Saturday, 29th of November 2014

ผูกที่ ๕.กัณฑ์ชูชก ๗๙ พระคาถา

a05

 

ผูกที่กัณฑ์ชูชก

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้องเรื่อง

 

                ลำดับพระธรรมเทศนามาแต่ทสพรกัณฑ์เค้า นักปราชญ์เจ้าสาธุการ หิมพานต์กันกว้างพราหมณ์กล่าวอ้างอัศจรรย์ ทานขันธ์บั้นถ้วนถี่ น้ำตาคลี่ฮำตก เกิดความวิตกโสกเศร้า เหตุ 2 แจ่มเจ้าพลัดพรากจากบุรี วันนะประเวณีศรีท่อนท้าว น้าว 2 อ่อนไปไกล สุดวิสัยยาวโยชน์ เทวดาโผดกูณา หย่อมัคคาให้หด เท่าฮอดเขาวงกตด้าวเขต เจ้าก็ลาเพศเป็นกษัตริย์ ถือคลองวัตรเป็นรัสสี แผ่เมตตาไมตรีทุกค่ำเช้า บัดนี้มาฮอดเม่าชุยชะกะ ตทา กลิงฺครฎฺเฐ ทุนฺนวิตฺถคาเม ชูชโก นาม พราหมโณ ดูราสัปปุริสาทั้งหลาย ทั้งนอระยิงชายหนุ่มเหง้า กระทำบุญอย่าได้เฮ็ดหน้าเศร้า จักได้ผัวเฒ่ากอดเจ็บคีง เป็นดั่งนางอมิตตะตาหนุ่งเหง้า กระทำบุญเฮ็ดหน้าเศร้า ได้ผัวเฒ่ากอดเจ็บคิง ตีงตนหนีบ่ได้ ขี้ให้หนี้พราหมณ์ติด นั้นแลนา สัปปุริสาทั้งหลาย กระทำบุญให้เฮ็ดหน้าชุ่ม ก็จักได้ผัวหนุ่มกอดอ่อนคีง แท้ดีหลีแลนา ยทา ในกาละยามใด ตทา ในกาละยามั้น บั้นพระกษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ ทรงผนวชบวชเป็นรัสสี แผ่เมตตาไมตรีทุกค่ำเช้า บัดนี้ยังมีเฒ่าผู้ 1 ชื่อว่าโชนชกพราหมณ์ โฉมบ่งามฮูบฮ้าย ใจเลี้ยวหล่ายโมโห กระทำโกธาสาโหด ใจกริ้วโกรธปานผี มันก็อยู่เมืองพาราณสีฝ่ายใต้ บาปอยู่ใกล้บุญนั้นอยู่ไกล ไฟลวดไหม้เฮือนมันเสีย มันจึงหนีไปอยู่เมือกลิงคราช ในอางวาสบ้านอันหนึ่ง ชื่อว่าทุนนะวิตถาคาม บัดนี้จักเล่าตามแนวนามเชื้อชาติ ให้นักปราชญ์เจ้าทั้งหลายฟังเนอ แม่แห่งพราหมณ์นั้นชื่อว่าจันที พ่อแห่งพราหมณ์นั้นชื่อว่าเฒ่าปู่ฮัก นักปราชญ์เจ้าจึงยกมันขึ้นว่าโชนชกพราหมณ์ ตามแนวนามเชื้อชาติ บ่ให้ขาดจากวงศา แห่งเฒ่ากาละกัณณีผีเผ็ด เหตุว่ามันกระทำกิจจะการกินจ้างแห่งคนทั้งหลายบ่ขาดจักปี โส ชูชโก พราหมณ์เฒ่าผู้นั้นมันก็พยายามถือไม้เท้าสุบเกิบเข้าบาทา ไปคั่วแสวงหาขอทานจีไจ้ ๆ   ลภิตฺวา มันก็มาได้ยังคำฮ้อยหนึ่ง อปเนตฺวา มันก็ไปฝากไว้ดอมพราหมณ์ผู้หนึ่งอันเป็นสหายด้วยความสำคัญในภายหน้า คันลูกสาวมีอายุได้ 15 จึงจักต่าวมาทวง จินฺเตนโต สมใจหวังฝากไว้ แล้วมันก็ตะแอ่วหนีไป ตามวิสัยขอทานกินเมือภายหน้า ตสฺมึง ชูชเก ในเมื่อเฒ่าชุยชะกะ ไปคั่วขอทาน แลนานมาดั่งนั้น บั้นพราหมณ์ผู้ฮับฝากเกิดทุกข์ยากอยู่ภายหลังหาสังกินบ่ได้ ขี้ให้จ่ายคำพราหมณ์ ผิจักตามาคาเงินได้บ่น้อย ได้แปดฮ้อยเป็นประมาณ ปุน เมื่อภายลุน โส ชูชโก สวนดั่งเฒ่าชราชุยชะกะนั้น คาดแหม่นหมั้นคงสมหมาย อาคนฺตฺวา มาเถิงแล้วโจดเสียงแข็ง ถามเอาของแพง ๆ คือคำที่ฝากไว้พราหมณ์ทุกข์ไฮ้พาโล อสกฺโกนฺโต บ่าจหาสังแทนคำฮ้อยนั้นได้ อทาสิ ก็จึงให้ อตฺตโน ธีตรํ ยังลูกสาวแห่งตน ผู้มีชื่อว่านางอมิตตะตาหนุ่มน้อย เนื้อชุ่มซ้อยใสงาม ให้เป็นเมียแก่ชุยชะกะพราหมณ์ ก็มีแล โส พราหฺมโณ อันว่าพราหมณ์ผูนั้น อาทาย มันก็พาเอายังนางอมิตตะตาน้อยหนุ่ม หน้าช้อยชุ่มมีศรี พาหนีเมือบ้านแห่งตน อันว่าทุนนวิตถาคาม อันมีในเมืองกลิงคราชก็มีแล สา อมิตฺตตา สวนดั่งนางอมิตตะตาผู้โฉมงามบริสุทธ์ ได้เฒ่าพิรุทมาเป็นผัว เหตุว่ามันได้เอาดอกบัวบานอันหับเหี่ยวไปบูชาพระปัจเจกเจ้าเมื่อยามค่ำ จึ่งได้ผัวเฒ่าส่ำสาวชาว แข่วก็ขาวตาก็เหลือก เจือกเพือกขี้แมลงวัน มันก็บัวระบัดผัวเฒ่าทุกค่ำเช้าเป็นธรรมดา อถ ตทา ในกาละเมื่อนั้น บั้นพราหมณ์หนุ่มทั้งหลาย ทิสฺวา ก็มาเห็นยังครองวัตรแห่งนางอมิตตะตา อันบัวระบัดผัวเฒ่า ทุกค่ำเช้าบ่ได้ครา ตชฺเชนฺติ เขาก็เมือกำฮาบนาบด่ายังเมียแห่งเขาทั้งหลายว่า ดูรานางทั้งหลายเอย สูนี้ตั้งมาถ่อยยิ่งนักหนา สวนดั่งนาง อมิตตะตา มันก็มาบัวระบัดผัวเฒ่า ทุกค่ำเช้าบ่แหนงหน่าย เหตุใดสูมาบ่แปลงบัวระบัด ยังตูทั้งหลาย นี้จา   นางพราหมณ์หนุ่มทั้งหลาย ได้ยินยังคำผัวด่าป้อย เขาก็ยินเคียดค้อยหนักหนา สนฺนิปติตฺวา เขาก็มาประสุมชุมนุมกัน ในที่ทั้งหลายหมายมีต้นว่า ทางหลวงแลท่าน้ำเป็นเค้า เขาจึงเว่าจากันว่า ดูราชาวเฮาทั้งหลายเอย เอก่อนผัวเฮาบ่ฮ่อนด่าแลตี แต่อีกาลกัณณีมาอยู่บ้านเฮานี้โสด ผัวเฮาจึ่งได้ไช่โทา ว่าเฮานี้ประมาทแลดูแควน   คำอันนี้ยินแควนใจเดือดฮ้อน เหมือนดั่งเอาฆ้อนหนักหมื่นมาตี แท้ดีหลี แล มาเฮาพากันไปป้อยด่ายังนาง อมิตตะตา ให้พ่ายหนีจากบ้านแห่งเฮา ควรแท้ดีหลีนา

