจา   อันนางผุสดีเทพกัญญาทูลขอทศวรพรสิบประการ   ก็ตรัสพระราชทานพรด้วยพระคาถา ดังนี้

                    เย   เต   ทส   วรา   ทินฺนา       มยา   สพฺพงฺคโสภเณ

                    สิวิราชสฺส   วิชิเต                   สพฺเพ   เต   ลจฺฉสิ   วเร

            (๗) ขึ้น ภทฺเท   ดูกรเจ้าผุสดีผู้มีสุนทรพักตร์   พร้อมด้วยสรรพลักษณวิไลเลิศ  เย  เต  ทส  วรา  ทินฺนา   วรพรพิเศษประเสริฐสิ่งใดทั้งสิบประการ   ที่เราประทานประสิทธิ์ให้   พระพรนั้นไซร้เจ้าจักได้สำเร็จสิ้นทุกประการ   ในพระราชฐานแว่นแคว้นแดนอาณาจักรจอมนาถ   แห่งสมเด็จพระเจ้าสีวิราชนั้น เทอญ

                    ตมตฺถํ   ปกาเสนฺโต                 สตฺถา   อาห

                    อิทํ   วตฺวาน   มฆวา               เทวราชา   สุชมฺปติ

                   ผุสฺสติยา   วรํ   ทตฺวา             อนุโมทิตฺถ   วาสโวติ      

            (๘)  ขึ้น ภิกฺขเว   ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลสิกขา   มฆวา  อันว่าท้าวมฆวานเทวราช   ผู้เป็นพระราชสามีของนางอัปสรราชสุชาดาทรงพระราชทาน   ซึ่งทศวรพิธพรสิบประการแก่พระผุสดีเทพนารีแล้ว   ก็ทรงเกษมศานติ์โสมนัสผ่องแผ้วปรีดา   ด้วยพระทัยอนุโมทนาในกาลบัดนี้แล้วแล ฯ

 

ทสวรวณฺณนา  นิฐิตา ฯ

ประดับด้วยพระคาถา ๑๙ พระคาถา

เอวํ  ก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

(ปี่พาทย์ทำเพลงสาธุการ)

   

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1