 

                ปริภาสึสุ เขาก็พร้อมกันไปป้อยด่า จวบที่น้ำเขาก็จา จวบที่ท่าเขาก็เร็ว ลางคนเว้าโวหารแลด่าเสียดบังเบียดเฒ่าชูชโก ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต พระเจ้าเทศนา ปางเมื่อนางอมิตตะตาลงไปตักน้ำในท่า เมียพราหมณ์ด่าเยาะไย หย่อหยันใจทุกสิ่ง จึ่งกล่าวเป็นคาถาว่า อหุ วาสี กลิงฺเคสุ ชูชโก นาม พราหฺมโณ ภิกฺขเว   ดูราภิกขุทั้งหลาย   ยังมีพราหมณ์ผู้ 1 ชื่อว่าชูชโก เมียมันงามพาโล ศรีบ่เศร้า เพิ่งได้ 15 ขวบเข้าผงเป็นสาวฮาม นามชื่อว่าอมิตตะตา ยา อตฺถิโย อันว่าเมียพราหมณ์หนุ่มทั้งหลายฝูงใดไปตักน้ำในท่า เขาก็พร้อมกันด่าหมี่นัน บางพร่องเตียนขวัญแลด่าเสียดบังเบียดด้วยโวหารว่า นางอมิตตะตาเอย ดั่งตูจักฮ่มเพิงดูนี้ เย มาตาปิตโร อันว่าพ่อแลแม่แห่งมึงนางฝูงใด แลมาให้มึงนางแกอีเฒ่าผีพาย เสียดายนางงามหนุ่มน้อย บ่ควรเป็นข้อยบัวระบัด เฒ่า 3 ชาว ผิดส่ำสาวกูมาอยากหัวเดนอ เสียดายนางหนุ่มเหงา ได้ผัวเฒ่ากอดกุมดม มือคัวชมลูบไล้ มึงสั่งมาอดได้เป็นสิ่งไดนี้จานอ เต มาตาปิตโร อันว่าพ่อแลแม่แห่งมึงนาฃงฝูงนั้น อมิตฺตตา นุ   ฮ้อยว่าเป็นข้าสึกศัตรู แก่มึงนางบ่หย่าชะแล เย ญาติกา โย   อันว่าญาติพี่น้องแห่งมึงฝูงใด แลมาให้มึงแก่อี่เฒ่าพุงโล ญาติกา โย อันว่าญาติแห่งมึงนางฝูงนั้น อหิตํ ได้ชื่อว่าได้กระทำกรรมอันบ่เป็นประโยชน์แก่มึงนาง จึงได้ให้ยังมึงนางอันยังหนุ่มน้อย บ่ควรเป็นข้อยแก่เฒ่าผีพาย เสียดายเดนางงามหนุ่มเหง้า ได้ผัวเฒ่าเป็นเฮือนนี้นอ   ตวํ อันว่ามึงนางมีโฉมศรีงามบอเศร้าได้ผัวเฒ่าตายวาย แหนงว่ามึงจักตายเป็นผีแวนประเสริฐ เกิดชาติหน้าแควนดี ดูรานางอมิตตะตาอันได้ผัวเฒ่า เจ้ายังสาวๆ เขาจักว่า อิยา อิยา เหตุว่าเจ้าได้ผีบ้าเป็นผัว แลนา มาตาปิตโร อันว่าพ่อแลแม่แห่งมึงนาง อลภิสฺสนฺติ ฮ้อยว่าหาผัวหนุ่มให้บ่ไห้ จึงให้ยังมึงนางแก่อีเม่าชวดชราการ นี้จานอ ตวํ อันว่ามึงนางนี้ฮ้อยว่าได้ เอายังสมณะพราหมณ์เจ้า แท้ดีหลีแล ยํ ทุกฺขํ อันว่าทุกข์อันได อันงูเห่าตัวท่อง้อนไถ ตั้งหากพึงคอมาแต่ไกลไล่ตอด เกี้ยวขอดขยตีน มีพิษถืกคีงอ่อนเหมื่อยม้อย น ทุกฺขํ ก็บ่ทุกข์ปานพราหมณ์เว้ากับมึงนาง แลนอ ยํ ปสฺเสน มึงนางผู้ ใด อันได้นอนช้อนผัวเฒ่าชวดชราการ หากเป็นทุกข์เหลือทนเหลือทาน ยิ่งกว่างูเห่าตอดแลท่านเสียบท่านแทงนั้น แท้ดีหลีนา กิยา อันนอนกับผัวผู้เฒ่า ปากว้ำเว้าจารจา มือคัวบายโลมลูบ กอดคอจูบจอมขวัญ เหม็นขี้ดังทั้งขี้แข่ว จูบบ่แล้วมันก็บ่มีวางแลนา สิกฺขิตํ กิยาอันหัวแลยิกคิ้ว หน้าเฒ่าหิ้วบิดเบือนเหมือนดั่งผีโขนมาดอก ตาแห่งปอกแข่วแห่งขาวหนวดแห่งยาวปานขนเต่า เหม็นขี้แร้เน่าปานผีตาย เหตุดั่งลือมึงนางมาหาญเป็นเมียมันอยู่ได้ นี้จา มึงจงละป๋าไว้ยังผัวเฒ่าเสียแล้วแลหนีไปหาผัวหนุ่ม เนื้อชุ่มช้อยเสมอนาง นั้นเทอญ เจ้าบ่าวบ้านเหนือมีเงินพอหมื่น พร้อมกันยกยื่นไปโอมเจ้า เจ้าก็ว่าบ่เอาบ่าวบ้านใต้มีข้าส่วงไช้พอพัน คีงคาวจันทร์รูปไล้ ทัดดอกไม้ทัวระเทียว เหมือนดั่งหงษ์คำขึ้นนั่งแท่น แป่นแหว่นหน้าบัวไข สาวไทไกลยอย้อง ปากล่าวต้านโวหาร มันหากแม่นหลานฮักแห่งตู ตูจึงแต่งห่อหมากให้ไปโอมมึง มึงก็ว่าบ่เอา   ว่าปีนี้เคราะห์ข้อยฮาย   ตักคำเบี่ยงบ้ายไปมา ว่าชาตาข้อยบ่หมั้นบ่แก่น บ่แม่น คลองเฮือน บัดนี้มาได้ผัวเฒ่าตาเบือนช่าวหล้าว ๆ ทั้งข้างป้าวแลดัวโม น โสภติ ก็บ่ดูดีดูงาม แก่มึงนางสักอัน นางพราหมณ์หนุ่มนั้งหลาย พร้อมกันป้อยด่ายังนางอมิตตะตา ลางคนจับเอาคานเหนือบ่าเงือดงำไว้ ลางคนได้ไม้ฆ้อน กวัดแกว่งแสวงตีหัวนางอมิตตะตา ลภิตฺวา นางก็มาได้ยังคำป้อยด่าแห่งนางพาหมณ์หนุ่มน้อยทั้งหลายฝูงนั้น อาทาย นางก็ถือเอาไหน้ำแห่งมัน โรทนฺตา ก็ฮ้องไห้จ่มหนีเมือเฮือน ก็มีแล

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้องเรื่อง

 

                เมื่อนั้น เฒ่าตาเบือนเห็นหลาก จึงออกปากคำถามว่า ภทฺเท ดูรานางอมิตตะตาเอยผู้เป็นเมียฮักอีเฒ่า เจ้าไปตักน้ำสู่มื้อ ๆ   สังบ่มาเป็นสังนี้เด บาดมื้อนี้อีเจ้านางน้อย สังมาเฮ็ดหน้าด่าคืนมาบังยัง ๆ ไผว่าสังอีเจ้ากูนี้ เป็นอันเจ็บไส้ไหม้หัวใจ นี้จานอ   ฮู้ว่าอีเจ้ากูนี้ ลงไปท่ง คั่วจกฮูกบฮูปุ งูขบมืออี่เจ้ากูลือ หลือว่าอี่เจ้ากูนี้ไปจกโกนไม้ไผ่ นกไส่สับมืออี่นางกูลือ อีนางกูลือ หลือว่าอีนางกูนี้ไปจกโกนไม้ช้าง งูจงอางขบมืออีเจ้ากูลืออีนางกูลือ หลือว่าอีเจ้ากูนี้ไปจกโกนไม้ดู่ แมลงภู่หลู่ใส่มืออีเจ้ากูลืออีนางกูลือ หลือว่าอีเจ้ากูนี้ไปจกโกนไม้เฮี้ย แตนเจี้ยหยอดไลใส่มืออีเจ้ากูลืออีนางกูลือ   หลือว่าอีเจ่กูไปเชาอยู่ฮ่มหว้าผีบ้าไล่ตอแย   อีเจ้ากูลืออีนางกูลือ หลือว่าอีนางกูนี้ไปจกโกนไม้ชอด แมลงงอดหยอดไลใส่มือ อีเจ้ากูลืออีนางกูลือ หลือว่าอีเจ้ากูนี้ไปจกโกนไม้แห่ กับแก้แกะใส่มือ อีเจ้ากูลืออีนางกูลือ หลือว่าอีนางกูนี้ไปตักน้ำในหนองย่องไปเก็บผักตบ ได้เหยียบกบเต็มตีน อีเจ้ากูลืออีนางกูลือ

 

                เมื่อนั้น นางอมิตตะตาก็กล่าวว่า โอนอ อ้ายเฒ่านี้เอย งูเห่าก็บ่ได้ตอดแมลงงอดก็บ่ได้ขบกบก็บ่ได่เหยียบ เขียดตาปาดก็บ่ได้เต้นกอดอกกูนา พราหมณ์เอย เมื่อนั้น นาง อมิตตะตาจึงบอกเหตุ อุปเทศแห่งเมียพราหมณ์หนุ่มมาด่าแก่ตน อาห ก็กล่าวเป็นไนยะคาถาว่า น โว คจฺฉามิ   ดังนี้เป็นเค้า   ดูราเฒ่าผีเผ็ดผีพราย   อิโต   ปฏฺฐาย ตั้งแฮกแต่นี้เมื่อหน้า น คจฺฉมิ   กูก็บ่ไปตักน้ำมาให้ท่านอาบ   หาบน้ำมาให้แก่ท่านกิน   แท้ดีหลี อิตฺถิโย อันว่าเมียพราหมณ์หนุ่มทั้งหลาย     เขาก็มาพร้อมด่ากูนี้     เป็นอันเจ็บปวดยวดยิ่งหนักหนา   ตยา ชิณฺโณ เหตุเขาว่าท่านถ่อยเฒ่าพ้นชรากาล เนื้อหนังยาน กระดูกหลั่น ตีนมือสั่นไปมา หูตาหลังพังพาด บ่ควรอาจเป็นผัวขวัญ ผิดกระบวนคลองโลก แท้ดีหลี เขาว่าดังนี้อ้ายเฒ่าเอย

 

                เมื่อนั้นเฒ่าใจดำหลู่ฮ้อน เคืองเคียดต้อนถามว่า คนใดไผกับไผ ลูกไทหลือลูกลาว ผู้เฒ่าหลือว่าผู้สาว คนขาวหลือคนดำ คนต่ำหลือว่าคนสูง อีนางจงบอกมาให้แจ้งแก่กูพี่ ให้ถ้วนถี่หมดทุกคนเทียวเทอญ เมื่อนั้น บั้นนางอมิตตะตา ฮีบตอบเฉลยว่า ดูราท่านพราหมณ์เอย เขาฝูงด่ากูนั้นมีมากเหลือหลาย เต็มดอนทรายแลฮ่มไม้ กูก็บ่ฮู้จักชื่อเขาได้สู่คนดอกนา มากูจักบอกแต่คนฝูงผู้อยู่ใกล้เคยเห็นกันนั้นเด้อ อี 1   ชื่อว่าสำมะแจ๋ อีแม่ดังแงนแขนงอก ปากฮ้ายผอกปานผี อีนั้นก็ฮ้ายคนหนึ่ง อีเฒ่าสบแหวคาบเหมี่ยงกกขาเกี้ยงปานผีโพงเลีย เปี่ยะ ๆ เปี่ยะ ๆ เฮ็ดหน้าชุ่ม บ่าวหนุ่มเขาบ่คอย สอยวอยสิ้นขาดข้างหย่างบาดกว้างเห็นด่านเมืองแกว อีนั้น ก็ฮ้ายคนหนึ่งอีตาเบือนหูหิ้วหย่างคักยัก ๆขาห่าน อยู่ดอมบ้านเขาโฮมชัง อีนั้นก็ฮ้ายคนหนึ่ง อีตุ่มตู้ขาวสูงปานผีเผด เฮ็ดเพศเหลือวิสัย เห็นกูกายไปมันฮ่ำไฮด่าป้อย มันห้อยตาชัง มันก็มาตบหลังแลเปิดผ้า ชี้หน้าแลบายนมกู ว่า อิยา อิยา นมเจ้าทั้ง 2 เต้าสังมายานลง ฮ้อยที่เจ้านอนทับในกลางคืน นมเจ้าจึงเป็นพืนลืน ๆ ทั้ง 2 เต้าเท่ายานลง ต้วยช่วย ๆ ว่าดังนั้นมันก็มาเฮ็ดให้กูเคีย มันตั้งสิบังเบียดให้กูหนี แท้ดีหลี กับทั้งอีแม่หม้าย ผัวมันตายแต่เสิกกรุงเก่า มันก็มาเว้าบ่อาย มันมากายเอิ้นด่า มันทัดดอกข่าทั้งทวน ทาจวนจันทร์ลูบไล่ ถือต้างใหญ่ท่อกกขา มันกล่าวมายาสวยเสียด มันตั้งเว้าชายถง อีโพงหน้าก่ำ อีนั้นก็ฮ้ายคนหนึ่ง กับทั้งอีเฒ่าตุมตู๋ตุมตุ้ย ปากยุ้มย้วยทังหลับตาชัง มันก็มาเฮ็ดหน้าสะหมู่ตู่สะหมุ่นตุ่น สะหมิ่นติ่น ๆ ก้นขี้แงน ๆ อีนั้นก็ฮ้ายคนหนึ่ง กับทั้งอีสามานตาตูบฮูบฮ้ายกั่วเพินทั้งหลาย คีงมันลายอากลาก เป็นเกื้อนกากทั่วทังคีง พานลานปานผีเผ็ด ปากฮ้ายผอกปานผี อีนั้นแม่นชู้เก่ามึงแล้ว ชู้ฮ้างมึงแล้ว อ้ายชุยเอย เมื่อนางอมิตตะตาบอกดังนั้น บั้นเฒ่าชุยชะกะ มีความจาอ่อนหวาน ตอบนางงามละห้อย ว่า ดูราเจ้านางน้อย เฮาพี่บ่ได้ถือว่าเจ้าเป็นข้อยทาสี บุญเฮามีพี่จึงได้ชมนางฟ้า พวกผีบ้าเมียพราหมณ์หนุ่มมันเคียด มันมาบังเบียดริษยา ก็เพราะว่าเจ้าได้ผัวผู้ดีผู้งาม มันมาคุกคามป้อยด่าให้เจ้าเสียท่าแห่งมัน แล้วมันจักมายาดเอาอีเฒ่าไปเป็นผัวแห่งมัน ดอกเด เจ้าอย่าได้น้อยใจสังแต่นี้หนีเมื่อหน้า เจ้าจงเฮ็ดลั้งตั้งอยู่กับเฮือน บ่ให้ทำการตักน้ำแลเอาฟืน กูพี่หากจักปีนขวนขวายมาอุปฐาก บ่ให้เจ้าได้ทุกข์บ่ให้เจ้าได้ยาก ให้เจ้านอนอยู่อากลากเป็นนางขุน ก็พี่เทอญ เมื่อนั้น บั้นนางอมิตตะตากล่าวว่า ดูราท่านพรามหณ์เอย มากูจักเล่าฮีดบ้านคลองเมืองให้ท่านฟังเนอ ปุริโส อันว่าชาย สามิโกหากเป็นเจ้าเป็นผัว แห่งยิงทั้งหลายแลมาเข้าลูกอำนาจแห่เมียตน คือว่าตักน้ำให้เมียอาบหาบน้ำให้เมียกิน แลมีในตระกูลอันได อหํ อันว่ากุ น ชาตา ก้บ่ไช่แม่นตระกูลอันนั้น กูบ่ปรารถนาผิว่า ท่านบ่ไปหาข้ายิงข้าชาย มาให้กูไช้ดังนั้น กูก็หวังว่าจักอยู่ได้ ในเฮือนแห่งท่านแท้ดีหลีแลท่านจงฟังให้ดีดั่งกูเว้า

 

                เมื่อนั้น บั้นอีเฒ่าปูมขวางได้ฟังยังเมียมันทวงจักเอาข้อยข้า ดั่งจักเป็นบ้าทอดคีงตายจึงมีปริยายกล่าวว่า ดูรานางอมิตตะตาเอย ธนํ อันว่าเข้าของอังได สักเล็กสักน้อย ก็บ่มีแก่กูพี่ ตํ สิปฺปํ อันว่าศาสตศิลป์กูพี่ก็บ่ได้เฮียนมนต์เดินประเทศหล่อเหล็กไหลกูพี่ก็บ่ได้เฮียน มนต์บดขางให้เป็นไฟดอกไม้กูพี่ก็บ่ได้เฮียน มนต์เป่ากระบอกไม้ให้นกบินมาหากูพี่ก็บ่ได้เฮียน มนต์แก่งผาลางามแต้นตื่นกูพี่ก็บ่ได้เฮียน มนต์ขับชื่นช้อยเสียงระบำกูพี่ก็บ่ได้เฮียน กูพี่ยังไเฮียนแต่มนต์เสกช้างบทเดียวเท่านี้แล้วนางเอย   โอมสะเน่หังสะเน่หา ปิยัง ปิยา มม สาวไปไฮ่ให้สาวถามหากูเนอ สาวไปนาให้สาวถามข่าวกูเนอ สาวแม่ฮ้างแม่หม้าย ผู้อยู่ฮ่วมบ้าน ก็ให้โออ่าวคณิงหากูเนอ โอมสะหมติด สิดใส่สาวส่ำเล็กส่ำน้อย หน้าชื่นสร้อยให้แล่นตามหลังกูเนอ โอมสะหมติด กูพี่ได้เฮียนแต่มนต์เสกช้างเพียงเท่านี้เล็กน้อย เจ้าผู้อ่อยห่อยหน้าเดือนยี่วันเพ็ญอีพี่เอย พี่นี้ก็ท่อฮู้พายถงถือไม้เท้า เดินไต่เต้าคั่วอทานเงินคำสังก็บ่มีพอเบี้ยพอบาท เข้าน้ำขาอแลงงายเจ้าจักให้อีพี่นี้ไปได้ข่อยยิงข่อยชายมาช่วงใช้แลจักได้แต่ที่ไดนี่จานอ

 

                เมื่อนั้นนางอมิตตะตา อันเทวดาเข้าบันดลหัวใจ ให้กล่าวว่า ดูราท่านพราหมณ์ มากูจักบอกให้แก่ท่านฟังเนอ เอโส เวสฺสนฺตาโร ราชา ยังมีพระเวสสันตรเจ้าตนประเสริฐ ให้ท่านช้างแก้วเกิดกับตนเป็นทาน ชาวเมืองพาลว่าบ่ดี จึงขับหนีให้ไปอยู่กู่แก้วคีรี ท่านจงไปขอเอาลูกฮักอัคคบุตร ทั้ง 2 หากจักให้เป็นทานแก่ท่าน แท้ดีหลีนา เมื่อนางอมิตตะตาจำพราหมณ์ไปดั่งนั้น บั้นเฒ่าชุยชะโกมีโวหารขัดข้องต้านตอบน้องอมิตตะตา ว่า ดูราน้องยอดสร้อยสมศรีอี่พี่เอย เฮาพี่นี้ก็เฒ่าแก่ชราการ บ่มีกำลังจักทนทานไปได้ ลางเทือไข้ลาวงเทือเจ็บตา มัคคาไกลยาวยิ่ง หอมห้วยหลิ่งเหวผา มีทังสัตว์นานาตัวฮ้าย บาดว่าพี่อ้ายตายไป นางสมสายก็จักเป็นแม่หม่าย คนทั้งหลายจักดูหมิ่นและดูแคลน เขาสิจับสองแขนเจ้าเข้าป่า เจ้าสิฮ้องว่า อย่านา อย่านา เขาก็บ่มีฟังแลนา มา กุปฺปิตา เจ้าอย่าได้เคียดค้อยอย่าได้ไห้ยมย้อยเสียน้ำตา ก็พี่เทอญ โอนอ หยิบอันได้ก็บ่ได้ เหตุทุกข์ไฮ้บ่มีสังแท้ดีหลีนา

 

                เมื่อพราหมณ์กล่าวดังนั้น บั้นนางอมิตตะตาก็กล่าวว่าดูราท่านพราหมณ์เอย มากูจักอุปมาให้ท่านฟังเนอปุริโส อันว่าผู้ชายทหาร น คนฺตฺวา ยังบ่ได้ไปสู้สงครามย้านแล้วแลผ่ายหนี ก็มีอุปมาเหมือนดั่งพราหมณ์ผู้ขี่ย้าน   ยังไม่ทันออกนอกบ้าน ล้วนหยุดหย่อนย้านอยู่ในเฮือนก็มีอุปมาดั่งท่านนี้แท้ดีหลี ผิว่าท่านบ่ไปหาข่อยยิงข่อยชายมาให้กูไช้ดั่งนั้น กูก็จักกระทำกรรมอันบ่เพิงใจแก่ท่านแท้ดีหลี นกฺเขตฺเต ในเมื่องานเล่นมโหรสพปีใหม่ กูจักใส่เครื่องประดับประดาอันสวยอันดี แล้วกูจักหนีบ่อยู่ดอมมึงผู้เฒ่า กูจักหนีไปอยู่ที่เก่าให้อีเฒ่าเหลือใจตาย   กูจักหวีหัวปืดเกล้าย้อง เกล้าใส่ช้องโจนจกกูจักไปเต้าผียกเล่นดอมชายหนุ่ม อีเฒ่าเห็นกูกระทำดั่งนั้น อีเฒ่าก็จักแค้นใจตายแลนา หัวมึงแห่งหงอกคางมึงแห่งว้ำ มันจักเป็นค้ำว้ำยิ่งกว่าเก่าแสนที แลนา

 

                ตํ สุตฺวา พราหมณ์ได้ยินนางกล่าวดั่งนั้น ใจสะบั้นสั่นทั้งคีง ตีงตนแฮงบ่ได้อีเฒ่าจมว่ากูตายๆ นางสมสายเอยยอดฟ้า เจ้าอยากมีข่อยข้าจงฮีบตกแต่งเข้าไถ่เข้าถงแก่กูพี่โดยพลัน สํกุโร คือว่าเข้าหนมแดกงา สํกุรา คือว่าเข้าหนมหน่วยถั่ว ชิ้นปิ้งอั่วใส่หมูมัน สตฺตุภตฺตํ เข้าสะดูก้อนสะดูหย่อย อ่อยห่อยใส่น้ำเผิ้งแลน้ำตาล ให้หวาน ๆ ถืกคออีเฒ่าก็พี่เนอ หมากพร้าวห่าวขบดังตุ๊บ ๆ นั้น เจ้าก็เอาไปเนอ นางเนอ กุบแมงดาแต่อีปู่นั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ ไม้แหย่หูดูกปลาใหญ่ ไม้ไล่แกว่งแมลงวันนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ หมากทันแลหมากอิ้ง ย้างคาหิ้งหมากนมงัวนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ   หัวสิงไคกับเหมี้ยงข่านั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ น้ำต้าใส่ชาใหม่ ก่องเข้าใบลาย ๆ ใส่ฮูบนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ ไม้เท้าส้นจิกงา โพงสุรากับน้ำอ้อย เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ มีดน้อย ๆ ด้ามดำ ๆ นั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ เหล็กไฟดีดวงขนาด ต่อยพอแขนกิดแขนขาด จึงพาดลาดออกแต่ละแสงต่อยเมื้อแลงไปได้เมื้อเช้านั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ ขื่อหรื่อหินตับเสือนั้นเจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ หมากเขือขาวกับส้มโอ แมงวันตอมโผ่ ๆ นั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ หมกม้ามอั่วใส่หมูมันนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ เข้าสารนั้นให้เอาแคลนมาก เข้าตากนั้นให้เอาแคลนหลาย นางเอย กับทั้งหวีเขาควายแข่วถี่ ๆ หว่างแข่วนั้นห่างได้ 4 นิ้วมือขวางนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ หมกเหมี่ยงหมี่ใส่ชิ้นยำนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ เสื้อดอกคำขี่ห่านก้ายต้ายนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ ก่อง น้อย ๆ ใส่ยาไอกัดสะเหล็ดชะเอมทศเป็นฮากชอมแชมนั้น เจ้าก็เอาไปเนอนางเนอ แต่งอย่านานนางน้อยอย่านาน กูพี่จักคู้คานไป เอาข้ายิงข้าชายมาบัวระบัดแก่เจ้าก็พี่แลนา   เมื่อพราหมณ์กล่าวดั่งนั้น บั้นนางอมิตตะตา ฮีบเดาดาตกแต่งเข้าไถ่ดาถง ปลงให้แก่พราหมณ์โดยด่วน ก็มีแล โส พราหฺมโณ อันว่า พราหมณ์ผู้เฒ่าฮีบฝั่งฟ้าว ช่อมแชมเฮือน ฮีบผีเผือนอัดฮูอัดปอง บ่ให้เป็นส่องหลมตัวหมาตัวแมว บ่ให้ตาคนแววเข้าไปเห็นได้ ตัดมาไว้ทั้งหลัวแลฟืน น้ำกินและน้ำอาบ มันก็หิ้วหาบเอามาโดยพลัน เต็มทุกอันบ่ให้เปล่า ทั้งไหเก่าแลไหใหม่ก็ให้เต็ม มาตตาว่ากับเข็มก็ยัดไส่ไว้ เพื่อให้สะบายแก่นางนาถไท้อมิตตะตา ก็มีแล   โส ชูชโก อันว่าชุยชะกะพราหมณ์ผู้นั้น สมาทิยิตฺวา มันก็ถือเพศเป็นดาบสรัสสี ศิลบ่มีสักตัว กลัวย้านเมียหนีจาก เอายากเข้าคีงโต โอวทิตฺวา มันจึงโอวาทนางอมิตตะตาอยู่คีคอย ๆ เว้าเสียงน้อย ๆ ดังอยู่ฟุม ๆ ว่าให้เจ้าค่อยอยู่ดีเนอนางเนอ พี่จักได้ละเจ้าไว้ไปคั่วแสวงหาข้ายิงข้าชาย มาให้แก่อี่เจ้ากูพี่หนีไปภายหน้าเจ้าอยู่ลุนหลัง เจ้าอย่าได้ลงหล่างให้เจ้าค่อยอยู่ค่อยกิน ท่อเนอ   นางอมิตตะตาเอยฝนตกเจ้าได้อย่าออกนอกเถียง ฟ้าสิเมียงเจ้าอย่าได้ออกนอกต้าย เจ้าอย่าไหย่างย้ายทัวระเทียวเขียวไปมาเมื่อค่ำ อย่าได้ไปล่ำมโหรสพ ให้เจ้าค่อยฮังฮีบสืบหูกทอไหม ตาบต่อเท้าอี่เฒ่าต่าวคืนมา เมื่อคืนนั้นผีปอบแล่นมาโฮม เจ้าอย่าได้ไปโคมโชมเยี้ยมป่องก็พี่เนอนางเนอ เจ้าอย่าได้นุ่งสิ่นหมี่ไส่หัวดอกคำ แลทาจันมันลูบไล้ ทัดดอกไม้เหมือนดั่งสาวฮามก็พี่เนอ

 

กัณฑ์ย่อยที่

 

เนื้องเรื่อง

 

                คันชุยชะกะพราหมณ์   สั่งอีนางงามจีไจ้ ๆ น้ำตาย้อยแลหนีไป วันนั้นแล ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต พระเจ้าเทศนาปางเมื่อพราหมณ์เฒ่าลงเฮือนหนีไปนั้นมาให้แจ้ง จึงกล่าวเป็นคาถาว่า อิทํ วตฺวา พราหฺมณพนฺธุ ภิกฺขเว ดูราภิกขุทั้งหลาย อันว่าพราหมณ์เฒ่าผู้เป็นชาติเหง้าแห่งฝูงพราหมณ์   มันสั่งนางงามหนุ่มน้อยน้ำตาย้อยอาบหน้า บ่าพายถงถือไม้เท้า เดินๆไต่เต้าคั่วไปมา หลงมัคคาเดินประเทศตกเข้าเขตเชตุตฺตระนคร อันบวรด้วยทรพย์ สมบัติมีหลายหลาก เห็นคนมากในที่ได คนทั้งหลายได้เห็นแล้ว เขาก็กริ้วโกรธ กุมใส่โทษว่าดูราอ้ายพราหมณ์ผู้ขี้ฮ้าย นายตูเจ้าพระยาเวสสันดรพวกสู่มาวนขอช้าง ไพร่ฟ้าอ้างขับหนี ไปบวชเป็นรัสสีอยู่ในป่าไม้ มึงพลอยเล่ามาถามหาท่านไท้ด้วยเหตุสิ่งนีจา ว่าแล้วเขาก็เอาไม้ฆ้อนก้อนดินล่ขนาบกำฮาบด้วยเสียงแข็ง อีเฒ่าตาแดงตกใจสะท้านอีเฒ่าขี้ย้าน แล่นเข้าป่าโคมโชม ๆ เทวดาบันดาลใจให้พราหมณ์ไปแม่นช่อง เขาว่าตาบอดขี้แม่นป่องคือพราหมณ์ วันนั้นแลนา   โกกา สุนกฺขา หมานายพรานเจตตะบุตรเหลียวเห็นพราหมณ์ โฉมบ่งามฮูบฮ้าย นุ่งผ้าลายพอกพ้อยคือเสือ หมาเข้าเฝือเห่าห้อม แล่นเข้าล้อมทั้งหน้าและทางหลัง อีเฒ่าขี้ถังกลัวตายหมาไล่ยาบ ๆ ตัวหนึ่งชื่อว่าอ้ายตาบตัวมันบ่ดอาหาร ไล่กวางฟานและหมีเหม้น ขะโยงเต้นขบถงพราหมณ์ขาด เข้าสารหยาเหี่ยฮวย ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายสายธนูขาด ธรรมชาติหมาดี ขะโยงเต้นขบวีพราหมณ์ขาดเป็นป่อง ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายปืนข้ามฮ่อง ขะโยงเต้นขบขะหน่องพราหมณ์ ตัว 1 ชื่อว่า อ้ายปืนแหล่งล้าน แม่นแม้งมโนพราหมณ์ พาเจ้าของมันหาญสุทธะยิ่ง ได้ทุกสิ่งบ่มีคา เห็นพราหมณ์มาชีชุบ ๆ ขะโยเต้นขบกุบพราหมณ์ ตัว 1 ชื่อว่าบักแผ่ว แล่นสอดแส่วขบไม้เท้าอีเฒ่าตาพราหมณ์ ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายหูตาบ มันได้คาบมันก็บ่มีวาง สันพร้าไง้คางก็จึงวางออกได้ ตัว 1 ชื่อว่า อ้ายตาทอกสูง 3 ศอกจึงมืนตา สูง 3 วาจึงมีแข่ว มันย่อมแสวงหาของแก่มเหล้า ตีนมันย้ำหลังเต่าปากมันเห่าหาแลน ตามันแหนหาเผิ่งหาต่อ หางมันหล่อฮูกบฮูปู หูมันฟังเจ้าของมันเฮียก ก้นขี่เจียกเอาหมูเอากวาง เห็นพราหมณ์มาแล่นใส่ ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายหางงอหางงอด นายพรานหยอดเหล็กใส่หลัง มันเฮ็ดลังงังยีงแข่วหาพราหมณ์ ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายตาเบือน มันเฮ็ดเชเชือน ๆ เหมือนดั่งจักเห่าตัวนี่แม่นหมาเก่านายพราน ตัว 1 ชื่อว่าอ้ายลักลานแห่งทะยานขึ้นต้นไม้ มันขาบได้มันก็บ่มีว่าง หมางหลายฝูงนี้แล ตัวมีคุณ 3 ประการ เต้นปานฟาน หาญปานเสือออกเล่า เห็นพราหมณ์มาจึงเห่าโว ๆ พราหมณ์เฒ่าบ่ช้าฮีบขึ้นต้นไม้โดยพลัน สองมือจับง่าชันสองตีนยันง่าเค้า ไม้ค้อนเท้าแกว่งกวัดกลัว กล่าวว่า เส่ นา ๆ หมาขี่ฮ้ายมาไล่ยาดถงกู ดูบ่ดีบ่งาม พราหมณ์จึงมาคำเบิ่งก้นถงก็มาหั่ว หัวผักบั่วเหี่ยฮวย จ่มเสียดายว่า โอนอ ตาดทองแดงโบกหมากกูก็เสีย วีลาย ๆ แกว่งฮี้นกูก็เสีย ชุดแช่น้ำของเก่ากูก็เสีย คกตำหมากปากกว้างได้   3 กำมือกูก็เสีย ดูกปลาบึกไม้จิ้มแข่วกูก็เสีย มีดปอกแห่วด้ามขดกูก็เสีย หนวดปลากแหย่หูกูก็เสีย พูลเลิงตางอีเลิศกูก็เสีย หมากเขือแห้งอยู่ก้นถงกูก็เสีย หว่านคงแต่อีปู่กูก็เสีย ถูน้อย ๆ ใช่ต่างมือกุก็เสีย ยาขะยือกับ น้ำมันงาทาเอ็นขะหน่องกูก็เสีย กล่องเข้าขาดสานลายคำกูก็เสีย ใบยาดำกล้องไม้ไผ่ก็เสีย ฆ้อนตะโปงไล่ตีแมวกูก็เสีย ผักแพรวกับอ่อมชิ้นกูก็เสีย ถ้วยปากบิ่นใส่ผักหมแกงขมกับเข้าเบี้ย หมากเขือกัปลาบั้ม น้ำแจ่วกับชิ้นต้ม ส้มปลาปากหมากขามเปียกใส่น้ำอ้อย กูก้เสีย มีดน้อย ๆ ด้ามเขาควายแต่อีปู่กูก็เสีย เสียทั้งยาไอกัดสะเหล็ดชะเอมเทศเป็นฮากชอมแชมกุก็เสีย เสียทั้งแพบฮับกับหมื้อ เมื่อบ่จ่มหลือก็ยังเล่าเสียดาย เสียทั้งเหล็กดวงดีขนาด ต่อยพอแขนกิดแขนขาด จึงคาดลาดออกแต่ละแสง ตาวันแดงก็จึงได้นึ่งเข้าอันนั้นกูก็เสีย ขื่อหรื่อหินตับเสือ หมากเขือกับส้มโอ แมลวันตอมโผ่ ๆ กูก็เสีย เสียหมดเสียเสี้ยงเสียทังองค์พุทโธ เดอ้ายชุยเอย พร้าน้อย ๆ บานท่อวีกูก็เสีย ขวนดวงดีแต่อีปู่กูแพงไว้ผ่าฟืนกูก็เสีย ผักจืนมันหมูพร้าวก้วยง้าวสุกทังเคลือ ก้อนเกลือหอมกับเข้าใหม่ไม้เท้าใส่สั้นจิกงา   มีค่าได้พันเก้าของเก่าแต่ปฐมกูก็เสีย เข้าหนนตาควายแลเข้าคั่ว เสียมลั้วและเสียมหลวง กูก็เสีย เสียทั้งกระบวยตักน้ำเขาะขอดซ้ำบ่พอ ตัวบ่ตายเสียของหลายแกมเก่า แบ้นจ้ำเถ่าหมองเลิง พัดว่าได้ก็บ่ท่อเสียแลนอ กูคืนเมือเฮือนเมียหลวงจักจ่ม อีเจ้านางน้อยบ่ฮ้างว่าจกห่มผ้าแลนอนนำแลนอ โอนอ หลางว่าไปเสียผ้าสะไบดำ ๆ น้อย ๆ ลายพักพร้อยอันเจ้านางน้อยแต่งใส่ถงมานั้น หลางจักกั้นใจตาย เสียของหลายดีท่อแหม่นอันอื่น แพงลื่นล้นแต่ผ้าผืนเดียวนี้แล้ว ว่า โอนอ   เสียทีไดนี่จานอ หลือว่ากูข้ามขอนบ่ม้มล้มค้อย ๆ นขี่ถั่งแฮง ๆ นั้นลือ หลือว่าเสียทีหมทั้งหลายไล่คาบขะหน่อง หมาจ่องหน้าดึงหลัง นั้นลือ เมื่อกูลงเฮือนมายามบ่ดี กูบ่ได้คำนับผีหลวงก้ำตาวันออก กูบ่ได้ผอกผีหลวงก้ำตาวันตก เมื่อกูลงเฮือนมาไก่กระตากเบื้องขวา หมาจามไอเบื้องซ้าย เคราะห์กูหากฮ้ายเหลือวิสัยแท้นอ เมื่อกูหลงไปเมืองแก้วประเชชัยเขาก็ไล่ตีกู หากเป็นลางมาแต่หัวทีแลนา เมื่อกูมาก็ยังได้จ่มคาถายามภายค่ำ กูก็มาลืมหล่ำดูเสีย แลนา เมื่อพราหมณ์ขึ้นต้นไม้จ่มอยู่พุม ๆ ประชุมคาถาว่า โก เม ราชปุตฺโต มหาราชา ดังนี้เป็นเค้า   พระยาเวสสันดรตนไดเป็นที่เพิ่งแก่สัตว์ เหมือนดั่งมหาสมุทรอันใสสะอาด ปราศจากมลทิน เป็นที่กินแลที่อาบแห่งสัตว์ทั้งหลาย แลมีฉันใด ผู้ใดแลมาบอกที่อยู่แห่งพระยาเวสสันดรเจ้าตนนั้น ก็เพิ่งว่าจักได้ เสวยความสุขมากยิ่งหนักหนา แท้ดีหลีนา ในเมื่อพราหมณ์จ่มฮ่ำไฮอยู่ดั่งนั้น

 

                บั้นนายพรานเจตตะบุต สุตฺวา ได้ยินดั่งนั้น ก็ฮ่มเพิ่งว่า สู่มื้อ ๆ หมาบ่หอนเห่ามื้อนี้บ่แม่นเต่าก็แม่นแลน เสียงเห่าแหน บ่แม่นแลน ก็หลางว่ากระฮอก เสียงเห่าวอก ๆ บ่แม่นหมูก็หลางว่าแม่นเต่าหลังคมแลนา   อันนี้เห่าเต้น ๆ บ่แม่นเม้นก็แม่นเสือตัวกล้า นายพรานบ่ช้าฮีบด่วนเร็วพลัน ผันไปเถิงที่ใกล้ เหลียวเบิ่งใกล้ก็บ่เห็นเสือ เหลียวเบิ่งเหนือก็บ่เห็นเต่า เห็นแต่หมาเห่าทะยานเต้นเบิ่งทางเทิง พรานเบิ่งไปก็เห็นแต่อีเฒ่า นั่งเค้าเม้าอยู่โคมโชม มือโจมขาลูบท้องน้อย พรานจึ่งค่อยพิจารณา คันว่าแม่นคนก็มาเป็นเค้าเม้า จักแม่นผีเป้าก็มาบ่มีหาง จักว่าแม่นคนเทียวทางก็มาผางฮ้าย พรานบ่ช้าห้างหน้าผาสิยิง มันพูดบ่จริงเสียงแข็งเสียงกล้า ว่าดูราอ้ายพราหมณ์เต่า มึงบ่ต้องเว้าถามถึงเจ้าพระยาเวสสันดร มึงบ่มาหลอน่าจักได้ขอเอาเมียแลลูก แท้ดีหลี อยํ สาโร อันว่าปืนเล่มนี้กูทาด้วยหน่องกูจักยิงใส่ท้องแห่งมึง ให้พิษปืนดูดกินยังเลือด แลกูจักเชือดอาหมากหัวใจแลหมากไข่หลังกับทั้งลูกตา เอาไปบูชาพลีกรรมแก่เทวดาอันรักษาป่าที่นี้ มึงบ่ฮ้อนว่าจักได้เห็นหน้าพระยาเวสสันดรแล เมื่อชุยชะโก ได้ยินนายพรานเจตตะบุตรนาบเสียงแข็ง   ยอธนูแยงว่าจักยิงดั่งนั้น อีเฒ่าก็สะบั้นสั่นสายไปมา กลัวแต่มรณามาฮอด อี่เฒ่าก็คิดถึงแต่ยอดคาถา ฮวยอาคมอยู่เทิงปลายไม้ ว่าอมกังขา ขากัง กะขา คะคา ขากัง สะหับ ให้กลับปลายปืนมึงลงไปทางใต้ บาดมึงไง้ให้ขาหน้ามึงหัก บาดมึงชักไห้สายหน้ามึงขาด ให้หน้าไม้ฟาดหัวมึงเอง โอมชะลักงักโอมสะลากงาก ยิงใส่ฮูดากกูก็บ่มีคัน โอมสะหมเพิก พราหมณ์เฒ่าล่ำเลิศเสียงแข็ง ว่าอีเฒ่าตนควรค่าล้าน อีเฒ่าอยู่ในบ้านพระบรมศรีสญชัยอีเฒ่า เป็นคนชั้นในเข้าออก ถอกหม้อขี่วันละสามเวลา อีเฒ่าเป็นทูตาคนไข้ไปเชิญพระบาทไท้เจ้าพระเวสสันดร ให้เมือเสวยนครเก่า เป็นเจ้าเล่าสองที ตามประเวณีของคนผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ แต่ภายหลัง บ่ห่อนชังแลเคืองเคียด   บ่ห่อนบังเบียดคนใช่สืบข่าวสาส์น แลนา ตํ สุตฺวา นายพรานเจตตะบุตร ได้ยินเฒ่าพิรุทกล่าวมุสา หมดกังขาบ่สงสัย เชื่อว่าพราหมณ์จักเข้าไปเป็นประโยชน์   ขอลุกขะโทษแก่พราหมณาฮีบผันหาบ่ปล่อยไว้ หักฟดไม้มาปูแทนพรม เชิญเฒ่าอุดมลงมานั่ง แล้วจึ่งสนทนา กล่าวเป็นสัมโมทนียะคาถาว่า ปิยสฺส เม ปิโย ทูโต ปณฺณปตฺตํ ททามิ เต ดั่งนี้เป็นเค้า ดูราท่านพราหมณ์ท่านมากล่าวคำงามว่าเป็นคนใช้ แห่งกษัตริย์ไท้ทั้ง 2 พระองค์ ปิโย ก็เป็นที่ฮักจำเริญใจแก่เฮาผู้อยู่ในพงไพรทุกค่ำเช้า เฮาจักให้ห่อเข้าแลชิ้นปลากับทั้งขากระทวยแห้ง อันกระแด้งไปด้วยแดดแลแปลวไฟ กับทั้งกระทิงน้ำเผิ่งใหม่ เฮามักใคร่ให้ท่านกินตามทาง ไปตลอดตาบต่อเท่าไปฮอดเจ้าอจุตตะรัสสี หนทางมีในทางใด เฮาจักชี้บอกไปแก่ท่านในที่นั้นบ่กังขา ชูชกปพฺพํ อันประดับประดาไปด้วย คาถา 79 พระคาถา นิฏฺฐิตํ ก็เสด็จบรบวนควรเท่านี้ก่อนแล

 

TOP

home-icon-png-transparent-49191

facebook-e13553374964301

email1